
ต่างองศา โดย จิรปรียา แก้วกำเนิดพงษ์
คนที่ชอบร้องเพลงคาราโอเกะ ขณะที่มือจับไมค์ ตาจับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ ร้อยทั้งร้อยคงจะมีแว่บ ๆ เข้ามาในสมองว่า เราเองก็ร้องเพลงได้ไม่เลวนี่ (ฟร่ะ) ติวเข้มอีกหน่อยเป็นนักร้องเสียงทองได้สบาย

ถ้าพูดกันภาษาสมัยใหม่เขาน่าจะเรียกกันว่า ใคร ๆ ก็อยากเป็น นักร้องซุปเปอร์สตาร์
ต้องยอมรับว่ามีคนไม่กี่คน ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซนต์กับประชากรทั้งประเทศ อาจจะมีไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ด้วยซ้ำไป ที่มีโอกาสได้เป็นนักร้อง มีเพลงมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง มีมิวสิควีดีโอ แถมตัวเองเป็นพระเอก หรือนางเอกที่โดดเด่นและโลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม ที่สำคัญได้ยืนร้องเพลงอยู่บนเวทีต่อหน้าคนเป็นพัน ๆ
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับโอกาสอันนั้น
คาราโอเกะเลยเป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้าน ที่เข้ามาช่วยเยียวยาความฝัน เหมือนเข้ามาเชื่อมต่อความรู้สึกของคนธรรมดา ๆ ที่อยากจับไมค์ขึ้นเวทีกับเขาบ้าง
มันกลายเป็นความบันเทิงในรูปแบบหนึ่งที่เราสามารถจับต้องได้
แล้วก็สนุกจริง ๆ นะเมื่อมือถือไมค์ ไฟส่องหน้าในห้องเล็ก ๆ กับเพื่อน ๆ
คืนนั้นจำได้ว่า เพื่อน ๆ (ทั้งโสดและไม่โสด) วาดลวดลายกันแบบยอมตายกันไปข้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใส่อารมณ์ในการร้องเพลงแบบเอาเป็นเอาตาย หรือการเต้นประกอบเพลงที่ทำให้เราเองคึกคักกันไม่น้อย
จะว่าไปการร้องคาราโอเกะนี่มันแปลก คนที่ชอบร้องก็ชอบจริง ๆ คนที่ไม่ชอบร้องแต่ชอบฟัง ก็ฟังอย่างเดียวจริง ๆ เหมือนมันมีเส้นแบ่งเขตแดนกันชัดเจนระหว่างคนสองประเภทนี้ ทำให้มานั่งคิดเล่น ๆ ว่าไอ้เจ้าคาราโอเกะที่มันฮิตกันเต็มบ้านเต็มเมือง คนหลายคนชอบมันหนักหนา เพราะมันคงให้เราเป็นในสิ่งที่ในชีวิตประจำวันเราเป็นไม่ได้
แต่ไม่ใช่ว่าคนที่ไม่ชอบร้อง จะไม่ชอบฟัง เพราะแอบเห็นเพื่อนบางคนที่เหมือนเป็นโรคแพ้ไมค์ จะพยายามบ่ายเบี่ยงทุกครั้งถ้าต้องโดนจับร้องเพลง แต่ก็อยู่จนงานเลิกทุกครั้งไป แสดงว่ามันก็คงมีความสนุกในการนั่งฟังเพื่อนร้องเพลงอยู่เหมือนกัน
กำลังจะบอกว่า พระเจ้าสร้างเรามาให้บาลานซ์กันมากกว่า
ชอบ ไม่ชอบ
รัก ไม่รัก
สุข ไม่สุข
ร้อง ไม่ร้อง
ฟัง ไม่ฟัง
อาทิตย์หน้ามีเรื่องอัมพวามาเล่าให้ฟัง (อีกที) หลังจากไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนมาเกือบปี เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่อัมพวาดูเหมือนจะปรับตัวเองให้มีเสน่ห์แบบอัมพวา ๆ ได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว
เจอกันอาทิตย์หน้าคะ!

|