
การเมืองแบบเนวิน
ข่าวนายนที สุทินเผือก (กรุง ศรีวิไล) และนายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาเปิดตัวย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยมีเลขาธิการพรรค พร้อมคณะ ได้ต้อนรับอย่างคึกคัก โดยนายชวรัตน์ ชาญวีระกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวต้อนรับอย่างเอิกเกริก ในขณะที่ทั้งสองคนได้ร่วมประชุมพรรค
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่นักการเมืองพรรคอื่นๆ ที่เสนอตัวเข้ามาร่วงานกับพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นนางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อแผ่นดิน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ฯลฯ
ซึ่งนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ทำให้เวลานี้พรรคมีส.ส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน
ขณะที่นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ประธาน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในอนาคตยังจะมี ส.ส.เข้ามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เพิ่มอีกแน่นอน แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ต้องรอให้ถึงเวลานั้น
จริงอยู่ การย้ายพรรคการเมือง เป็นสิทธิ และเป็นเหตุผลส่วนตัวของ ส.ส. ที่อาจไม่สบายใจ ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือรู้สึกว่าตนไม่อยู่ในสายตา ในการร่วมงานกับพรรคเก่า
แต่ก็เป็นไปได้มากเช่นกันว่า การย้ายพรรค เกิดจากการ ซื้อตัว ด้วยการเสนอจำนวนตัวเลขงามๆ ที่นักเลือกตั้งมืออาชีพเหล่านั้นไม่อาจปฏิเสธได้
ถึงจะมีเหตุผลอย่างไรก็ตาม แต่การย้ายพรรคของนักการเมืองในลักษณะเช่นนี้ ไม่ได้เป็นภาพที่ดีในสายตาประชาชน
ในขณะเดียวกัน การที่ ส.ส.พรรคอื่น เข้ามาสวามิภักดิ์ ต่อพรรคภูมิใจไทย อาจดูเหมือนชัยชนะของ นายเนวิน ชิดชอบ เจ้าของพรรคตัวจริง ที่สามารถสร้างให้พรรคยิ่งใหญ่ขึ้น มีจำนวน ส.ส.มากขึ้น หรืออาจมีโอกาสได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งในสมัยหน้า
แต่ก็เป็นการเติบโตด้วยการ ดูด ส.ส. จากพรรคอื่นมาเป็นของตน เป็นการ ตกปลาในบ่อเลี้ยงของคนอื่น ยิ่งจะเป็นการเล่นการเมืองที่อยู่บนพื้นฐานของการฉกฉวยโอกาส เอารัดเปรียบ
นายเนวิน ชิดชอบ เป็นนักการเมืองหนุ่ม ที่มีฐานมาตั้งแต่รุ่นพ่อ มีฐานทางการเงินมั่นคง มีพื้นฐานทางอิทธิพลกว้างขวาง เล่นการเมืองแบบกล้าได้กล้าเสีย หลายครั้งเข้าไปมีอำนาจรัฐ ก็ใช้อำนาจ แย่งชิงความได้เปรียบ
หลังสุด แม้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย คนใกล้ชิดแกนนำพรรคภูมิใจไทย ผงาดยกแผง
การเมืองแบบนี้ สามารถเดินทางลัดเข้าสู่อำนาจรัฐ ก็จริงอยู่ แต่ในระยะยาว ก็ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า แนวทางเช่นนี้หรือคือแนวทางเกียรติยศของนักการเมืองที่มีศักดิ์ศรี
วันนี้ คนต่างจังหวัด อาจจะยังเทคะแนนให้ด้วยว่ายังติดอยู่ในระบบอุปถัมภ์ แต่วันหนึ่งประชาชนจะเข้าใจ
คงเหมือนกับผลการเลือกตั้ง สภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 50 เขต 61 เก้าอี้ และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ) 36 เขต จำนวน 256 ที่นั่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2553
ซึ่งถือเป็นการประเดิมการแข่งขันของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองใหม่
ถือเป็นการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ที่อยู่ในเหตการณ์ชุมนุมต่างๆ ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อหลากสี อยู่ในเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ในเหตุการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่า อีกฝ่ายหนึ่งเข่นฆ่าประชาชน
แต่ผลการเลือกตั้ง กลับไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดหมาย บรรดาผู้วิเคราะห์ ให้ความเห็นว่าเป็นการสะท้อนความคิดของคนกรุงเทพฯ ต่อการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง
ซึ่งผลตรงนี้ วันหนึ่งจะกลับมาสะท้อนกระบวนการการสร้างพรรคภูมิใจไทยให้ยิ่งใหญ่ ตามแนวทางของนายเนวิน ชิดชอบ.

|