หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


20 ธันวาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














เสด็จแม่พันธุรัตน์ โดย อ.เล็ก พลูโต

นางพันธุรัตน์ หรือ เสด็จแม่พันธุรัตน์ หลายท่านอาจจะคุ้นหูมาแต่เยาว์วัย และหลายท่านอาจจะยังไม่ลืมเลือนชื่อนี้ หากยังจำเรื่องราวของพระสังข์ทองในวรรณคดีไทย อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๒ แห่งบรมราชจักรีวงศ์กันได้ เพราะพระนางเป็นผู้ช่วยชีวิตของ “พระสังข์” ให้รอดพ้นจากความตาย ในคราวที่พระองค์ถูกนำไปถ่วงน้ำในทะเล จนกระแสน้ำพัดพาร่างของพระองค์ไปยังถิ่นที่อยู่ของพระนาง

                และเมื่อพระนางเห็นรูปลักษณ์ของพระสังข์ในขณะยังทรงพระเยาว์ ก็บังเกิดความรักใคร่เอ็นดูประหนึ่งบุตรในอุทร ทรงชุบเลี้ยงพระสังข์ไว้ในฐานะพระราชโอรสบุญธรรม ทรงสั่งสอนศิลปวิทยาการต่าง ๆ ให้ แม้กระทั่งสุดท้ายคราวที่พระสังข์หนีจากพระนางเพื่อตามหาพระราชมารดาแท้ ๆ ของพระองค์เมื่อทรงเจริญวัยแล้ว พระนางก็ยังทรงติดตามไปอ้อนวอนให้พระสังข์กลับมาอยู่กับพระนางดังเดิม เมื่อการเจรจาไม่ได้ผล พระนางเศร้าโศกเสียใจมากเพราะพระสังข์เปรียบประดุจดวงใจของพระนาง นางจึงกลั้นใจตาย ก่อนที่พระนางจะกลั้นใจตายด้วยความอาลัยรักในพระสังข์ พระนางยังได้มอบพระมนต์ที่เรียกว่า “มหาจินดามณี” เขียนไว้ที่ผนังถ้ำบนภูเขา สั่งให้พระสังข์ท่องบ่นและจดจำเอาไว้ใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้า

อันมหาจินดามณีมนต์ดังกล่าว เป็นพระมนต์บทสำคัญ แม้กระทั่งพระเถราจารย์ที่เชี่ยวชาญในพระเวทวิทยาคมในยุคก่อน ยังได้ผูกขึ้นเอาไว้สำหรับปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เพื่อใช้ในด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม อุดมด้วยลาภผล เหมือนกับที่พระสังข์ใช้เรียกเนื้อ เรียกปลา และที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของการทำผงยาจินดามณีมากที่สุด ก็จะเห็นมีแต่ที่สำนักวัดกลางบางแก้ว อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม ซึ่งปรมาจารย์ทางด้านนี้ก็คือ พระพุทธวิถีนายก (บุญ) หรือ หลวงปู่บุญ ได้มีการสร้างผงยาจินดามณีดังกล่าวเอาไว้หลายครั้ง สืบทอดมายังหลวงปู่เพิ่ม ศิษย์เอก  และหลวงตาเจือ ในยุคปัจจุบัน

สำหรับวัตถุมงคลที่สร้างด้วยเนื้อผงยาจินดามณีของสำนักวัดกลางบางแก้วนั้น มีมากมายหลายพิมพ์ อย่างพิมพ์นิยมเศียรโล้น สะดุ้งกลับ ของหลวงปู่บุญนั้น ราคาในปัจจุบันเกือบครึ่งล้าน ของปลอม ของแอบอ้างมีมากมาย เพราะพุทธคุณเท่าที่ปรากฎแก่ผู้พกพา คือ จะนำพาวาสนาบารมีให้เจริญรุ่งเรืองในชีวิต และหน้าที่การงานทุกด้าน จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ผงยาวาสนา” มีสรรพคุณเป็นยาในตัว การสร้างต้องรวบรวมว่านยาชนิดต่าง ๆ มาเป็นมวลสาร สร้างและปลุกเสกตามขั้นตอนทุกอย่าง ตั้งแต่การบดยา การปรุงยา การปั้นเป็นลูกกลอน หรือพิมพ์พระ ต้องทำตามฤกษ์ยามที่กำหนดไว้เท่านั้น เรียกว่าใครมีใครก็หวง และยังเป็นยาช่วยชีวิตเมื่อคราวคับขัน หรือสิ้นลมโดยไม่ได้สั่งเสีย คือ เอายานี้ให้กิน ก็จะฟื้นขึ้นมาสั่งเสียเรียบร้อย แล้วจึงหมดอายุขัย หากท่านทั้งหลายจะเสาะแสวงหาล่ะก็ หาของใหม่ของหลวงปู่เจือ ที่รู้เห็นว่าเป็นยา สร้างตามตำรับตำราเดียวกัน น่าจะปลอดภัยกว่า

เสด็จแม่พันธุรัตน์นั้น ท่านเป็นยักขิณี หรือ ผีเสื้อสมุทร ซึ่งภาพพจน์ของพระนางนั้น หลายท่านที่ไม่รู้จริง ต่างพากันหวาดกลัว เพราะยังติดภาพลักษณ์ในละครเรื่อง “พระอภัยมณี” ของบรมครูสุนทรภู่กันอยู่ ด้วยยังจำภาพนางยักษ์ผีเสื้อสมุทรที่ฉีกร่างของสองเงือกเฒ่า พ่อแม่นางเงือก ที่เป็นมารดาของสุดสาคร พระราชโอรสที่เกิดจากพระอภัยมณี เมื่อคราวพาพระอภัยมณี กับสินสมุทรหนีอย่างติดตา

แท้ที่จริงแล้ว พระนางพันธุรัตน์ ท่านกำเนิดเป็นยักษ์ ซึ่งยักษ์นั้นแท้ที่จริงก็คือ เทวดาจำพวกหนึ่ง ในชั้นจตุมหาราชิกา หรือสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง อยู่ในความปกครองของท่านท้าวเวสสุวัณ หรือ ท้าวกุเวร ท้าวโลกบาลประจำทิศเหนือ หรือทิศอุดร ยักษ์ส่วนมากมักจะอยู่ในศีลธรรม พระนางพันธุรัตน์ก็เช่นกัน จึงได้รับการแต่งตั้งจากท้าวเวสสุวัณ ให้เป็นผู้คุ้มครองทะเล และมหาสมุทร คอยช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ในกรณีเรือล่ม เพราะมรสุม หรือมหาวาตภัย หรือเป็น “ผีเสื้อสมุทร” นั่นเอง

คำว่า “ผี” แท้ที่จริงแล้วคือ “เทวดา” ไม่ใช่ภูติผีปีศาจที่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างที่หลายท่านเข้าใจ ทางเหนือรู้จักกันดีก็คือ “ผีฟ้า” คือ เทวดาที่รักษาไข้ให้มวลมนุษย์, ผีหลวง เทวดาคุ้มครองทิศต่าง ๆ ผีปู่ย่าตายาย ฯลฯ ล้วนเป็นผี หรือเทวดาที่ให้คุณ คุ้มครองเคหสถานบ้านเรือน ลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุข

คำว่า “เสื้อ” คือ การปกป้องคุ้มครอง เหมือนเสื้อผ้าที่ปกป้องคุ้มครองร่างกายให้อบอุ่น ดังนั้น ผีเสื้อสมุทร ก็คือ เทวดาที่ปกปักรักษาคุ้มครองทะเลและมหาสมุทร เหมือนกับ “พระเสื้อเมือง” ที่ทรงปกปักคุ้มครองบ้านเมืองนั่นเอง

สำหรับยักษ์ หรือเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกา หรือชั้นที่หนึ่ง ตลอดจนเทวดาในภพภูมินี้ เช่น คนธรรพ์, กินนร, ครุฑ ,นาค ฯลฯ จะมีลักษณะรูปกายอยู่ ๒ ลักษณะคือ ลักษณะกายทิพย์ที่สวยงาม มีกลิ่นหอม ประดับด้วยพัสตราภรณ์ พวกนี้จะอิ่มทิพย์ ไม่ต้องแสวงหาอาหาร มีวิมานอยู่ เหมือนเทวดาในชั้นอื่น ๆ

อีกลักษณะหนึ่งก็คือ พวกที่มีกายหยาบ แตกต่างกันไปตามรูปลักษณ์เผ่าพันธุ์ เช่น คนธรรพ์ หรือกินนร มีร่างกายเหมือนมนุษย์, ยักษ์ มีร่างกายเหมือนรากษส ตาโปน เขี้ยวโง้ง สูงใหญ่ ฯลฯ เป็นต้น พวกนี้ในขณะที่ดำรงกายหยาบ ยังต้องการอาหารเลี้ยงปากท้อง  มีการขับถ่ายของเสีย สืบพันธุ์ ร่างกายมีกลิ่นเหม็น ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ฯลฯ เหมือนสัตว์โลกทั่วไป

โดยปกติแล้ว เทวดาในภพภูมิที่หนึ่ง ตอนกลางวันจะมีรูปลักษณ์กายหยาบ ส่วนตอนกลางคืนจะมีรูปลักษณ์เป็นกายทิพย์ หรือกายละเอียด เว้นแต่พวกที่มีฤทธิ์ หรือเป็นเทวดาระดับหัวหน้า ก็จะจำแลงกายให้อยู่ในสภาพกายทิพย์ได้ตลอด แต่ก็นั่นแหละด้วยผลกรรมที่ยังต้องผูกพันกับโลกมนุษย์ เมื่อถึงวาระที่จะต้องแปรสภาพเป็นกายหยาบ ก็ไม่อาจฝืนได้ และต้องออกไปหาอาหารกินเหมือนกับสัตว์โลกทั่วไป

คงจำยักษณีผีเสื้อสมุทรที่เป็นเมียคนแรกของพระอภัยมณีได้ เมื่อถึงเวลาก็ต้องกลายร่างเป็นยักษิณี มีกายหยาบที่น่าเกลียดน่ากลัว ออกไปหาอาหาร โดยใช้หินก้อนใหญ่ปิดปากถ้ำเอาไว้, หรือแม้แต่พระนางพันธุรัตน์เอง เมื่อถึงวาระที่จะต้องกลายร่างเป็นกายหยาบ ก็ต้องมีอันต้องออกไปหาอาหาร และสั่งกำชับพระสังข์ไม่ให้เข้าไปในเขตหวงห้าม เพราะกลัวรู้ความจริงว่าแม่บุญธรรมของตนมีกำเนิดเป็นยักษิณี

อย่างในวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ ก็เช่นกัน จะเห็นว่าทั้ง กินนร เช่น นางมโนราห์ เมื่อต้องมาอยู่ในเมืองมนุษย์ ก็ต้องกลายร่างเป็นมนุษย์ กินอาหารเหมือนคนทั่วไป และอาจตายได้ด้วยการถูกจับบูชายัญ หรือ เผาไฟ หากไม่ได้ปีกและหางติดร่าง บินหนีไปเสียก่อน, หรือ คนธรรพ์ ในเรื่อง กากี จะเห็นว่าคนธรรพ์ เมื่อมาอยู่กับมนุษย์ ก็ต้องทำงานรับใช้พระเจ้าพรหมทัต กษัตริย์กรุงพาราณสี กลัวพระราชอาญาเหมือนคนทั่วไป แม้แต่พระยาครุฑ ที่จำแลงกายมาก็เถอะ หากอยู่ในสภาพของมนุษย์แล้ว ก็ต้องเป็นไปตามกฎของโลกมนุษย์ ถ้าจะลักพานางกากีหนีไปวิมานฉิมพลีได้ ก็ต้องกลายร่างเป็นพระยาครุฑเสียก่อน หรือแม้แต่ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองลับแล ถ้าออกนอกเมืองลับแลเมื่อไร ก็ต้องมีร่างกายเป็นไปตามอายุขัยในโลกมนุษย์ ต่างกับที่อยู่ในเมืองลับแล ที่ร่างกายไม่เน่าเปื่อยสูญสลาย หรือร่วงโรยตามวัย

ทีนี้ เมื่อเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกาเมื่อกลายร่างเป็นกายหยาบ เหมือนมนุษย์และสัตว์โลกทั่วไป ก็อาจตายได้ในขณะที่ดำรงกายหยาบ ซึ่งก็จะทำให้กายละเอียดในภพภูมิเทวดาแตกดับไปด้วย ส่วนจะไปเกิดในภพภูมิใดนั่นอีกเรื่องหนึ่ง เหมือนทศกัณฐ์ และเผ่าพงศ์ยักษาทั้งหลาย ที่มีกายหยาบ และต้องศรพระรามตายจนหมดสิ้นนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ เมื่อนางพันธุรัตน์กลายร่างเป็นยักษิณีติดตามพระสังข์ และไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้พระสังข์กลับไปอยู่กับนางดังเดิมได้ นางจึงกลั้นใจตาย สิ้นสภาวะแห่งการเป็นยักษิณีแต่บัดนั้น และไปบังเกิดเป็นเทวนารีในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท่านท้าวเวสสุวัณ จตุโลกบาลประจำทิศเหนือ ผู้เป็นใหญ่เหนือยักษ์และภูติผีปีศาจทั้งปวง ได้กราบทูลพระอินทร์ ผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ชั้นที่สอง) ถึงคุณงามความดีของนางในขณะเป็นยักษิณี พระอินทร์จึงทรงโปรดให้นางดำรงตำแหน่ง “ผีเสื้อสมุทร” หรือ เทวดาคุ้มครองท้องทะเลและมหาสมุทร คอยช่วยเหลือผู้คนที่ประสบภัยทางท้องทะเลและมหาสมุทร ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

สำหรับวัตถุมงคลรูปเสด็จแม่พันธุรัตน์ที่นำมาเสนอนี้ หล่อด้วยเนื้อทองเหลือง  เป็นของเก่าแก่มีอายุร่วม ๒๐๐ ปี สร้างโดยหลวงปู่อ้น วัดเหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่น้อยคนจะรู้จัก แต่ถ้าจะบอกว่า ท่านเป็นอาจารย์ของหลวงปู่ทิม วัดเหมืองใหม่ และหลวงปู่ทิม วัดเหมืองใหม่ ท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลายท่านก็คงจะร้องอ๋อ เพราะหลวงพ่อคง ขนาดเป็นศิษย์รุ่นหลาน ยังเก่งขนาดนี้ แล้วหลวงปู่อ้นล่ะ จะเก่งขนาดไหน คิดกันเอาเอง

หลวงปู่พึ่ง วัดปากสมุทร หรือ วัดลิงโจน ปากอ่าวแม่กลอง ท่านเป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่อ้น องค์นี้เป็นอาจารย์ของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว โดยที่หลวงปู่ยิ้มได้ไปศึกษาวิชาทำธงกันอสุนีบาตสายฟ้าฟาด และพายุคลื่นลมในทะเลจากท่าน หลวงปู่พึ่ง ท่านมีศิษย์ที่สืบทอดวิชาอีกองค์หนึ่ง คือ หลวงปู่พ่วง วัดลิงโจน องค์นี้ก็เป็นอาจารย์อีกท่านหนึ่งของ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม

ในสมัยก่อนชาวเรือที่ต้องออกเรือโดยไม่รู้ว่าเมื่อไรเรือของตนจะพบกับมรสุม คลื่นลมพายุพัดกระหน่ำ จนเรือต้องอับปาง สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เพราะเมื่อร้อยกว่า หรือสองร้อยกว่าปีมานั้น ยังไม่มีการพยากรณ์อากาศ แม้จะมีการหลีกเลี่ยงการเดินเรือ หรือออกเรือหาปลาในช่วงมรสุมก็ตาม แต่คนเราต้องหากินเลี้ยงปากท้อง ดังนั้น ที่พึ่งสำหรับไต้ก๋ง และชาวเรือประมงทั้งหลายก็คือ เครื่องรางของขลังที่ป้องกันคลื่นลมพายุ ป้องกันสายฟ้าฟาด และช่วยเหลือให้ออกไปหาปลาได้มาก ๆ ซึ่งพระเกจิอาจารย์ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง หรือมีวัดอยู่ในเขตประมง ปากอ่าว ติดท้องทะเลมหาสมุทร ท่านจึงต้องสร้างเครื่องรางเพื่อปกป้องคุ้มครองภัยให้กับชาวบ้าน และชาวประมง ไม่เฉพาะในเรือประมงเท่านั้น แม้ทุกบ้านที่อยู่ติดทะเล มหาสมุทร ต่างก็เสาะแสวงหาเครื่องรางดังกล่าวไว้คุ้มครองป้องกันด้วยเช่นกัน

รูปหล่อพระแม่พันธุรัตน์ ผีเสื้อสมุทร ผู้เป็นเจ้าของมหาจินดามณีมนต์ จึงถูกสร้างขึ้นด้วยพระเวทวิทยาคมที่เข้มขลัง และจิตตานุภาพของพระเกจิอาจารย์ยุคนั้น ที่สำเร็จกสิณ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งในยุคปัจจุบัน จะเสาะแสวงหาพระเกจิอาจารย์ที่สืบทอดสายวิชานี้ได้ยาก หรือหาไม่ได้เลย ใครที่มีของที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็จงได้เก็บรักษา บูชาท่านให้ดี อย่าทิ้งขว้าง

สำหรับรูปหล่อเสด็จแม่พันธุรัตน์องค์ที่อยู่กับผมนี้ พี่ชายผมได้มาจากเรือประมง ที่เกยตื้น หรือ ปลดระวางอยู่รายรอบวัดเหมืองใหม่ ท่านเป็นแม่ย่านางประจำเรือลำหนึ่ง ที่ผุพังอยู่ที่วัดนี้มานานกว่าร้อยปี ถามผู้เฒ่าผู้แก่ในละแวกนั้น ต่างคะเนอายุการสร้างอยู่ในสมัยหลวงปู่อ้น ก่อนที่จะนำมาก็ต้องทำพิธีเซ่นไหว้ บวงสรวง ขออนุญาตเจ้าอาวาส ขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และทำบุญให้กับทางวัด อุทิศกุศลผลบุญไปให้กับทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์เสด็จแม่ พี่ชายผมเขาหวงมาก เพราะไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ แต่ที่ให้ผม เพราะผมบอกว่า ผมมีอาชีพขับรถบนท้องถนน ทุกวันวันละ ๓ – ๔ ร้อยกิโลเมตร อันตรายทุกเวลานาที บางวันต้องเจอพายุฝน ลมแรง ไม่ต่างอะไรกับการออกทะเล ถ้าเขาไม่ชนเรา เราก็ชนเขา ไม่บาดเจ็บ ก็ล้มตาย เสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อันตรายยิ่งกว่าการเดินเรือ ที่เขาว่า “คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล” เสียอีก ผมจึงขอเอาไว้บูชา พี่เขาถึงให้มา

สำหรับคาถาบูชาเสด็จแม่โดยตรงนั้น ผมไม่มี ก็ได้แต่ใช้คาถาแคล้วคลาด ป้องกันภัยทั่วไป คือ

พุทธังแคล้วคลาด พระเจ้าย่างบาท อิติปิโส นะโมพุทธายะ, ธัมมัง แคล้วคลาด พระเจ้าย่างบาท อิติปิโส นะโมพุทธายะ ,สังฆัง แคล้วคลาด พระเจ้าย่างบาท อิติปิโส นะโมพุทธายะ ฯ

พระพุทโธ ระเบิดเปิดทาง อะระหังพุทโธ นะโม พุทธายะ,พระธัมโม ระเบิดเปิดทาง อะระหังพุทโธ นะโม พุทธายะ,พระสังโฆ ระเบิดเปิดทาง อะระหังพุทโธ นะโม พุทธายะ,

สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภ ชะโยนิจจัง พระพุทธังรักษา พระธัมมังรักษา พระสังฆังรักษา ศัตรูมีมา วินาสันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง ฯ

 









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๖) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๕)
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๔) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๓) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๒) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๑) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๐) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๙) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๗) โดย อ.เล็ก พลูโต



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ