หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


18 เมษายน 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














พระมเหศวร กรุวัดสว่างอารมณ์ สุพรรณบุรี โดย อ.เล็ก พลูโต

ติดตามเรื่องราวของพระเกจิอาจารย์ติดต่อกันมาพอสมควร เปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านเรื่องราวพระกรุกันบ้าง ผมเองก็ได้แต่เพียงนำเสนอข้อมูลเรื่องราว หลายท่านที่สนใจพระที่ผมนำมาให้อ่าน ก็โทร.ถามหา ว่าพอจะมีให้บูชาบ้างไหม ? ผมเองก็ “งกพระ” โดยสันดาน แต่ไม่ค่อย “งกเงิน” ไม่งั้นก็คงปล่อยพระออกมาให้คนบูชา ไม่ต้องทำมาหากินอย่างอื่นก็ยังได้ เพราะตลอดระยะเวลา ๓๐ กว่าปีมานี้ หมดเงินเช่าบูชา สะสมเอาไว้ไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ องค์ ก็ต้องอ้ำอึ้งตอบไปว่า มีครับ แต่มีแค่องค์เดียว หรือ สององค์ คงแบ่งปันให้ใครไม่ได้ ด้วยเป็นของรักของหวง

 

 

สำหรับบทความเรื่องพระมเหศวรนี้ ผมได้ข้อมูลมาจากลูกศิษย์ และลูกศิษย์ผมก็ได้ข้อมูลมาจากคุณแอ๊ด คาราบาว อีกต่อหนึ่ง ติดตามอ่าน ท้ายบทความพอจะมีข่าวดีให้ทุกท่าน ได้มีโอกาสครอบครองพระกรุนี้บ้างก็เป็นได้ แล้วแต่วาสนาของใครของมันครับ เรื่องพรรค์นี้

พระมเหศวร เป็นหนึ่งในตำนานอันยิ่งใหญ่ของพระเนื้อชิน ซึ่งได้รับการจัดเข้าชุด ยอดขุนพลเนื้อชิน ประกอบด้วย พระร่วงหลังรางปืน จ.สุโขทัย พระหูยาน จ.ลพบุรี พระท่ากระดาน จ.กาญจนบุรี
พระชินราชใบเสมา จ.พิษณุโลก พระมเหศวร จ.สุพรรณบุรี รวมเป็น ๕ ขุนพลจาก ๕ เมือง ที่เป็นแหล่งพระเครื่อง และอารยธรรมสำคัญของประเทศ

พระมเหศวร แตกกรุจากพระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองสุพรรณบุรี เมื่อปี ๒๔๕๖ ร่วมกรุเดียวกับ ผงสุพรรณ พระกำแพงศอก พระท่ามะปราง พระลีลาระเวง พระลีลาหลังซุ้มอรัญญิก พระซุ้มจิก พระซุ้มระฆัง พระปทุมมาศ พระกำแพงนิ้ว พระสุพรรณยอดโถ พระสุพรรณหลังพระ ฯลฯ

คำว่า มเหศวร หมายถึง พระอิศวร ซึ่งมีฤิทธิ์อำนาจมากในบรรดาเทพเทวดาทั้งปวง เหมาะสมและเป็นมงคลอย่างยิ่งต่อการนำมาเรียกชื่อพระพิมพ์นี้ ด้วยอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหารย์จากประสบการณ์ของผู้บูชาพระมเหศวรเป็นประจักษ์พยานยืนยัน จากหลังฐานในใบลานทองที่พบในกรุ บ่งชี้ว่า พระมเหศวรและพระในกรุนี้ สร้างโดยพระเจ้าอู่ทอง ประมาณปี ๑๘๘๖ โดยจัดเป็นพิธีหลวง มีฤาษีผู้ทรงฤทธิ์เป็นผู้ทำพิธีปลุกเสก

ศิลปะของพระมเหศวร  เป็นแบบอู่ทองยุคกลาง  จุดเด่นอยู่ตรง การวางรูปแบบพิมพ์พระให้มี ๒ ด้านกลับหัว ซึ่งไม่เคยปรากฎในพระกรุใดมาก่อน ถือเป็นการสร้างพระที่แปลกพิสดารเปี่ยมสีสันน่าสนใจยิ่ง สันนิษฐานว่า แม่พิมพ์ของพระมเหศวร จะมีลักษณะแบบเบ้าประกบ มีเดือยอยู่กลางองค์ระหว่างองค์พระ พระบางองค์จึงยังมีรอยก้านชนวนให้เห็นอยู่ นอกจาก พิมพ์ ๒ หน้า หรือ สวนคู่ แล้ว ยังมีพิมพ์ สวนตรง คือ ทำเป็นพระสองหน้าแต่ไม่กลับหัวกัน และ พิมพ์ สวนเดี่ยว ที่มี พระหน้าเดียว ด้านหลังเป็นลายผ้า ตัดขอบชิดองค์พระไม่เหลือปีกบน และล่าง อย่างพิมพ์สวนคู่ พิมพ์สวนเดี่ยว บางองค์ด้านหลังเป็นพิมพ์ซุ้มระฆัง หรือ นาคปรก ก็มี แต่พบน้อยมาก

สำหรับ พิมพ์สวนคู่ แบ่งเป็น พิมพ์ใหญ่ กลาง เล็ก แต่ละพิมพ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื้อพระมเหศวร มีเฉพาะ เนื้อชินเงิน และ ชินตะกั่ว เท่านั้น ส่วน ชินเขียว ไม่ใช่พระของเมืองสุพรรณ เนื้อพระจะต่างจาก กับเนื้อชินของเมืองอื่น ๆ อย่างเช่น พระเมืองอยุธยา จะเป็นเนื้อ ชินแข็ง หรือ ชินกรอบ ผิวประทุขาว หรือ พรายเงิน ส่วน พระมเหศวร เป็นพระเนื้อ ชินสังฆวานร คือ ชินค่อนข้างอ่อนกว่า พระมเหศวรบางองค์ที่ เนื้อแก่ดีบุก และ ปรอท เนื้อจะเป็น สีเงินยวง ถ้าสภาพสมบรูณ์ ผิวจะปรากฏ คราบปรอท และ คราบไขมัน ที่เป็นเกร็ดสีน้ำตาลแทรกแซมกัน เมื่อผสมกันแล้ว ทำให้ผิวปรอทเป็น สีทองกลายเป็นเอกลักษณ์ของผิวพระมเหศวรอย่างหนึ่ง

แต่หากผ่านการบูชาใช้ สัมผัสเหงื่อไคล จึงจะเกิด สนิมดำ บางองค์อาจเกิด สนิมขุม และ รอยผุระเบิดเกิดจากความร้อนในกรุ แต่ตามซอกยังต้องมีผิวปรอทสีทองหลงเหลืออยู่บ้าง ถ้าเนื้อ แก่ตะกั่ว ผิวจะออกสีเทา แต่เนื้อในยังคงเจือสีเงิน เพราะเป็นเนื้อตะกั่วผสมปรอท และดีบุก ไม่ใช่เนื้อตะกั่วล้วน ๆ ส่วนคราบไข และสนิมต่าง ๆ เหมือนกัน

มเหศวรมีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน ผู้พกพาบูชาไม่เคยพบความผิดหวัง เป็นพระที่สร้างมาสำหรับ "ใช้" อย่างแท้จริง นอกจากจะเชื่อถือได้ทาง คงกระพัน และ มหาอุด แล้ว ยังช่วย เสริมส่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิต กลับร้ายให้กลายเป็นดี ดึงชะตาชีวิตที่ตกต่ำ หรือมีเคราะห์ ให้พลิกฟื้นคืนขึ้นมา ทำให้หมดเคราะห์หมดโศก ปราศจากโรคภัย โดยถือคติที่สร้างองค์พระ กลับหัว กลับหาง มีด้วยกันสองด้าน เหมือนกับชะตาชีวิตของคนเรา มีขึ้นมีลง มีโชคดี ก็ต้องมีโชคร้าย มีกลางวัน ก็ต้องมีกลางคืน องค์พระมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการแขวนบูชา ดูมีสง่าราศีเป็นอย่างยิ่ง

ใครที่มีความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า แขวนพระชุดนี้แล้วทำให้จิตใจฮึกเหิม กลายเป็นโจร เหมือนดั่ง “เสือมเหศวร” ที่พกพระกรุนี้ แล้วกลายเป็นโจรล่ะก็ เปลี่ยนความเชื่อ ความคิดเสียใหม่นะครับ พอ ๆ กับพวกที่แขวนพระขุนแผน แล้วบอกว่า ดีทางด้านเมตตา เจ้าชู้ มีเมียเยอะ แต่ก็มีหลายคนไม่กล้าแขวน เพราะขุนแผนจน และติดคุก ไม่รู้ไปเอาความเชื่อเหล่านี้มาจากไหนกัน สงสัยอินกับเรื่องราวในหนัง ละคร นิยาย วรรณคดีไทยมากไปกระมัง

 สำหรับรูปพระที่นำมาให้ท่านพิจารณาประกอบเรื่อง เป็นพระกรุพบใหม่ เมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๔๙ ของ วัดสว่างอารมณ์ ริมแม่น้ำท่าจีน ต.พิหารแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

พระกรุนี้ขุดพบเมื่อ เดือน มิถุนายน ๒๕๔๙ โดยทางวัดไม่ทราบมาก่อนว่ามีกรุนี้อยู่ วัดสว่างอารมณ์ เป็นวัดแรกในทั้งหมด ๙ วัด ที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ด้วยเป็นวัดที่มีน้ำท่วมทุกปี ทำให้คณะกรรมการวัดนำโดยเจ้าอาวาส ทำการย้ายวิหารซึ่งมีอายุร่วม ๓๐๐ กว่าปี ด้วยวิธีขุดยกวิหารทั้งหลัง เมื่อทำการขุดยก ได้พบกรุพระใต้ฐานพระพุทธรูป ลึกเมตรเศษ ๆ มีพระมเหศวรทั้งหมด ๖ ไห เมื่อประเมินอายุตามอายุวิหาร ๓๐๐ กว่าปี พระนี้ต้องสร้างก่อน แล้วนำมาฝังกรุใต้วิหารตามความเชื่อ หรือประเพณี หรือ ด้วยเหตุผลใดสักอย่างหนึ่ง เช่น เป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา, เสดาะเคราะห์ ฯลฯ เป็นต้น

.........ทางวัดจึงนำเก็บไว้บางส่วนเพื่อแจกจ่ายให้ผู้เกี่ยวข้อง และให้บูชาเพื่อหารายได้ สมทบทุนในการย้ายวิหาร แต่ตอนนี้ที่วัดหมดแล้ว ลูกศิษย์ผมที่เป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เก็บบูชาไว้หลายองค์ เอาไว้เมื่อผมไปเมืองไทยจะขอแบ่งมาให้หากยังเหลืออยู่ ประมาณการ ราคาองค์ละ ๒๐๐ เหรียญ รวมทั้งค่าตลับ และ ค่าจัดส่ง หากใครสนใจ กรุณาติดต่อมายังผมเนิ่น ๆ ผมจะเดินทางไปเมืองไทย ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ที่จะถึงนี้ แต่บอกก่อนนะครับว่า ไม่รับรองว่าจะได้ของหรือเปล่า ทราบมาว่า ได้แจกจ่ายแก่เพื่อนสมาชิกในเวปไซด์สำนักโหรพลูโต ในอัตราค่าทำบุญองค์ละ ๓,๕๐๐ บาท เพื่อนำเงินไปทำบุญสมทบทุนกองทุนของเวป เมื่อตอนเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา ยังไม่แน่ใจว่าจะหลงเหลือสักกี่องค์ หรือ อาจหมดแล้วก็ได้

สำหรับท่านใดที่อยากเห็นของจริง ที่ผมมีอยู่องค์หนึ่ง ได้จากลูกศิษย์น่ะแหละ เมื่อคราวไปเมืองไทยเมื่อมีนาคม ปีที่แล้ว ก็ติดต่อขอชมกันได้ เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้นนะครับ เพราะวันอื่น ๆ ผมทำงานประจำ ขับรถส่งเอกสารตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง ถึง สามทุ่มทุกวัน โทร.ติดต่อมาที่เบอร์ (714) 398- 3237 ถ้าผมไม่รับสาย แสดงว่ากำลังขับรถอยู่ หรือ ทำภารกิจส่วนตัว ก็ขอให้ฝากข้อความเอาไว้นะครับ









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๖) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๕)
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๔) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๓) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๒) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๑) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๐) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๙) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๗) โดย อ.เล็ก พลูโต



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ