หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


21 ธันวาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














ปิดปากประชาชน โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

กรณีการวิพากวิจารณ์ของ ชัย ราชวัตร การ์ตูนนิสต์ชื่อดัง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เขียนวลีดัง กึกก้องไปทั่วประเทศ จากวลีที่กล่าวว่า “โปรดทราบ กะหรี่ไม่ใช่หญิงคนชั่ว กะหรี่เร่ขายตัว หญิงคนชั่วเร่ขายชาติ” ในเฟซบุ๊กส์ส่วนตัวของเขา เขียนข้อความดังกล่าว พูดคุยกับเพื่อนๆ ในแวดวงเฟซบุ๊ก เป็นสิทธิที่ทำได้ ข้อความประโยคต่างๆ มิได้กล่าวเฉพาะเจาะจงถึง ผู้หญิงขายตัวคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร น่าแปลกใจว่า ทำไมถึงมีผู้ “ร้อนตัว” ออกมาแจ้งความกับตำรวจว่า “คุณเธอ” เป็นผู้เสียจากคำพูดของ ชัย ราชวัตร จากประโยคที่ว่า กะหรี่ไม่ใช่หญิงคนชั่ว .......แต่หญิงคนชั่วคือหญิงขายชาติ” ตั้งข้อหาว่า “หมิ่นประมาท” ตีความไปได้หลายแง่หลายมุม แต่ละมุมจะทำให้โจทย์ตัวร้อนเหมือนดังเป็นไข้ทุกทีๆ

 

 

        คำเรียกขานผู้หญิงขายตัวว่า  “กะหรี่” กลับกลายว่ามีผู้หญิงที่เชื่อได้ว่าไม่ได้เป็นกะหรี่จริงๆร้อนตัวออกรับ เป็นสาววัยตบแผละ ตบแผละ ตบแผละ เสียงดัง เฉอะแฉะ เฉอะแฉะ “ สาววัยตบแผละคนนั้น จะว่ากันไป สวยก็ยังงั้นๆ แต่ว่ารวยยอมรับว่ารวย ไม่สักแต่ว่ารวยขนาดโคตรรวย  แต่รวยมายังไงไม่มีใครรู้จริงนอกจากเจ้าตัวเอง ให้ขี้ข้าในครอก ที่เสียไว้เลียชายกระโปรง ไปแจ้งความว่า ชัย ราชวัตร หมิ่นประมาท “มันน่าอาย..น่าขัน จริงนะจันทร์เจ้าขา ไม่รู้ว่า จะปลอมตัวไปแจ้งความเพื่ออะไร ถ้าต้องการจะเรียกค่าเสียหาย จาก ชัย ราชวัตร คนจนๆ คนหนึ่งจะได้อะไรขึ้น เป็นเรื่องจุกจิกกวนใจซะละมาก   คนที่ออกมา “แจ้งความ” จะรวยขึ้นสักกี่บาทกี่สตังค์กัน อย่างมากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า “หมิ่นประมาท” อาจจะตัดความรำคาญ ยอมความชดใช้ให้สัก “สามบาทสองสลึง”  (ที่จริงอยากจะให้แค่สามบาท สองสลึง จะเอาเก็บไว้เอง เป็นเงินก้นถุง)

          พลเมือง “สารขันต์” เป็น “ผู้หญิง” มีมากกว่าครึ่งประเทศไม่มีใครออกมายอมรับว่า เป็นผู้เสียหายเรื่องขายตัวหรือขายชาติสักคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยเป็นมาในอดีตหรือกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ประโยคแรกที่ว่า “กะหรี่ไม่ใช่หญิงคนชั่ว”  ชัย ราชวัตร ให้ความเป็นธรรมกับผู้หญิงที่มีอาชีพขายตัวว่า “ไม่ใช่หญิงคนชั่ว”  ความดี..ความชั่ว ความเลว อยู่ที่ตัวผู้กระทำมิใช่เฉพาะกลุ่มที่เรียกว่า กะหรี่ (กะหรี่เป็นคำหวือหวาฮิตติดอันดับยอดนิยม จนอยากจะเป็นกัน..กระนั้นหรือ)

        ไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ในฐานะไหน  ถ้าคดโกงทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นๆ มีการกระทำ เยี่ยงโจร ถ้าเป็นสตรีเพศก็เรียกว่า นางโจร (เหี่ยวๆ)  สาวๆ หน่อยเนื้อหนังยังไม่หย่อนยานนักอยู่ในวัยไม่เกินห้าสิบปี เรียกว่า นางโจรสาว รวบรวมสมัครพรรคพวก ปล้นเงียบเงินเป็นแสน ๆ ล้านๆ  ถ้าจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้อง “ยึดอำนาจรัฐ” ให้ได้เสียก่อนใช้วิชาโจรในหมู่โจรทีมีอยู่ทั่วๆ ไปไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ส่วนใหญ่จะกุม “อำนาจรัฐ” ไว้ได้ ใช้กฏหมายบังหน้า “คุกมีไว้ขังหมา สภาฯมีไว้ให้เป็นซ่องโจร” พวกโจรสภาฯ ”  ใช้พวกขี้ข้า” คุกคามข่มขู่เคี่ยวเข็ญ  “สุจริตชน” ทำความเดือดให้กับผู้คนทั้งประเทศ ให้ยินยอมสยบอำนาจเถื่อนเสียก่อน ออกกฏหมายเพื่อช่วยพรรคพวกพ้นคุกพ้นตะราง  กับกฏหมายทำลายชาติ คู่กันไป

        ชัย ราชวัตร พูดขอร้องให้ฟังกันว่า โปรดทราบ “กะหรี่ไม่ใช่หญิงคนชั่ว”  เป็นการยกย่องผู้หญิงที่ถูกคาดหน้าตราชื่อว่าเป็น “กะหรี่”   ยอมเอาร่างกายบำบัดความใคร่ให้ผู้ชาย แลกกับเงินตรา กะหรี่ เป็นคำเรียกจำกัดความผู้หญิงขายตัว  อาชีพ “กะหรี่” เป็นอาชีพที่กฏหมายไม่ยอมรับ แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ยอมรับว่า “กะหรี่” “เป็นครู” กันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงมีคำว่า “ขึ้นครู” ใช้กับการเสียตัวครั้งแรกของผู้ชาย กับผู้หญิงขายตัวการ “ขึ้นครูกับกะหรี่”  หาได้เป็น “คู่สมรส” แต่อย่างไรไม่

        ผู้หญิงที่มีผู้ชาย “สมสู่” เป็นคู่ซ้อม มีศัพท์สมัยนิยมเเรียกว่า “เป็นแฟน” กัน หรือมีคู่รัก เป็นตัวเป็นตนออกหน้าออกตา แต่ไม่ได้ “จดทะเบียนสมรส”  ไม่มีผลผูกพันคุ้มครองตามกฏหมายแต่อย่างไร แม้ว่าจะมีการกระทำทุกอย่าง เหมือนกับเป็นภรรยา มีผัวเห็นๆ กันอยู่ “ เป็นตัวเป็นตน” ที่ไม่จดทะเบียน เพราะตัวผู้หญิงเอง หวงสมบัติ ถ้าหากเลิกร้างกับ”คู่สมรส” ที่จดทะเบียน กลัวว่าจะต้องแบ่งสมบัติให้คู่สมรสด้วย   หรืออีกประการหนึ่ง ยังคงจะอยากทั้งเร่ทั้งร่อน เรียกว่าเร่ร่อนไม่เป็นที่ไม่เป็นทาง ต้องการเป็นแค่ภรรยา “นอกกฏหมาย”  ผู้หญิงประเภทนั้น อาจจะต้องการความเป็นอิสระ กับการเร่ “หาคู่ซ้อม”  โดยไม่ตั้งราคค่า “สมสู่” เป็นครั้งเป็นคราว เมื่อไม่ได้รับเงิน “คือธนบัตร” ตามกฏหมาย  ก็คงจะเรียกไม่ได้ว่าเป็น “กะหรี่” แต่การกระทำนั้นใช่แน่นอน การสมสู่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ถ้าพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายและถึงวัยบรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่ผิดกฏหมาย ผิดก็เพียงศีลธรรม ชีวิตมนุษย์ทุกรูปทุกนาม หนีไม่พ้นความต้องการทางธรรมชาติ  ผู้ชายส่วนมากเที่ยว “กะหรี่” บ้างบางครั้งบางครา ไม่ว่ากัน เป็นเพราะเพื่อนมากลากไป หรือแอบๆ ไปปลดเปลื้องความใคร่กับ “กะหรี่” ไม่น่าจะเรียกว่า เป็น “ชายคนชั่ว”  เช่นกัน เพราะถ้าเกิดความหื่นขึ้นมา เหมือนหมาเดือนสิบสอง เที่ยวไปฉุดไปคร่าผู้หญิงมาชำเรา ใช้กำลังข่มขืน โดยที่เธอไม่สมัครใจ นั้นแหละคือ“ชายชั่ว” ผิดทั้งทางโลกและทางธรรมน่าจะถูกลงโทษด้วยการ “ตัดหำ” ขุดต้นตอกันเลย ดีกว่าจะปล่อยให้มีคนบ้ากามไว้ทั่วบ้านทั่วเมือง ส่วนคนบ้ากามที่หนีตะรางไปอยู่ “ดูไบ” อย่าไปสนใจ กลับมาก็ “ตัดหำ”  เสียก็หมดเรื่องหมดราว จะได้ไม่ทำความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านชาวช่องอีก

        “ผู้หญิงครึ่งชั่วครึ่งดี” คือผู้หญิงที่ทั้งโลกรู้ว่า  “มีผัว”  แล้วยังทำ “กระแดะ”  ( คำ ๆ นี้เสียงคล้าย กะหรี่ จังนะ) อ้างหน้าตายว่า เป็นคู่สมรสที่ยังไม่ได้จดทะเบียนกัน เป็นช่องทาง “เปิดกว้างๆไว้”  ไม่ยอมรับว่ามีสามี ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่า มีผัวแล้ว อดคิดไม่ได้ ที่จะ  “ปิดๆ เปิดๆ” เอาไว้ เผื่อเลือก น่าเกลียดยิ่งกว่านั้น คือ “มีลูก” กับผู้ชายที่นอนเตียงเดียวกันอยู่ทุกวัน ลูกก็โตขึ้นทุกที ลูกอาจจะแอบคิดว่า ผู้ชายที่นอนเตียงเดียวกันแม่จะเป็นพ่อของลูกตัวจริงๆ หรือ  

        อย่างไรก็ตาม “ผู้หญิง” ประเภทนั้น ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็น “กะหรี่” (ไม่เลวกว่า แต่ไม่น่าจะดีกว่ามั้ง) ลูกก็ไม่แน่ใจสนิทนักว่าคนที่นอนอยู่กับแม่หน้าตาไม่เหมือนตัวเองนั้น เป็น “พ่อ” ที่แท้จริง

        ที่พูด(เขียน)มาเสียพอสมควรเพราะยังสับสนอยู่ว่า “คู่สมรส” นั้นมีสิทธิหรือไม่มีสิทธิอย่าง ไร แค่ไหน มีสิทธิตามกฏหมายหรือไม่ .. แล้วทำไมไม่ใช้คำว่า “คู่ซ้อม” (เหมือนนักมวย) หรือ “คู่นอน” ไม่ควรเรียกว่า “คู่สมรส” จากความเข้าใจว่า ถ้าแต่งงานกันแล้ว ควรจะต้องจดทะเบียนสมรส  ทำให้คิดเรื่อยเปื่อยต่อไปอีกว่า เพราะความ “แรต”ของผู้หญิงเสียละมากละเรื่องนี้ หรือพูดอย่างเห็นอกเห็นใจว่า ความรักทำให้ตาบอด (แต่กระโปรงเปิด อ่ะปล่าว) แอบๆ ไปจดทะเบียนสมรสไว้แล้ว  ก็เลยไม่กล้าจดทะเบียนสมรสซ้อน กลัวว่า จะถูกผัวเก่าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาก็ น่าเห็นใจอยู่นะ กับผู้หญิงที่หลวม..หลวมตัว ทำผิดพลาดไปแล้ว แต่ยังดีที่ยังใช้คำหน้าแทนที่จะเป็น “นาง” แต่ยังได้ใช้คำว่า “นางสาว” อยู่ “นางสาว” ที่มีลูกคาตัว มีผัวคาเตียงอยู่ รู้สึกกระดากอายชาวบ้าน แม้แต่ชาวโลกบ้างหรือไม่..วุ้ย..อายแทน

        วาทะ..เรียกว่าเป็น อมตะนิรันดรกาล ยุคบ้านเมืองจะถึงคราวม้วยมอด เพราะถูกโจรปล้นทั้ง เช้า สาย บ่าย เย็น ไม่เว้นแต่ละวัน  ยิ่งโจรชุดนี้ยังครองเมือง สารขันต์ อยู่ คนทั้งชาติอาจจะต้องย้อนยุคกลับไปสมัย ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ชายนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว ผู้หญิงก็จะนุ่ง “ผ่าเตี่ยว สั้นเสมอหู” กันทั้งประเทศ  ส่วนเด็กๆ ยังเล็กอยู่ อายุไม่เกินสิบขวบ แก้ผ้าโทงๆ วิ่งเล่น กันต่อไปจนกว่าจะกลายเป็นเด็กหนวด (มีขนขึ้นใต้จมูกเรียกว่าหนวด) เพราะจะไม่มีโรงให้ไปเรียนหนังสือกัน เขาจะปิดโรงเรียน กันแล้ว มีแต่โรงเรียนของคนเสื้อแดง  ห้ามเรียนรู้ประวัติศาสตร์ “สารขันต์” (ถ้ามันจะบ้ากันไปทั้งประเทศ)

        ไปรับรู้เรื่องราว เมืองที่ติดกับ “สารขันต์” บ้างเป็นไรเมืองนั้น เป็นเมืองใช้ “ภาษาขอม” มาดัดแปลง คล้ายๆ เมืองสารขันต์  ชื่อผู้คนอาจจะมีซ้ำๆ ซากๆ กับเมืองสารขันต์ของเรา บ้าง ต้องขออำภัยไว้ล่วงหน้าซะก่อน เพื่อความเข้าใจให้ถูกต้อง

        เมื่อวันนี้  29 พ.ค.ปีมะโว้   ตำรวจที่รับผิดชอบงานด้ารการสอบสวน  กล่าวถึงการออกหมายเรียก นายสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ “ชัย ราชวัตร” นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองชื่อดังเข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐฯ (เมืองนั้น ผู้ชาย จะเรียกว่า นายกฯคับ (ครับ ครับผม)  ผู้หญิงจะต้องเรียกนายกฯ ของเขาว่า นายกขา (นายกคะ นายกขา) หลังจากโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวซึ่งมีข้อความเข้าข่ายความผิดในข้อหาดังกล่าว ว่า พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกนายสมชัย มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 5 มิถุนายน (ปีเดียวกัน) เป็นหมายเรียกครั้งที่ 1 ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา หากยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน ก็จะมีการออกหมายเรียกซ้ำ และถ้ายังไม่มารับทราบข้อหาอีก ก็คงพิจารณาขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป

        นายพลตำรวจ ยศพล.ต.ต. คนหน้าเดิม  กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี นายสมชัย เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ตนยังเชื่อว่าน่าจะเข้ามาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม มากกว่า ตำรวจเองก็คงไม่อยากให้ถึงขั้นต้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ และเชื่อว่านายสมชัย คงไม่ได้หลบหนีไปไหนด้วย

        ครับ..เห็นด้วยที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาล เพราะแค่หาหลักฐานเรื่อง”กะหรี่” เรื่องเดียว ก็ต้องหาหลักฐานมาแสดงให้เห็นจริง   ๆ จังๆ สนุกกันละเป็นเรื่องน่าอาย น่า(ขบ)ขันประจำ ทศวรรตนี้

        .ถ้าหากให้ขึ้ศาลตามกระบวนศาลยุติธรรม ศาลอาญา ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ โจทย์หงายท้องแน่..ร้องโอ้ย..แน่นอก.ศาลที่จะลงโทษ ชัย ราชวัตร มีอยู่ศาลเดียว คือศาลเตี้ย..รัฐบาลใช้กันอยู่ทั่วๆ ไป ในประเทศป่าเถื่อนเมืองนั้น.น่ากลัวยิ่งกว่า









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> จะใช้กฏหมายต่อไปไหม..( จะใช้ฉบับไหน..) โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> ถ้าถล่มกองทัพลงได้ ..สบายแม้ว.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> ประวัติศาสตร์ที่ทหารควรรู้ ... โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> เรื่องไม่ธรรมดา..อุ้มฆ่าเอกยุทธ.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> คงจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง (ต่อให้จบ...) โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> ภิกษุสันดานกา โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> จักรภพ..พูดถึงชัย ราชวัตร โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> เสาหลักปักขึ้ควาย โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> หรือจะได้เห็น “สิ้นชาติ..ก่อนสิ้นใจ” โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> พ่อหลวงแห่งปวงราษฎร์ (ตอนที่ 3) โดย นางสาวชมเพลิน ผู้เรียบเรียง
>> พ่อหลวงแห่งปวงราษฎร์ (ตอนที่ 2) โดย นางสาวชมเพลิน ผู้เรียบเรียง



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ