หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


22 ธันวาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














ครูบาเจ้าเกษม เขมโก (๘) โดย อ.เล็ก พลูโต

มาติดตามเรื่องราวของ หลวงปู่ครูบาเจ้าเกษม เขมโก จากบันทึกของ คุณบุญทวงศ์ ณ ลำปาง ที่ได้บันทึกเอาไว้ในหนังสืออนุสรณ์ อายุครบรอบ ๘๐ ปี หลวงปู่เกษม เขมโก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ กันต่อ คุณบุญทวงศ์ ได้กล่าวถึงกิจวัตรที่หลวงปู่เกษมได้ประพฤติปฏิบัติ สมัยที่ท่านยังปฏิบัติธรรมในป่าช้า ด้วยการนั่งภาวนากลางแจ้งโดยคุณบุญทวงศ์ได้บันทึกเอาไว้ว่า

                กิจที่หลวงพ่อเกษม  เขมโก จะต้องปฏิบัติอยู่เป็นประจำสมัยนั้นก็คือ การนั่งภาวนากลางแดด ภาวนากลางฝน และภาวนากลางหนาว พูดแบบง่าย ๆ ก็คือ เอาชนะความร้อน เอาชนะฝนซึ่งตกหนักตามฤดูกาล และเอาชนะความหนาวเย็นนั่นเอง

                ผมขอพูดถึงการภาวนากลางแดดก่อน การนั่งภาวนากลางแดด จะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ถึงพฤษภาคม ซึ่งแดดตอนนั้นร้อนมาก ขนาดเราขี่จักรยานไปหาท่าน ยังร้อนแทบตาย พอไปถึงที่ต้องหลบเข้าในร่ม พัดวีกันเหย็งเลยทีเดียว เพื่อนสนิทที่เราคบหากันไปหาท่านอาจารย์ หรือ หลวงพ่อเกษม สมัยนั้นก็มี คุณคำมูล เจริญหล้า, คุณวิจิตร เลิศคชสีห์, พี่หนานจันทร์ สุขเกษม และ คุณแถม หรือ โกแถม เรืองภูมิ เราต่างคนต่างก็ปั่นจักรยานสองล้อไปกัน เพราะยุคนั้น คำว่า ฮอนด้า ยามาฮ่า ซูซูกิ ยังไม่เข้ามาเมืองไทย ไม่มีใครรู้จัก

                วันนั้น หลวงพ่อออกนั่งภาวนากลางแดด ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. คือ ท่านจะนั่งตั้งแต่พระอาทิตย์เริ่มร้อนจัด จนกระทั่งพระอาทิตย์ตก เป็นประจำติดต่อกันเป็นเดือน จนผิวของท่านดำเกรียม เมื่อพวกเราถามท่านว่า ท่านอาจารย์ร้อนไหม ? ท่านก็บอกว่า “ร้อนซิ...แต่เราทนเอา” ท่านจะฉันกลางแดด ภาวนากลางแดด รับแขกกลางแดด ใครอยากคุยกับท่านก็ไปคุยกลางแดด อย่างเก่ง คนละประมาณ ๔-๕ นาทีก็ทนไม่ไหว ต้องรีบเผ่นหนีเข้าร่มแล้ว เพราะอากาศและแดดเดือนเมษา พฤษภา มันทารุณแค่ไหน ขนาดเทียนไขเป็นแท่ง ๆ อยู่ในร่มยังละลายเลย มีสิ่งที่ผิดสังเกตอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เทียนขี้ผึ้ง ไม่ว่าจะเล่มเล็ก หรือเล่มใดที่หลวงพ่อจุดบูชา หรือภาวนารอบ ๆ ตัวท่าน ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ๆ นั้น ไม่มีเล่มไหนงอ หรือหักลงแม้แต่เล่มเดียว

                เทียนทุกเล่มจะตั้งเป็นแนวตรง ส่งแสงแข่งกับดวงอาทิตย์อันร้อนระอุ อยู่จนกว่าเทียนเล่มนั้นจะมอดไหม้หมดเชื้อไปเอง

                เจ้าแม่บุญปั๋น พงษ์พันธ์ ผู้มีเชื้อสายคนหนึ่งของตระกูล ณ ลำปาง ท่านได้แต่งงานกับคนจีนจนมีลูกเต้าหลายคน และท่านก็เป็นเครือญาติของหลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา ณ บ้านถนนตลาดจีน เมื่อ ๒๐ กว่าปีมาแล้ว

                ในวันฌาปนกิจศพ ซึ่งมีขึ้นที่สุสานไตรลักษณ์ ประตูม้า มีประชาชน ตลอดจนญาติมิตรไปร่วมในพิธีกันมากมาย เพราะเจ้าแม่บุญปั๋น เป็นคนเก่าแก่ของเมืองลำปาง ที่เป็นกรณีพิเศษก็คือ หลวงพ่อเกษม ก็ได้ออกจากอาศรมด้านในมาร่วมพิธีด้วย

                หลังจากเสร็จพิธีสวด และทอดผ้าบังสุกุลแล้ว บรรดาลูกหลานญาติมิตร ต่างก็อัญเชิญศพไปตั้ง ณ เมรุที่เตรียมไว้ หลวงพ่อได้ให้บรรดายุวพุทธของท่าน มาทำพิธีสวดแผ่เมตตาให้ ยุวพุทธ ฯ (ย.ว.ส.) ทั้งหญิงชาย ประมาณ ๘-๙ คน ต่างก็ยืนชิดเมรุ สวดเป็นตอน ๆ ทางญาติผู้ใหญ่ของเจ้าภาพ ก็จัดเตรียมจุดลูกหนู พร้อมที่จะพุ่งไปตามลวดที่ขึงห่างประมาณเกือบ ๑๐๐ เมตร ตามประเพณีซึ่งมีมาแต่โบราณ

                สำหรับการสวดนั้น ได้บอกว่าเป็นตอน เป็นวรรค เป็นบท ใช้เวลาสวดนานพอสมควร พอถึงบทใกล้จะจบพิธี ก็มีการหยุดเว้นระยะหลายตอน ข้างฝ่ายญาติเจ้าภาพซึ่งจุดธูปรอที่จะจุดลูกหนูเกิดเข้าใจผิด คิดว่าบทสุดท้ายคงใกล้จะจบแล้ว ไม่ทันถามไถ่ ก็รีบจุดลูกหนูทันที ลูกหนูซึ่งทำเป็น รูปหนู ตัวโตเท่ากำปั้น อัดด้วยดินปืน หรือ “เผ่า” ก็พุ่งปร๊าดออกจากแหล่งไปตามเส้นลวดทันที และเป็นช่วงเดียวกันกับที่ ย.ว.ส. สวดต่อบทสุดท้าย หากลูกหนูวิ่งเข้าชนโลงศพแล้ว ไฟจะลุกพรึ่บขึ้นทันที นั่นย่อมหมายถึงอันตรายจะต้องเกิดขึ้นกับบรรดา ย.ว.ส. อย่างแน่นอน

                ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนของประชาชนที่มาร่วมพิธีศพ ต่างก็คิดเหมือนกันว่า ลูกหนูจะต้องวิ่งชนโลงศพแน่ ๆ เพราะดินระเบิดแรงเหลือเกิน แต่....เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝันก็บังเกิดขึ้น หลวงพ่อซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยืนเพ่งดูอยู่ ลูกหนูตัวนั้นวิ่งไปตามเส้นลวด ใกล้จะถึงโลงศพ ประมาณ ๑๐ เมตร แล้วก็หยุดกึกลงเหมือนมีเบรคอยู่ในตัว ลูกหนูตัวนั้นอยู่ในอาการสั่นรัว และดินระเบิดก็ยังส่งเสียงดังกึกก้อง พยายามจะวิ่งไปให้ถึงโลงศพให้ได้ จนลวดที่ขึงสั่นเทิ้ม เพราะแรงมหัศจรรย์บังคับไว้ บรรดา  ย.ว.ส. ก็เร่งสวดจนจบ แล้วก็ถอยออกมาจากเชิงตะกอน ลูกหนูซึ่งถูกแรงดึงดูดอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง ก็พ้นจากสภาวะบังคับ พุ่งปร๊าดเข้าสู่โลงศพทันที เมื่อกระทบโลงศพ ไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นไหม้โลงศพ จนค่อย ๆ มอดไหม้ไปในพริบตา

                ได้มีการตรวจเช็คเส้นลวดที่ขึงไว้ว่า จะมีรอยคดงอหรือไม่ ? ปรากฏว่า เส้นลวดยังใหม่ ๆ ไม่มีรอยคดงอให้สะดุดมือแต่อย่างใด เหตุที่ลูกหนูไปหยุดกึกลง ทั้ง ๆ ที่กำลังวิ่งไปเต็มแรงอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่เป็นบุญญฤทธิ์ของหลวงพ่อเกษม ซึ่งแสดงออกเพื่อป้องกันอันตรายยุวพุทธฯ ไว้แล้ว ท่านผู้อ่านลองทายดูซิว่า มันเป็นปาฏิหาริย์ของท่านผู้ใด

                ระหว่างเดือนธันวาคม ควบกับเดือนมกราคมของทุกปี  ทางจังหวัดลำปางจะจัดงานมหกรรมประจำปี หรือ งานฤดูหนาว ขึ้นเป็นประจำ ณ สนามโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย เพื่อเก็บเงินรายได้บำรุงเหล่ากาชาดจังหวัด และสมาคมศิษย์เก่าบุญวาทย์วิทยาลัย  เพราะสมัยนั้นสนามกีฬาจังหวัด หรือสนามกีฬากลางที่หนองกระทิงยังไม่มี

                วันหนึ่ง หลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านจะนึกสนุกขึ้นมาหรือยังไง ? ก็ไม่ทราบได้ ท่านบอกว่า โรงเรียนบุญวาทย์ ฯ กำลังมีงานฤดูหนาว สุสานก็จะมีงานบ้าง เป็นการแสดงกล และการแสดงกลก็ไม่ใช่ของจริง ท่านได้หยิบเอาขวดยา เอ.พี.ซี. สำหรับเด็ก ขวดละ ๑,๐๐๐ เม็ด ซึ่งผู้นำมาถวายออกมาเปิดฝา เทยาใส่อุ้งมือเป็นกำ แล้ววางลงเป็นกอง ๆ สัก ๑๐ กองเห็นจะได้ จนยาหมดขวด แล้วให้พวกเรานับยาแต่ละกองดู

                เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทั้ง ๑๐ กอง มีจำนวนเท่ากันหมด คือ กองละ ๑๐๐ เม็ด ๑๐ กองเป็น ๑,๐๐๐ เม็ดพอดี ท่านบอกว่าเป็นการแสดงกล แต่พวกเราคิดว่าไม่ใช่กล ต้องเป็นด้วยบุญบารมีของท่านอย่างหนึ่ง ซึ่งท่านผู้รู้หลายท่านได้วิพากษ์วิจารณ์ให้พวกเราฟังว่า เรื่องยาในขวดเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว แม้แต่ข้าวสารเป็นกระสอบ ๆ ท่านก็รู้ และทำได้ เพราะแรงอธิษฐานของท่านสูง สูงจนใครทาบไม่ติด

                เรื่องนี้ผม อ.เล็ก พลูโต ผู้นำเสนอเรื่องราวของท่านในคอลัมน์ “พระเครื่องปริทรรศน์” ในหนังสือพิมพ์เสรีชัย ขอรับรอง และยืนยันบุญญฤทธิ์ของท่านในเรื่องดังกล่าวด้วยคนหนึ่ง เพราะผมเคยได้ยินได้ฟังมาจากศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ท่านหนึ่งว่า ในคราวหนึ่งที่หลวงปู่เกษม ท่านทำพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคลที่บรรดาศิษยานุศิษย์ และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนได้จัดสร้างขึ้น เพื่อหาเงินรายได้ในการสร้างกุศลสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เนื่องในงานทำบุญฉลองอายุของท่าน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน อันเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน

จำนวนวัตถุมงคลที่ปลุกเสกในแต่ละคราว มีจำนวนมากมายมหาศาลนับล้านชิ้น กองท่วมหัวท่วมหูเป็นกองพะเนินเทินทึกเลยทีเดียว โดยกองวัตถุมงคลเหล่านั้นมีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งเหรียญรูปเหมือน, ผงรูปเหมือน, รูปหล่อเหมือน ทั้งที่เป็นรูปของท่าน และเป็นรูปพระพุทธ, รูปเหมือนเจ้าแม่กวนอิม, พระปิดตา, พระบรมฉายาลักษณ์ ร.๕ ฯลฯ

ในวันที่เกิดเหตุอัศจรรย์ดังกล่าว ท่านได้จับด้ายสายสิญจน์ที่โยงมาจากกองวัตถุมงคลขึ้น เพื่อจะทำการอธิษฐานจิต พอท่านหลับตาลงสักอึดใจ ท่านก็ต้องลืมตาขึ้น แล้วเรียกเจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง เข้ามา กล่าวว่า พิธีนี้มีล็อกเก็ต ร.๕ อยู่อันหนึ่ง ซึ่งผ่านการอธิษฐานจิตจากท่านมาแล้วรวมอยู่ด้วย ขอให้เจ้าประเวทย์ ไปนำเอาออกมาเพื่อเป็น “ชนวน” ในการอธิษฐานจิตครั้งนี้

เจ้าประเวทย์เมื่อได้ฟังคำของหลวงปู่เกษมเช่นนั้น ก็แปลกใจเป็นอันมาก และเรียนให้ท่านทราบว่า ในคราวนี้ไม่มีผู้ใดสร้างรูปเหรียญ ล็อกเก็ต หรือวัตถุมงคลใด ๆ ที่เป็นรูป ร.๕ มาเข้าพิธี เพราะเพิ่งทำพิธีผ่านไปเมื่อเดือนที่แล้ว ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม หรือ วันปิยะมหาราช ท่านก็ยืนยันว่า มีล็อกเก็ต ร.๕ อยู่อันหนึ่ง ให้ถามไถ่ดู ว่าเป็นของผู้ใด อยู่ตรงไหน ให้ไปนำมา เมื่อเจ้าประเวทย์ถามไถ่ เลยทราบว่าเป็นของศิษย์ใกล้ชิดผู้หนึ่งที่เป็นตำรวจทางหลวง จ.ลำปาง ได้นำล็อกเก็ตที่ตนบูชาเมื่อคราวที่แล้ว มาฝากเข้าพิธีอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่บอกให้ใครรู้ เมื่อเจ้าประเวทย์ถามไถ่จากคำบอกเล่าของหลวงปู่ ก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที และได้ไปนำมามอบให้เจ้าประเวทย์ นำไปถวายหลวงปู่ ท่านได้นำล็อกเก็ตอันนั้นวางไว้บนพานที่วางสายสิญจน์ นำสายสิญจน์วนโดยรอบ แล้วเริ่มทำการอธิษฐานจิตในครั้งนั้นต่อไป

การอธิษฐานจิตสู่วัตถุมงคลของหลวงปู่เกษม เขมโก ในแต่ละคราว ใช้เวลาไม่มากนัก อยู่ในราว ๕ – ๑๐ นาที ไม่เกินไปจากนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า พลังจิตจากการอธิษฐานจิตเข้าสู่วัตถุมงคลของท่านนั้นแรงมาก ถ้าเปรียบเป็นไฟฟ้า ก็มีกำลังแรงสูงมาก สูงกว่ากระแสไฟฟ้าที่ผ่าลงมา คือ มีค่าสูงเป็นจำนวนหลายหมื่นหลายแสนโวลต์เลยทีเดียว

พลังจิตของพระอรหันต์ หรือพระอริยเจ้าผู้สำเร็จฌานสมาบัติชั้นสูงนั้น เมื่อแผ่ออกไปจากจิตอันบริสุทธิ์ และแรงกล้าของท่านมุ่งเข้าสู่วัตถุมงคลโดยมีสายสิญจน์เป็นสื่อ พลังจิตจะวิ่งไปตามสายสิญจน์เหมือนกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งไปตามสาย และจะไปสถิตอยู่ในวัตถุมงคลนั้นไม่มีเสื่อมคลาย หรือ สูญสลาย เมื่อมีผู้นำไปสักการะบูชา แล้วประพฤติปฏิบัติตนในทางที่ดีที่ชอบที่ถูกที่ควร อธิษฐานขอความช่วยเหลือจากวัตถุมงคลชิ้นนั้นโดยชอบธรรม และหากไม่เป็นการ “ฝืนกฎแห่งกรรม” แล้วไซร้ วัตถุมงคลนั้น ๆ ก็จะรับการกระตุ้น หรือ “เปิดสวิทซ์” ส่งกระแสพลังจิตที่ได้บรรจุไว้ออกมายังผู้อธิษฐานขอ หรือปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายจากสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ทันที

ดังนั้นผู้ที่พกพาวัตถุมงคลของพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ พึงสังวรไว้ว่า ท่านจะต้องอาราธนาพระเครื่องรางของขลังของท่านทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อเป็นการเปิดสวิทซ์ หรือให้กระแสจิตของท่านสัมผัสกับกระแสจิตของพระเกจิอาจารย์ที่ปลุกเสก หรืออธิษฐานจิตไว้ในวัตถุมงคลที่ท่านพกพาอยู่ และท่านจะต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี อยู่ในศีลธรรมด้วย พระจึงจะคุ้มครองท่าน และบันดาลให้ท่านประสบผลสำเร็จอันพึงปรารถนา

จริงอยู่ บางท่านไม่ได้อาราธนาพระท่านก่อนออกจากบ้าน จะด้วยเหตุไม่รู้ หรือด้วยเหตุอันใดก็ตาม เมื่อถึงคราวคับขัน พระท่านก็ปกป้องคุ้มครองภัยให้ หรือบางคนเป็นโจรผู้ร้ายปล้นฆ่า เมื่อพกพาพระเครื่องรางของขลัง พระท่านก็ยังคุ้มครอง เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะพระท่านไม่อาจอยู่ “เหนือกฎแห่งกรรม” ได้ พวกที่พกพาพระเครื่องแล้วไปก่อกรรมทำเข็ญ เป็นคนชั่วคนเลว แล้วพระยังคุ้มครองอยู่ได้นั้น เพราะเหตุว่า “กรรมเก่าซึ่งเป็นกรรมดี” ยังตามมาปกป้องคุ้มครองเขาอยู่ แต่เมื่อ “กรรมเก่าที่เป็นกรรมดี” หมดลง แล้ว “กรรมเก่า หรือ กรรมใหม่ ที่เป็นกรรมเลว” ตามมาทันล่ะก็ เขาจะได้รับผลแห่งกรรมนั้นทันที ให้แขวนพระเครื่องชั้นดีเพียงใด หรือมีประสบการณ์ในด้านการคุ้มครองป้องกันภัยมาแล้วก็ตาม เมื่อถึงเวลานั้น “พระท่านจะไม่คุ้มครองอีกต่อไป” เพราะคนผู้นั้นจะต้องเป็นไปตาม “กฎแห่งกรรม” ที่ทำเอาไว้

               









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๖) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๕)
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๔) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๓) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๒) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๑) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๐) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๙) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๗) โดย อ.เล็ก พลูโต



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ