หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


19 เมษายน 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














ตอบจดหมายผู้อ่านทางบ้าน

วันนี้ผมอยากจะเขียนมาคุยกับท่านเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยของคนไทย ที่ผมได้อ่านเจอมาจากข้อความใน น.ส.พ. และสื่อทางอินเตอร์เน็ต หรือจากเฟซบุ๊ค

 

เท่าที่ได้อ่านข้อความใน น.ส.พ. และสื่อต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต และเฟซบุ๊คแล้ว ผมเกิดความไม่แน่ใจว่าคนไทยสมัยนี้ใช้ภาษาในการพูด และการเขียนที่วิวัฒนาการมาจากไหน เช่น คำว่า บ่องตง ซึ่งเห็นครั้งแรกก็งงว่าแปลว่าอะไร แล้วมารู้ที่หลังว่าแปลว่า บอกตรง ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจะต้องเขียนหรือพูดให้มันเพี้ยนภาษาไป ซึ่งเป็นภาษารากแก้วของคนไทยที่บรรพบุรุษของไทยได้สร้างขึ้นมาเป็นเวลากว่าร้อยๆ ปี ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเป็นการใช้ที่คิดว่าเท่ห์ หรือสะใจ หรือตามสมัยนิยม ใช้โดยไม่มีความรู้สึกรัก และหวงแหนในภาษาต้นกำเนิดของตนเองเลยหรือไร

ไม่คิดกันบ้างเลยหรือว่าเด็กเล็กๆ ที่กำลังเรียนกำลังจำ จะนำมาใช้โดยไม่รู้เลยว่าเป็นคำดั้งเดิมที่ถูกต้องหรือเปล่า เราต้องการเห็นอนาคตของชาติไทยพูดภาษาเพี้ยนโดยไม่รู้ตัวทั้งๆ ที่เป็นภาษาของบรรพบุรุษของเราเองที่ได้รักษามาเป็นเวลาช้านาน

ภาษาเพี้ยนเหล่านี้จะเป็นใครกำหนดขึ้นมาก็ตามไม่สำคัญเท่าที่ผู้คนนำมาใช้ เพราะเห็นแก่ความโก้เก๋ หรือตามสมัยนิยมโดยไม่คิดไตร่ตรองในการใช้ และที่น่าเศร้าก็คือ เหล่าดาราไทยก็นำมาใช้โดยไม่คิดว่าจะเป็นการทำให้ประชาชนโดยเฉพาะวัยรุ่นจะนำมาใช้ตาม โดยคิดว่าเท่ห์และเป็นสมัยนิยมโดยไม่คิด และที่แย่ที่สุดก็คือ น.ส.พ.ต่างๆ ก็นำมาใช้ในบทความของตนเอง ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้ภาษาเพี้ยนเหล่านี้แพร่หลายมากขึ้นไปอีก

น.ส.พ.เป็นสื่อสารที่ชนทุกชั้นทุกวรรณะอ่าน เป็นสื่อที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เมื่อใช้ภาษาเพี้ยนเหล่านี้เพื่ออะไรก็แล้วแต่ มันถูกต้องหรือแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเด็กเติบโตขึ้นมาโดยการใช้ภาษาเพี้ยนโดยไม่รู้ว่าภาษาที่แท้จริงของตนเองเป็นอย่างไร

ภาษาไทยเป็นภาษาหนึ่งในโลกที่มีความไพเราะ ถ้าคนพูดด้วยความสุภาพ มีจังหวะจะโคนออกภาษาและสำเนียงสระให้ถูกต้อง

อยากรู้ว่าพวกที่ใช้ภาษาเพี้ยนเหล่านี้ไม่มีความหยิ่ง และภูมิใจในภาษาของตนเองบ้างเลยหรือ

เขียนมาหาคุณเพื่อระบายความอึดอัดในใจที่ได้เห็นการเขียน การพูดที่เพี้ยนไปจากภาษาจริง แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะคนเราถ้าคิดแต่ตามคนอื่นโดยเฉพาะทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด ก็คงจะแก้ลำบาก

ผมเองเป็นแค่คนแก่คนหนึ่งที่เห็นแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ หวังว่าคงไม่สร้างความรำคาญหรือหงุดหงิดให้คุณในการอ่านข้อความของผม ถ้าเป็นเช่นนั้นผมก็ขออภัยด้วย

ถ้าคุณมีความเห็นอย่างไรก็ตามที่จะลงในบทความของคุณ ผมจะตามอ่าน เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าผมเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า และถ้าคุณลงบทความของคุณใน น.ส.พ. ของคุณ ผมจะขออนุญาตนำมาลงพร้อมข้อเขียนของผมในเฟซบุ๊คได้หรือไม่ คุณจะอนุญาตให้ผมไหม ? ขอบคุณมากครับ

 

ขอแสดงความนับถือ

ผู้รักภาษาไทย

6-16-13

ปล. ขออภัยเกี่ยวกับลายมือของผม ถ้าทำให้คุณมีความลำบากในการอ่าน

 

เรียน ท่านผู้ใช้นามว่า ผู้รักภาษาไทย

ความห่วงใยของคุณ เป็นสิ่งที่หลายๆ คนก็ห่วงอยู่นะครับ เพราะภาษาก็ไม่เอา วัฒนธรรมก็ไม่เอา หน้าที่พลเมืองก็ไม่สอน ศีลธรรมก็ว่าเชย ประวัติศาสตร์ก็ไม่เรียน วันๆ ก็เล่นอยู่แต่โทรศัพท์มือถือ จนไม่รู้ว่าในที่สุดแล้วอนาคตชาติไทยของเราจะไปทางไหน

ต้องยอมรับครับว่า ไม่เฉพาะการใช้ภาษาที่น่าห่วง วิถีชีวิตของผู้คนก็ดูจะเปลี่ยนไป ความสนใจในเรื่องต่างๆ ของคนไทยปัจจุบันไม่เหมือนก่อน จนพวกเรา (ที่ค่อนข้างสูงอายุ) แม้เป็นคนไทยด้วยกัน ยังแทบจะตามความเปลี่ยนแปลงไม่ค่อยจะทัน

 การใช้ภาษาไทยในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก เริ่มจากภาษาเขียน คนไทยเขียนหนังสือลงบนกระดาษน้อยลง ส่วนใหญ่จะพิมพ์ผ่านแป้นคอมพิวเตอร์ เมื่อพิมพ์มาก ก็เขียนน้อย ทำไปนานๆ มาเขียนหนังสือลงบนกระดาษ ก็แทบจะเขียนไม่เป็นตัวครับ

 กรุงเทพฯ ถือเป็นศูนย์กลางของการใช้ภาษาไทย ถ้าคนไทยในต่างแดน ที่นานๆ กลับบ้านครั้งหนึ่ง จะพบว่าสำเนียงพูดของเด็กรุ่นใหม่ แตกต่างจากสำเนียงคนกรุงเทพฯ สมัยพวกเรา

เรื่องของดนตรี การร้องเพลง ฟังเพลง ก็เปลี่ยนไป รำไทย เพลงไทย มีแต่ในพิพิธภัณฑ์ หรือในศูนย์วัฒนธรรม

วัยรุ่น เขาก็มีภาษาของเขาแบบหนึ่ง อิทธิพลจากสื่อสาร หรือด้านบันเทิงก็มีส่วน เห็นได้จากคนไทยหลายคนอยากมีหน้าตา ทรงผมเหมือนดาราเกาหลี หญิงสาวอยากมีนิสัยเหมือนเด็กญี่ปุ่น

ภาษาก็เปลี่ยนไปด้วย เหมือนกับที่ว่า “น่ารักจุงเบย” หรือคำว่า  “บ่องตง” อย่างที่คุณยกมา

อิทธิพลด้านตะวันตก ก็ใช่ย่อยนะครับ

ลูกครึ่งที่พูดภาษาไทยสำเนียงฝรั่ง ยังคงเป็นที่ชื่นชอบในบ้านเรา โดยเฉพาะการโฆษณาผ่านสื่อฯ โทรทัศน์ ดาราที่ออกเสียงภาษาไทยด้วยอักษรภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง ช.ช้าง เป็น “ซีเอช” ออกเสียง ล.ลิง เป็น “แอล” ฯลฯ ได้รับความนิยม มาก โฆษณาเกือบทุกช่อง ใช้ภาษาแบบที่ว่านี้

ขนาดโฆษณาสถาบันการศึกษา ในภาพอาจารย์กำลังสอนลูกศิษย์ อาจารย์ยังพูดสำเนียงฝรั่ง แม้เจตนาจะให้ตลก แต่ก็ขำไม่ออกจริงๆ

ผมคิดเอาเองว่า สิ่งที่เราเห็น เป็นอิทธิพลทางวัฒนธรรม ที่เรียกว่า “วัฒนธรรมแฟสท์ฟู้ด” ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในบ้านเราพร้อมกับยุคโลกไร้พรมแดน 

ประกอบกับธรรมชาติของคนไทยจะรับสิ่งที่เข้ามาใหม่ได้งาย

เหมือนช่วงหนึ่ง ที่เรารับอิทธิพลจากอินเดีย จนภาษาไทยแทบจะกลายเป็นภาษาแขก (บาลี-สันสกฤต) แล้วยังเชื่อว่า ภาษาแขก ไพเราะกว่าภาษาไทย

ตอนที่เราติดต่อกับเขมร เราก็นำภาษาเขมร มาใช้ในวงสังคมชั้นสูง

อย่างไรก็ตาม ภาษาจะไม่หยุดอยู่กับที่ แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม

ส่วนสิ่งที่ท่านห่วง ผมเองก็ยังหวังนะครับ ว่าปรากฏการณ์เช่นนี้ เป็นเรื่องชั่วคราว  เพราะในที่สุด สิ่งที่ฉาบฉวย ก็จะค่อยๆ หายไป ที่สุดแล้วจะเหลือแต่สิ่งดีๆ ตกมาถึงคนรุ่นหลัง

จริงอยู่ เรื่องภาษา เรื่องความเป็นไทย สังคมส่วนหนึ่งอาจจะมองข้ามไม่เห็นความสำคัญ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นกัน (อย่างเช่นคุณ “ผู้รักภาษาไทย”) คนเหล่านั้น จะเป็นผู้พิทักษ์ รักษาภาษา วัฒนธรรมของเขาไว้

สำหรับข้อความใน น.ส.พ. ถ้าพอใช้ประโยชน์ได้ ก็นำไปใช้เถอะครับ









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> นักสู้จากลุ่มแม่กลอง
>> คนข่าวกับความห่วงใย
>> ถึงเวลาที่ จตุพร จะต้องเลือก
>> เขมร เมืองน่าค้าขาย
>> รัฐบาล กับหน้ากากขาว
>> ในมุมที่ไม่ควรมองข้าม
>> สะเทือนใจกับข่าว
>> ปรองดองต้องไม่ยั่วยุ
>> เมื่อคนส่วนน้อยอึดอัด
>> ปรากฏการณ์ ‘ชัย ราชวัตร’
>> ชัยชนะที่ไม่รู้จักพอ



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ