หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


25 ตุลาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














สรพงศ์ ชาตรี-ดวงเดือน จิไธสงค์ ใน “อุทยานลานบุญ” โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ

เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากเป็นดารานักร้อง หรือหลงรักทั้งดารานักร้อง ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่ง สมัยเด็กหลงดาราละครร้อง โตขึ้นมาอีกนิดชอบนักร้อง พนม นพพร ตอนหนุ่มๆ หน้าตาหล่อเหลาน่าดู ต่อมาถึงได้รู้ว่าอยู่ซอยเดียวกัน บางครั้งเห็นเขาขับรถบีเอ็มผ่านหน้าบ้าน แอบมองแล้วทำเมิน แสดงอาการว่าฉันไม่ได้สนใจหรอกนะ...

                หลงดาราเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนมองดาวบนฟ้าที่เอื้อมไม่ถึง ชอบคำพูดของป้าจุ๊ จุรี โอศิริ ที่ว่า ...คนเขาหลงรักตัวละครในเรื่อง ไม่ใช่ตัวจริงของดาราคนนั้นๆ...ผู้เขียนชอบดารานักแสดงหลายต่อหลายคน เปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย บางคนพอได้พบตัวจริงก็เลิกรักแล้วเลิกดูไปเลย ครั้งหนึ่งนั่งรถพี่สาวจอดติดไฟแดงเคียงกับรถพระเอกที่กำลังดังสมัยนั้น สมบัติ เมทะนี, ครรชิต ขวัญประชา พอเขาเห็นเรามองก็หันมาโบกมือแล้วยิ้มให้ เล่นเอาเราหัวใจพองโต เล่าให้ใครต่อใครฟังไม่จบจนถึงวันนี้

                อิทธิพลในการวางตัวของดาราจึงมีความสำคัญต่ออาชีพอย่างยิ่ง ว่าจะประดับวงการตลอดไปเป็นดาวค้างฟ้าหรือว่าหายลับไปจากฟากฟ้า เหมือนพลุที่พุ่งขึ้นไปแล้วตกลงมาอย่างรวดเร็ว...

                มาอยู่ที่แอลเอได้พักใหญ่ ก็กลายเป็นคนเขียนหนังสือ เริ่มจากเรื่องแปล ต่อด้วยเรื่องทั่วๆ ไป จนถึงสัมภาษณ์บุคคล มีทั้งคนมีชื่อเสียง คนธรรมดาแล้วก็ดารานักร้อง เมื่อได้พูดคุยกันถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วส่วนใหญ่ติดดิน มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้วางตัวว่าวิเศษกว่าคนทั่วไป          

                ก่อนไปเวเคชั่นปีนี้ คุณต้อย ตีวิด ถามความเห็นผู้เขียนว่า ถ้าเชิญ สรพงศ์ ชาตรี มาแอลเอ จะมีแฟนให้การต้อนรับแค่ไหน ผู้เขียนตอบทันทีเลยว่า...แฟนเยอะแน่นอน เพราะวัยของพวกเราที่อยู่กันมานานส่วนใหญ่ต้องรู้จักและชื่นชอบคุณสรพงศ์กันทั้งนั้น...บังเอิญวันที่อยู่เมืองไทยของผู้เขียนกับคุณต้อยตรงกัน จึงนัดที่จะไปพบและสัมภาษณ์คุณสรพงศ์ ที่มูลนิธิสมเด็จพระพุทธาจารย์โต พรหฺมรังสี ซึ่ง คุณสรพงศ์ ชาตรี กับ คุณดวงเดือน จิไธสงค์ เป็นประธาน อยู่บนถนนมิตรภาพ อำเภอสี่คิ้ว จังหวัดนครราชสีมา...

                วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม คุณต้อย ตีวิด พร้อมด้วยภรรยา คุณอัมภาศรี บุญยะพรรค และน้าสาว คุณเรณู นุ่มประเสริฐ รอผู้เขียนที่หน้าปากซอยกรุงเทพ-นนท์ 23 คุณต้อยเป็นคนขับรถ น่าทึ่งจริงๆ ที่ไปถึงก็ขับรถได้เลย ชมแล้วชมอีก พอถึงตอนเลี้ยวเข้ามูลนิธิ ถนนใหญ่มากแบ่งเป็นสองเลนแยกจากกัน ณ เวลานั้น ไม่มีรถเข้าหรือออก คุณต้อยก็เกิดความงงขึ้นมาทันทีทันใด ด้วยสัญชาตญาณความเคยชินที่แอลเอ ก็เลี้ยวปั๊บสวนเข้าไปในทางออก...ยังดีที่รู้ตัวก่อนถอยกลับออกมาทัน แค่แกล้งผู้โดยสารให้ใจหายใจคว่ำกันเล่นๆ เท่านั้น...

                ...เข้าไปถึงข้างใน ต้องขอเข้าห้องน้ำก่อนอื่น ได้เห็นแล้วตะลึง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีให้เลือกมากมายหลายห้อง สะอาดสะอ้านแถมมีกลิ่นหอมอีกต่างหาก เดินไปทางใหนก็เห็นแต่ความร่มรื่น สะอาดในทุกแห่งหน นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นที่ต่างจังหวัดของประเทศไทย ไปยังตึกอำนวยการเพื่อพบกับคุณสรพงศ์ ที่ผู้เขียนนึกภาพก่อนหน้านั้นว่า คงเปลี่ยนแปลงไปมากจากที่คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมายาวนาน แต่พอได้เห็นตัวจริงใกล้ๆ ก็คือคนเดิม รักษารูปร่างหน้าตาให้คงความเป็น “สรพงศ์” ได้ยอดเยี่ยม

                คุณสรพงศ์อยู่ในชุดออกกำลัง ขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ มอบให้ “ยอดธง ซุปเปอร์โจ๊ก” ต้อนรับด้วยกาแฟรสเข้มข้น คุณยอดธงสมัยก่อนดังมาก เป็นหนึ่งในตลกคณะเทพ โพธิ์งาม เล่นตลกขายหัวเราะกับป๋าต๊อก ตั้งแต่อายุ 21 ปี ตอนนี้อายุ 61 จากป๋าต๊อกก็อยู่กับวงลูกทุ่งแทบทุกคณะ เพลิน พรหมแดน จุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก เทพ โพธิ์งาม เพชร ดาราฉาย เคยทำทีมเล่นตลกตามคาเฟ่ ตอนนี้เลิกมา 6 ปีแล้ว พักผ่อนอยู่ที่บ้านบางบัวทอง วันเสาร์อาทิตย์จะมาช่วยคุณสรพงศ์ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนลูกศิษย์หลวงปู่ให้ช่วยกันทำบุญ

                คุณยอดธงเล่าว่า...คุณสรพงศ์ ชาตรี กับคุณดวงเดือน จิไธสงค์ เริ่มก่อสร้างหลวงปู่ตั้งแต่ปี 2530 หน้าตักกว้างแปดเมตรหนึ่งนิ้ว สูงสิบสามเมตร ใหญ่ที่สุดในโลก จากเนื้อที่สามไร่จนปัจจุบัน 150 ไร่ โครงการในอนาคต จะสร้างพระนอนใหญ่ที่สุดในโลก งบประมาณ 450 ล้านบาท

                ช่วงวันเสาร์อาทิตย์คนแน่นไปหมด มีราดหน้าเลี้ยงทุกวัน มีน้ำหวานเฮลบลูบอย เฉาก๊วย ไอสครีม ต้อนรับลูกศิษย์หลวงปู่จากทั่วโลก จะระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ ถ้วยชามต้องลวกด้วยน้ำร้อน บนโต๊ะไม่มีฝุ่น ใช้พัดลมไอน้ำรอบโรงอาหาร พระทุกรูปที่มาไหว้หลวงปู่ก็นิมนต์ฉันเพล ที่นี่จะมีพระซึ่งประจำอยู่วัดดาวดึงส์ วัดที่คุณสรพงศ์เคยบวช มาคอยรับสังฆทานหนึ่งองค์เฉพาะวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์   

หลวงปู่พูดไม่ได้ สั่งการไม่ได้ คุณสรพงศ์เปรียบเสมือนร่างทรง เป็นตัวแทนของหลวงปู่ทุกอย่าง คนที่อายุ 70 ขึ้นไปมาทำบุญ คุณสรพงศ์ก็แจกเงิน ถวายสามเณรรูปละ 500 บาท ทำบุญหนึ่งร้อยได้ล็อตเตอรี่หนึ่งใบ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทำบุญก็เอามาแจกเป็นทุนการศึกษา วันครบรอบมรณภาพของหลวงปู่ คุณสรพงศ์แจกคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียน หมดห้าล้านกว่าบาททุกปี

                งานประจำปีของมูลนิธิตรงกับเทศกาลตรุษจีน เก้าวันเก้าคืน มีหมอลำราคาร่วมสองแสนให้ดูฟรี คืนสุดท้ายจะมีตลกสามสิบกว่าคณะมาเล่น เลิกตีสี่ตีห้า ค่าใช้จ่ายหกเจ็ดแสนบาทในคืนสุดท้าย คุณสรพงศ์เน้นเรื่องตลก เขาเป็นศิลปินที่รักพวกพ้อง จะมีดาราหมุนเวียนมาร่วมแสดงความยินดี

                ...สักพักคุณสรพงศ์ก็มาถึงด้วยเครื่องแต่งกายชุดสีขาว มีแฟนๆ รุมขอถ่ายรูปเต็มไปหมด วันนั้นแฟนที่อายุมากที่สุด 93 ปี อายุน้อยที่สุด 13 ปี คอยถือกล้องวิดีโอติดตามถ่ายคุณสรพงศ์ตลอดเวลา...

                คุณสรพงศ์ขอตัวกับแฟนๆ เพื่อให้เวลากับผู้เขียนได้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำที่เป็นกันเอง จริงใจและ แทรกอารมณ์ขัน เขาย้ำว่า...ผมเรียนน้อย จึงเห็นความสำคัญด้านการศึกษา...แต่ทุกคำพูดตั้งแต่ต้นจนจบมีความหมายและให้ความรู้ไปในตัว ทำให้ผู้เขียนสามารถสรุปได้ว่า เพราะเหตุนี้เองที่ สรพงศ์ ชาตรี ยังครองใจแฟนๆ ตลอดกาล...

...แรงจูงใจที่ผมมาทำมูลนิธิ เดิมทีตรงนี้เป็นท้องนา เมื่อปี 2541  เศรษฐกิจตกต่ำ ไอเอ็มเอฟเข้า พระครูปลัดนุช รัตนวิชไชโย อยู่ที่วัดหนองบัวทุ่ง อ.คง จ.นครราชสีมา วัดที่สร้างส้วมทองคำ แนะนำให้ผมสร้างสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหฺมรังสี แต่ก่อนนั้นหลวงพ่อวัดอรัญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ให้ผมไปขอพรสมเด็จโต ท่านบอกว่า ลูกศิษย์สมเด็จโตเป็นเทวดาเยอะ เกิดมาเป็นมนุษย์ก็เยอะ ยังไม่เกิดก็มีอีกเยอะ สรพงศ์บุญน้อยทำอะไรเองไม่สำเร็จ 

                ผมจุดธูปขอหลวงปู่ บอกว่าจะสร้างหลวงปู่เป็นทองเหลืองทั้งองค์ ราคาประมาณเจ็ดล้าน ถ้าดีขอให้มีคนช่วย ถ้าไม่ดีขอให้ทำไม่ได้ แล้วผมก็มาซื้อที่สามไร่ๆ ละสามแสน หล่อหลวงปู่ 2 ปี 2542-2543 เสร็จก็ฉลอง ออกรายการทไวไลท์ โชว์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2543 ตั้งแต่วันนั้นพี่น้องประชาชนก็มากราบไหว้ไม่ได้ขาด หน้ากฐิน เสาร์อาทิตย์มีรถบัส 400 คัน ที่ไปดูพญานาค ไม่รวมรถตู้ เก๋ง กระบะ ปีใหม่รถหนึ่งหมื่นคัน รถครอบครัวมาจากเขาใหญ่ ตรุษจีนหนึ่งหมื่นคัน สงกรานต์ก็หมื่นกว่าคัน

ที่นี่เลี้ยงอาหารทุกวัน หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น เทศกาลสงกรานต์ 12-15 เมษายน ใช้หมูหนึ่งพันเจ็ดร้อยกิโล เส้นก๋วยเตี๋ยวสามพันกว่ากิโล เลี้ยงมาหลายปี คนสูงอายุเดินเข้ามา ถ้าอายุ 80 ผมให้ 300 บาท 90 ปีให้ 500 บาท

จากที่ไม่มีเงินสักสลึงเดียว มีคนมาทำบุญ 400 กว่าล้าน อย่างที่เห็น ซื้อที่ 150 ไร่ๆ ละสามแสน อาคารหลังนี้เกือบหนึ่งร้อยล้าน ทำบุญปีละประมาณ 20 ล้าน ซื้อรถยนต์ให้โรงเรียนราชสีมา โรงเรียนสุรนารี โรงพยาบาลสี่คิ้ว ในละแวกนี้ก็คือโรงเรียนสี่คิ้ว โรงเรียนสูงเนิน ทุกโรงเรียนจะมีคอมพิวเตอร์หลวงปู่โตทั้งหมด ส่งเด็กเรียนหนังสือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะสรพงศ์เรียนน้อย จึงเห็นความสำคัญของการศึกษา

เงินที่คนมาใส่บาตรคนละสลึง เงินหนึ่งบาทที่โยนน้ำพุได้วันละสองสามหมื่น สามารถส่งเด็กเรียนหมอได้ตลอด เลือกเด็กเรียนดี พ่อแม่ยากจน เด็กมีศีลมีธรรมที่ยื่นขอมา ทางเราจะให้กรรมการไปดูว่าพ่อแม่ทำไร่ทำนา อยู่ในป่าทำมันสำปะหลังจนจริงๆ แต่ลูกสอบเข้าแพทย์ เข้าวิศวะได้ ส่วนเด็กที่สอบเข้าในตัวเมืองไม่ได้ ก็พาไปฝากได้ด้วยบารมีหลวงปู่ เพราะเราอุปถัมภ์โรงเรียนของเขา

                 ตอนเริ่มต้นไม่เคยคิดว่าจะถึงวันนี้ คิดสร้างหลวงปู่โตเจ็ดล้าน ผมหาเงิน 3 ปี ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน ผมมีเพื่อนเป็นดารามาก คิดว่าหาเงินเจ็ดล้านภายใน 3 ปีคงไม่ยาก เริ่มจากซื้อที่สามไร่ๆ ละสามแสน ผ่อนเดือนละแสนบาท จ่ายเช็คล่วงหน้า ของที่ได้มาใช้เช็คดวงเดือน จิไธสงค์ เครดิตสรพงศ์ ที่อาศัยว่าเป็นดาราเกือบสี่สิบปี ไม่เคยจ่ายเช็คเด้ง ไม่เคยขึ้นหน้าหนึ่งว่าโกงใคร ต่อมาก็ซื้อขยายมาเรื่อยๆ ปีละ  3-4  ไร่ คนมาเยอะจนไม่มีที่จอดรถ ต้นไม้เยอะต้องขุดสระ ไม่มีแม่น้ำ ต้องสูบน้ำเข้ามาขังไว้รดน้ำต้นไม้บ้าง เลี้ยงปลาบ้าง

                เมื่อถึงจุดนี้ก็ยังไม่พอใจนัก เพราะเราให้ทานตามที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน ก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต ทำให้คนรวย เรามีศีล ไม่รังแก ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่พูดโกหก ทุกวันพระเราสวดมนต์ นิมนต์พระมาเทศน์ ทุกวันเสาร์ก็สวดมนต์ นิมนต์พระที่มีประสบการณ์ในประเทศอินเดีย เป็นพระธรรมทูต มาเทศน์ให้ญาติโยมได้ฟังกัน สอนให้คนทำบุญ สิ่งที่ทำในเวลานี้ เราให้ทาน พาคนรักษาศีล เราต้องมีธรรมะ ต้องทำให้เขาฉลาด ธรรมะจะรักษาตัวเขาได้

                ผมมุ่งด้านความสะอาด โดยเฉพาะห้องน้ำ มีทั้งห้องน้ำธรรมดาถึงห้าดาว ผมไปมาทั่วโลก เห็นไฟที่ลาสเวกัสสวย ก็อยากได้แบบลาสเวกัส ผมไปแวร์ซาย ก็อยากได้อาคารที่แต่งภายในสวย ไปที่วาติกัน ไปอิตาลี ฮ่องกง น้ำพุ น้ำตก ก็เอาสิ่งที่สวยของโลกมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่โดยที่คนไม่รู้ ถ้าอธิบายบางคนจะร้องอ๋อเลย

ที่นี่ไม่ใช่วัด ไม่มีเจ้าอาวาส ผมบริหารเอง เมื่อเช้าผมได้กลิ่นห้องน้ำผู้ชาย ก็ไปดมโถฉี่แล้วเรียกทุกคนไปดม เขาบอกว่าล้างแล้วแต่ยังไม่ได้ฉีดสเปรย์ จะมีคราบไม่ได้ เวลาเดินไปไหน ทุกแห่งจะต้องสะอาด ไม่มีถุงพลาสติค ครัวเป็นสแตนเลส ใช้แอมโมเนียเช็ด ใช้ผ้าสามผืน ผืนแรกเช็ดแฟ็บ ผืนที่สองผ้าหมาด ผืนที่สามผ้าแห้ง  ที่นี่ไม่ใช่ดิสนี่แลนด์ เราเอาพวกชาวนา พวกทำมันสำปะหลังมาฝึก ถ้าผมไม่อยู่ก็มีคนทิ้งขี้บุหรี่ ไม้จิ้มฟัน

                สิ่งที่เป็นความภูมิใจและมีความสุขคือ สามารถทำอะไรแล้วคนเขาชอบ เล่นหนังให้คนชอบได้แล้ว แต่การที่จะทำให้คนเข้ามาไหว้พระน่ะยาก เพราะไม่ใช่วัดดังอย่างหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง ซึ่งผ่านหกร้อยปีมาแล้ว หลวงปู่โตของเราแค่เก้าปีเท่านั้น ถือว่ายังเป็นหลวงปู่องค์ใหม่ ส่วนมากคนไปไหว้ที่วัดระฆัง วัดอินทร์ วัดไชโย

ผมภูมิใจที่อื่นทำไม่ได้คือเราเลี้ยงอาหารทุกวัน ในหมู่บ้านนี้มีคนสูงอายุ 70 ปี 112 คน ผมให้เงินคนละ 500 บาททุกเดือน เมื่อก่อนปีใหม่ให้หนึ่งพัน สงกรานต์ให้หนึ่งพันมันช้าไป กลัวเขาตายก่อน ก็เลยให้ทุกเดือน รัฐบาลให้ 300 ผมให้ 500

งานเทศกาลประจำปีที่เลือกวันตรุษจีน เพราะอากาศไม่ร้อน เดือนเมษาร้อนมากไม่ไหว สงสารคนกรุงเทพฯ หน้าเจ้านายผมงี้เหงื่อเต็ม เดือนมกราเขาก็ยังเกี่ยวข้าวกันอยู่...

                                                                                                                                 (อ่านต่อฉบับหน้า)

 

    









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> รักข้ามขอบฟ้า สันติ-เอริค่า พิเชฐชัยกุล โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> บูชาพระอาจารย์ใหญ่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดย พระอาจารย์ชลินทร์
>> รักข้ามขอบฟ้า สันติ-เอริค่า พิเชฐชัยกุล โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ภิกษุผู้เห็นธรรมในธรรม ย่อมนำความไพบูลย์มาสู่ โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> เหตุเกิดที่เกาหลีเหนือ โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ผู้มีความอดทนอดกลั้น ย่อมเป็นที่รักของเทวดา โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ต่อให้ดีแสนดีเขาก็ด่า สิชั่วแสนชั่วเขายังชม โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> บุคคลผู้ตั้งอยู่ในความประมาท กุศลที่เคยสร้างย่อมเสื่อมทราม โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ