
ผลการเลือกตั้ง กับพรรคการเมืองใหม่
จากการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขต ซึ่งเป็นการแข่งขันของพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคการเมืองใหม่ ได้ส่งผู้แข่งขันลงประเดิมด้วย
ผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ก็เชื่อว่าท่านที่ติดตามข่าวสาร คงได้ทราบรายละเอียดไปแล้ว
บางคนรู้สึกสมหวัง บางคนผิดหวัง แต่ก็เคารพการตัดสินใจคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าจะยืนอยู่ข้างใด ถือว่ามีส่วนในเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญหลายเหตุการณ์ ทั้งที่ส่วนเป็นผู้ประท้วงเอง หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประท้วง
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีผลต่อการเมืองสนามใหญ่หรือไม่ ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้
แต่หลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกต และตั้งคำถามว่า คนเสื้อเหลือง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หายไปไหน และทำไมผู้สมัครในนาม การเมืองใหม่ จึงไม่ได้รับเลือกแม้แต่คนเดียว
เรามาลองฟัง บางส่วน ที่ย่อมาจากเสียงสะท้อน ที่ได้แสดงความเห็นผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต มีหลายประเด็นที่น่านำมาพิจารณา เช่น
...............................
พรรคการเมืองใหม่ คือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีแนวร่วมมากมาย เวลาจัดม๊อบ คนเป็นแสนเป็นล้าน (ยืนยันเพราะเห็นกับตา) แต่อะไรทำให้แนวร่วมเหล่านั้นหายไป
สำหรับตน ไม่สนับสนุนการเมืองใหม่ เพราะ การเมืองใหม่ไม่จริง สนธิ ให้ข้อมูลดีมั้ย ดี ช่วยไล่ทักษิณดีมั้ย ดี แต่คนละเรื่องกันกับการต้องทดแทนบุญคุณด้วยการเลือกการเมืองใหม่
ถ้าไปดูบอร์ดความเห็นในเมเนเจอร์ออนไลน์ ความเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับพันธมิตร ถูกลบ และรุมกระหน่ำด่าอย่างหยาบคาย (เพราะหัวแถวหยาบคาย หางแถวจึงหยาบคาย) ด่ากันแบบหยาบคาย หลายๆ คนบอก ขอลาออกจากพันธมิตร เลิกสั่งซื้อสินค้า เลิกรับข่าว
หลายครั้งที่สนธิ ผลักแนวร่วมออกไป ใครไม่เห็นด้วยแทนที่จะค่อยๆ ดึงเขากลับ กลับผลักเขาออกไป ว่าเป็นควายแดงบ้าง เป็นขี้ข้า ปชป. บ้าง ถึงขนาดสนธิเคยเอาคนที่แสดงความเห็นไม่เห็นด้วยมาด่า และไล่ในรายการของตน ว่า ไม่ต้องเข้ามาดูเมเนเจอร์ออนไลน์ นี่เองคือสิ่งที่ทำให้ กมม พ่ายแพ้
มีครั้งหนึ่งได้ยิน พิธีกรคนหนึ่ง ในรายการสภาท่า พูดว่า ถ้า กมม. ไม่ได้เสียงแม้แต่เสียงเดียว การเมืองใหม่ที่แท้จริงจะไม่มีวันเกิดขึ้น ท่านยอตนเองประหนึ่งท่านเป็นผู้วิเศษ พัฒนาการเมืองไทยได้จริง คนฟัง สมเพช
ไม่เกี่ยวกับ กมม. ไม่มีการโฆษณา หรือไม่มีเงินซื้อเสียง ถ้าท่านยังไม่สามารถหาปัญหาที่แท้จริงได้ ท่านยังวิเคราะห์เพ้อเจ้อ เข้าข้างตนเอง ท่านจะล้มละลายทางความเชือถือต่อไปไม่จบสิ้น
...................................
ผมไม่เชื่อตั้งแต่เค้าตั้งพรรคการเมืองแล้ว การรวมตัวประท้วงขับไล่ ง่ายกว่าการสร้างแนวร่วมทางการเมืองและอุดมการณ์ทางการเมืองมาก ผมจึงใช้คำว่า กมม. โมเดล คือการจับประเด็นมาใส่ไข่เพื่อหาผลประโยชน์ทางใดทางหนึ่งจากประเด็นนั้นๆ พอประเด็นนั้นหมดประโยชน์ก็หาประเด็นใหม่มาขายไปเรื่อย
เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีความชัดเจนเรื่องนโยบาย ไม่มีการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และสุดท้าย พธม. ที่ว่าเข้มแข็งมีสมาชิกเป็นแสนเป็นล้าน ไม่มีอยู่จริง
..................................
มองว่าแนวร่วมเหล่านั้นเป็นพลังบริสุทธิ์จริงๆ มารวมกันเฉพาะกิจเพราะเขาทนพฤติกรรมทักษิณไม่ได้ เขามารวมตัวกันเพื่อทำภารกิจร่วมกัน เสร็จก็ถอดเสื้อเหลืองออก กลับเป็นประชาชนธรรมดา ทำมาหากินปกติ ติดตามการเมืองบ้าง ไม่ติดตามบ้าง ถึงเวลาก็มาเลือกตั้ง นี่ไงเหตุผลที่มีเสื้อหลากสีออกมามากมาย
พวกเขาไม่ใช่คนของสนธิ ไม่คนของ ปชป. แต่พวกเขาคือประชาชนที่เห็นตรงกัน ลุกขึ้นมาร่วมกันประกอบภารกิจบางอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง เมื่อบรรลุจุดประสงค์ของพวกเขาแล้วพวกเขาก็พร้อมสลายตัว ไม่ได้ยึดกันเป็นกลุ่มก้อนจนสามารถกลายเป็นฐานเสียงให้ใครได้อย่างแท้จริง
โดยเฉพาะพรรค กมม. ซึ่งหากยังไม่มี กมม. มันก็อาจมีหวังที่ พธม. จะเป็นกลุ่มก้อนได้ แต่พอสนธิหลงแสงสี หลงเวทีที่มองลงไปเห็นเหลืองละลานตาเลยลำพองเปลี่ยนจุดยืน มันก็เท่ากับ สนธิวางระเบิดมวลชนที่แข็งแกร่งที่สุดให้ตกตายไปอย่างน่าเสียดายที่สุด
การตั้งพรรคของสนธิมันไม่ต่างอะไรจากเขาตบหน้ามวลชนบริสุทธิ์ซ้ำๆกันหลายฉาด
กมม. ไม่มีวันได้เกิด หากสนธิยังไม่ปรับกระบวนท่าในการสื่อสารถึงมวลชน หรือถึงปรับก็อาจยังเกิดไม่ได้เร็วนัก อย่างน้อยก็ในสนามเลือกตั้งที่จะถึงนี้ กมม. อาจไม่ได้ ส.ส. แม้แต่ 1 เก้าอี้ด้วยซ้ำ
...............................................
เคารพในทุกๆ เสียงที่ไปลงคะแนน ถ้ามันไม่ได้มาจากการจัดตั้งหรือขายเสียงแลกผลประโยชน์ ประชาธิปไตยคือยอมรับในเสียงข้างมาก มันคือมติของมวลชนผู้ใช้สิทธิ์ของตัวเอง ในฐานะประชาชนที่เสียภาษี เราหวังแค่อยากได้คนดีเข้ามาทำงานเสียสละความสุขส่วนตัว ช่วยเหลือสังคม ทำสังคมให้น่าอยู่ ไม่ใช่เข้ามากอบโกยให้พวกพ้อง มาโกงกิน ทำให้ประเทศล่มจม ก็แค่นั้น
อยากให้มองย้อนไปถึงวันวานเมื่อคุณสนธิเป็นผู้ยอมออกมาต่อสู้ และโค่นทักษินลง อยากถามว่าถ้าวันนั้นไม่มีสนธิ ไม่มีเสื้อเหลืองคุณว่ารัฐบาลนอมินีมันจะออกจะยุบมั้ย คุณที่พูดว่าให้ต่อสู้ในระบบ จริงๆ มันสู้ได้มั้ย ปชป. หัวเดียวกระเทียมลีบ โหวตกี่ครั้งในสภามันก็แพ้ นี่ไม่ได้ทวงบุญคุณแต่อยากให้เปลี่ยนมุมมองคนเสื้อเหลือง เสื้ออะไรก็คนไทย แต่เป็นคนไทยประเภทไหน พอหมดภาระกิจทุกคนก็คืนสุ่สังคมที่ปกติ ทำมาหากินเลี้ยงปากท้องต่อไป เราเชื่อว่าคนไทยจะออกมารวมตัวกันอีกแน่ๆถ้าเห็นอะไรไม่ชอบมาพากล เมื่อเห็นประเทศอยู่ในอันตราย เมื่อถึงวันนั้นมันอาจไม่เกี่ยวกับสีเสื้อแล้ว
........................................
"ผมจะไม่เล่นการเมือง ผมจะเป็นยามเฝ้าแผ่นดินไห้ พี่น้อง ถ้าไครเห็นผมเล่นการเมือง เอา....มาตบหน้าผมได้เลย"
...........................................
คนกรุงเทพฯ ก็เป็นอะไรที่แปลกๆ น่าจะเลือกคนทางพรรคการเมืองใหม่บ้างซัก 4-5 คนก็ยังดีให้โอกาสทางพรรคนี้ได้แสดงฝีมือดูบ้าง ความคิดของคนกรุงเทพเหมือนภาพยนต์สมัยก่อนคือมีพระเอกขายดีอยู่ 2 คนคือ มิตร ชัยบัญชา และสมบัต เมทะนี ดาราคนอื่นเป็นพระเอกเกิดยาก พรรคการเมืองใหม่ก็เช่นเดียวกันต้องใช้เวลาประมาณ 20-30 ปีรอคนรุ่นใหม่มาเกิด เช่นเดียวกับดารายุคนี้มีพระเอกเยอะแยะไปหมดไม่มีการผูกขาดทางความคิด
.............................................
หลายคนที่เข้าร่วมกับพันธมิตรเป็นเพราะจุดร่วมเดียวกันคือขับไล่ทักษิณและเผด็จการ และเชื่อว่า ถ้ามีรัฐบาลไหนทุจริตโกงกิน พันธมิตรทำหน้าที่เป็นผู้นำแบบนี้อีก มวลชนก็พร้อมจะมาอีก เป็นเรื่องยืนจุดร่วมสงวนจุดต่าง จุดต่างของมวลชนเห็นชัดในผลการเลือกตั้งของพรรคการเมืองใหม่นี้หล่ะ ถ้าปรับท่าที ช่วยทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาล ไม่ต้องเอออวยกับรัฐบาล ในขณะเดียวกัน ไม่ต้องคอยเลื่อยขาเก้าอี้กัน อยู่ได้อยู่ไปทำให้ดีแล้วกัน วันหนึ่งเมื่อมวลชนเห็นถึงความจริงใจ เขาจะเลือกมารับใช้เขาเอง
.............................................
พรรคการเมืองใหม่ นับหนึ่งเมื่อมีการชุมนุม เรานับไปเรื่อยๆ อย่างมีพัฒนาการ ไม่ใช่พรรคการเมือง ตอนกิ่ง ขุดมาทั้งต้น เราเป็นพรรคการเมืองจากเมล็ดพันธ์ พันธมิตร กิจการแห่งการเรียกร้องทาองการเมืองต่อการทุจริตโดยตำแหน่ง ที่สส ในระบบไม่อาจ ต้านทานทำงาน แก้ไขปัญหานั้นได้
จึงเกิดเมล็ดพันธ์ พรรคการเมืองใหม่ ขึ้นมา สนธิลิ้มจะเลวร้ายอย่างไร หรือยังคงแอบเลวร้ายอยู่ ก็ให้สนธิลิ้มรับไป แต่พรรคการเมือง แนวทางการเมืองจากสถานการและจิตวิญาณอยู่เหนือกว่าบุคคล พรรคการเมืองใหม่เติบโตได้ ด้วย สิ่งที่ใหญกว่าตัวบุคคล
...................................
ทุกฝ่าย อย่าไปหลง โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหม่ ต้องคิดให้มากๆ อย่าคิดให้เสีย อย่าทำให้ เวปผู้จัดการสติแตก เหมือนออกทีวีกรณีเขาพระวิหาร ปรับฝ่ายบุ๋นให้ลดภาพบู้ลงได้แล้ว ให้อบอุ่นไม่กระด้างเกินไป ไม่มีใครชอบ ด้วยเฉพาะประชาชนที่เราต้องการให้ชอบ เขาไม่อาจชอบได้ ในสถานการปกติแล้วเช่นนี้ ต้องปรับบทลดบาทให้ถูกต้องจึงสวยงามได้
..........................................
เทียนแห่งธรรมจุดในใจผู้กล้า เมื่อติดแล้ว ย่อมคิดได้หลากหลาย คิดให้สวยงาม คิดให้ใหม่ คิดให้เป็นประโยชน์
เราต้องชัดเจน เมื่อสนธิยังต้องนำต่อไป ก็ต้องนำ ยังไม่แข็งแรงก็ต้องช่วยกันให้อยู่ในแนว
ASTV ในยามปกติ การสื่อต้องอบอุ่นเป็นที่รับได้ ไม่กระด้างโดยไม่งาม กระด้างแบบน่ารัก กระด้างแบบมีประโยชน์
ไม่แถ ไม่แถก ไม่หลง ทำไม่ง่าย หากทำง่าย ก็ทำได้กันหมดแล้ว
สิ่งใหม่ๆ ไม่ได้ตามใครมา ย่อมแปลก ทำให้มันไม่แปลกเสีย ทำให้มีประโยชน์ ทุกสิ่งก็สวยงาม
................................
ถ้ามองในสายตาของคนที่เคยอิงแอบข้อมูลของ พธม เสียดายมาก ที่สนธิตัดสินใจตั้งพรรค เพราะมองว่ามวลชนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นสามารถทำอะไรได้มากมายกว่าเป็นพรรคการเมือง แล้วมวลชนก็จะเหนียวแน่นด้วยอย่างเช่น ตรวจสอบฝ่ายการเมือง จัดเวทีสัญจรให้ความรู้ ปลุกประชาชนให้รู้จักการเมือง รู้จักประชาธิปไตยที่แท้จริง
แต่ถ้ามองอย่างผิวเผินมันก็คงสวยงาม เหมือนคุณว่าที่มีทางเลือกให้ประชาชนเพิ่มขึ้น แม้ทางเลือกใหม่นี้จะดูไม่ค่อยรู้จักตัวเองเท่าไหร่ พวกเขาหลงตัวเองมากไปจนมองข้ามความเป็นจริง เห็นอะไรบิดเบี้ยวไปหมด
พวกเขาหลงตัวเองกันแบบหนักหน่วงมาก ถ้าไม่หลงตัวเองขนาดหนัก คงไม่กล้าด่าทอคนทั่วหล้าที่ไม่เห็นคล้อยกับพวกเขาว่าผิด และเลวร้าย และแน่นอน ถ้าพวกเขาไม่มั่นใจว่าพวกเขาเท่านั้นที่ถูกต้องดีงามเป็นเทวดาพันธุ์แตะต้องไม่ได้อยู่กลุ่มเดียว คงไม่กล้าชี้หน้าประณามคนอื่นทั่วไปหมด แล้วไมใด้เป็นกันเฉพาะแกนๆ ลามมาถึงพวกหางๆ ในบอร์ดแสดงความเห็นอีกต่างหาก
........................................
การเมืองใหม่ได้รับคะแนนเสียงรวม ทั้งกทม ใน 40 เขต จากทั้งหมด จำนวน 1 แสนกว่าเสียง ครับ แต่ไม่พอที่จะได้เก้าอี้ ในแต่ละเขต แต่ก็ถือว่า มวลชนในแนวทางพันธมิตรยังมีอยู่ ครับ พวกเราก็มุ่งมั่นต่อไป ให้สวยงาม น่ะครับ
..........................................
ในที่สุด พรรคการเมืองใหม่ ก็ได้รับบทเรียนที่ยิ่งใหญ่...อย่างไรผมให้กำลังใจ เสมอไป จากอดีตถึงปัจจุบัน ไปถึงอนาคต ไม่เสื่อมคลาย โบราณพูดเสมอว่า "ผิดเป็นครู" ต้องสู้ต่อไปนะครับ อย่าเหนื่อย อย่าท้อ....
............................................

|