หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


23 พฤศจิกายน 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














วันประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม 2516 เรียบเรียงเนื้อหาจากบันทึกประวัติศาสตร์.. โดย ชาติเชื้อ ชนบท

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองยุคหลังเปลี่ยนการปกครองฯ พ.ศ. 2475 จุดเริ่มเหตุการณ์สำคัญจาก“มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” มี ลานโพธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของธรรมศาสตร์และสังคมไทย นับตั้งแต่เหตุการณ์14 ตุลาคม พ.ศ.2516 ขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนร่วมกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย เช้าตรู่วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2516 ลานโพธิ์ เป็นจุดเริ่มต้นชุมนุม เคลื่อนไหวของนักศึกษา เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวกลุ่มผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ 13 คน ซึ่งถูกรัฐบาลจับกุม ต่อมามีผู้เข้าร่วมสนับสนุนการชุมนุมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับหมื่นคนจนต้องย้ายไปชุมนุมที่สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้น จนถึงหลายแสนคน ก่อนเคลื่อนขบวนออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเวลา เที่ยงตรงของ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2516 กลายเป็นเหตุการณ์ วันประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม 2516

          ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังเป็นสถานที่แสดงละครล้อการเมืองของนักศึกษาในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ภาพการเล่นละครล้อ ในครั้งนั้น กลายเป็นภาพข่าวหน้าหนึ่ง ในหนังสือพิมพ์ ดาวสยาม ขณะที่สถานีวิทยุยานเกราะและวิทยุในเครือข่าย อ่านข่าวเล่าความเท็จ ประโคมข่าวว่านักศึกษาแสดงละครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนเกิดมีการชุมนุมของลูกเสือชาวบ้าน และกลุ่มพลังต่างๆ นำมาสู่การใช้ความรุนแรง ล้อมปราบสังหารนักศึกษา ประชาชน ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519

          ในปี 2534 ลานโพธิ์ กลับมามีบทบาทอีกครั้งเมื่อคณะผู้นำกองทัพได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ การปกครอง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 สืบทอดอำนาจให้กับตนเอง ในครานั้น นักศึกษาและประชาชนใช้ลานโพธิ์เป็นสถานที่ ชุมนุมคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ลานโพธิ์ในฐานะเป็นฐานที่มั่นในการเรียกร้องประชาธิปไตยจึงได้กลับคืนฟื้นชีวิตอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2535ลานโพธิ์ถูกใช้เป็นสถานที่ชุมนุมคัดค้านการสืบทอดอำนาจ ของผู้นำกองทัพจนนำไปสู่เหตุการณ์ พฤษภาคม 2535 ยุติบทบาทของกองทัพบก นำโดย พล.อ. สุจินดา คราประยูร ไปในที่สุด

        ตึกโดม เป็นอาคารหลังแรกของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ออกแบบโดยนายหมิว อภัยวงศ์ ตามคำแนะนำของผู้ประศาสน์การ ปรับปรุงจากตึกเก่า 4 หลังของทหารโดยสร้างหลังคาเชื่อมแต่ละตึก จนกลาย เป็น อาคารหลังเดียวกัน ส่วนกลางของตึกได้สร้างอาคาร 3 ชั้นขึ้นเพิ่มเติมโดยมี “โดม” เป็นสัญลักษณ์ตรงกลาง รูปแบบ ของโดม กล่าวอธิบายกันภายหลังว่านำมาจากดินสอแปดเหลี่ยมเหลาจนแหลมคม เพื่อแสดงถึงภูมิปัญญาสูงส่งของการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง รวมทั้งตึกโดมของมหาวิทยาลัย แห่งนี้ จึงมีสถานะพิเศษอย่างยิ่ง สำหรับผู้ร่วมขบวนการผู้รักชาติทั้งมวล

          หลังเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน เดือนมิถุนายน พ.ศ.2494 กองทัพบกได้เข้ายึดพื้นที่ของมหาวิทยาลัยวิชา ธรรมศาสตร์และการเมืองไว้ รวมทั้งเสนอขอซื้อที่ผืนนี้ด้วยเงินจำนวน 5 ล้านบาท แต่นักศึกษาของ มธก. จำนวนกว่า 2 พันคน ได้รวมตัวกันเดินขบวนไปยังรัฐสภา เพื่อเรียกร้องขอมหาวิทยาลัยคืนจากรัฐบาลทหารในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2494 และประสบความสำเร็จ ได้มหาวิทยาลัยคืนกลับมาอย่างสันติวิธีโดยมีนักศึกษาจำนวนกว่าพันคน บุกเข้ามายึดพื้นที่ มหาวิทยาลัยคืนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2494 

          อย่างไรก็ตาม ในปีถัดต่อมา คือ พ.ศ.2495 ชื่อของมหาวิทยาลัยก็ได้ถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออกไปเหลือ แต่เพียงชื่อ “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตราบจนปัจจุบัน

          กล่าวได้ว่า โดมได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมหาวิทยาลัย ดังเช่นที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้   นิยมเรียก ตนเองว่า “ลูกแม่โดม” ตลอดมา ซึ่งลูกแม่โดมคนหนึ่ง ชื่อ เปลื้อง วรรณศรี ได้ประพันธ์บทกวี “โดม…ผู้พิทักษ์ธรรม” ไว้ในปี พ.ศ.2495 มีความตอนหนึ่งกล่าวว่า

 “ถ้าขาดโดม...เจ้าพระยา...ท่าพระจันทร์ ก็ขาดสัญลักษณ์พิทักษ์ธรรม”

          อาคารอเนกประสงค์ในปัจจุบัน ในยุคแรกของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นที่ตั้งของอาคารเรียนและอาคารที่พักของนักเรียนโรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง หรือ ต.มธก.ในระหว่างปี พ.ศ.2481-2488

          โรงเรียน ต.มธก. จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดการเรียน การสอนแบบเต็มเวลา ทางมหาวิทยาลัยมีความตั้งใจว่า จะมีส่วนสำคัญที่ทำให้การศึกษา ของมหาวิทยาลัย วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งจัดการเรียนการสอนแบบตลาดวิชามีการพัฒนาที่ดีขึ้น กล่าวคือ นักศึกษาของมหาวิทยาลัย จะมีสองระบบ ทั้งที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมอื่นๆ ทั่วไปและสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียม มธก. เป็นการเฉพาะ

          โรงเรียน ต.มธก. จึงเป็นตำนานของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เนื่องด้วยนักเรียน ต.มธก.แต่ละคนและแต่ละรุ่นเมื่อจบ การศึกษาเป็นธรรมศาสตร์บัณฑิตล้วนมีคุณภาพและมีชื่อเสียงมีผลงาน กิจกรรมทั้งด้านการเรียนการสอน กิจกรรม ทางการเมือง กิจกรรมทางด้านการบริหารประเทศ การทำงานสาธารณะเป็นอย่างมาก

          สถานที่ใกล้ชิดติดกันทางด้านอาคารตึกโดมฝั่งสนามฟุตบอล นับว่ามีตำนานที่ยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง เนื่องด้วยเป็นเวทีและศูนย์กลางการจัดชุมนุมใหญ่ ในระหว่างวันที่ 10 – 14 ตุลาคม พ.ศ.2516   การชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน ก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากระบอบเผด็จการทหาร ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย เป็นจุดเริ่มต้นของการตระหนักในสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นยุคที่สังคม เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงไป เป็นระบบเศรษฐกิจเสรี มีการจัดตั้งพรรคการเมืองสมัยใหม่ มีแนวคิดเรื่อง การกระจายอำนาจให้ประชาชนปกครองตนเอง และมีการกำเนิดขึ้น ของ เพลงเพื่อชีวิต

                 การเคลื่อนไหวเดือนตุลาคม 2516 มีผลทำให้วีรชนเสียชีวิต 77 คน และบาดเจ็บ  857คน เหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ก่อเกิดจิตวิญญาณ วัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรมอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งกลายข้อเท็จจริง ยอมรับกันว่า พัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ของไทยเป็นผลพวงมา “จากการต่อสู้ทางการเมืองของวีรชนเดือนตุลาคม 2516”

                ตำนานเรื่องบอกเล่าทางการเมืองสมัยใหม่ของไทยมิอาจตัดขาดจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการประชาธิปไตยของไทยทั้งหมด ไม่สามารถละเลยจะกล่าวถึงการ ชุมนุม ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ณ บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เลย

               คงจะต้องพูดถึงหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2497 ในวาระครบรอบ 20 ปี ของการสถาปนามหาวิทยาลัย ก่อสร้างขึ้นด้วยความมุ่งหวังให้เป็นหอประชุมใหญ่ทันสมัยที่สุด ของประเทศไทย และเอเชีย ตะวันออก เฉียงใต้ในสมัยนั้น ทั้งในเรื่องของระบบเสียง ความเย็น และที่นั่ง ซึ่งมีทั้งสิ้น 2,500 ที่นั่ง แยกออกเป็น ที่นั่งชั้นล่าง 1,800 ที่นั่ง ชั้นบน 700  ที่นั่ง ส่วนทางด้านทิศใต้ของหอประชุมนี้จัดทำเป็น "หอประชุมเล็ก" อีกส่วนหนึ่ง โดยบรรจุคนได้ราว 500 คน ปัจจุบันหอประชุมเล็กเรียกชื่อว่าหอประชุมศรีบูรพา ซึ่งเป็นนามปากกาของศิษย์เก่า มหาวิทยาลัย คือ กุหลาบ สายประดิษฐ์  หอประชุมใหญ่ ถูกนำมาใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของทาง มหาวิทยาลัย    และ นักศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม เกี่ยวกับการไหว้ครู การ พระราชทาน ปริญญาบัตร  รวมทั้งยังใช้เป็นห้องเรียน ในวิชาพื้นฐาน สำหรับ วิชาที่มีนักศึกษาระดับ พันคนขึ้นไป ที่สำคัญได้แก่การจัดกิจกรรมทางการเมืองโดยเฉพาะในช่วงหลัง เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516  หอประชุมใหญ่กลายเป็น สถานที่ มีการแสดง ความ คิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ สภาพการเมือง และสังคม ที่เป็นอยู่ ผ่านการอภิปราย และ การจัด นิทรรศการ ต่างๆ ที่มีขึ้นเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น หอประชุมใหญ่ยังเป็นเสมือนด่านหน้า  ในการป้องกันการโจมตี จากกลุ่มอันธพาลการเมือง การล้อมปราบนิสิตนักศึกษา และประชาชน ในเหตุการณ์ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519    

          กรณีมีการดำเนินการเป็นพิเศษ เห็นได้จากเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 เกี่ยวข้องกับการ ชุมนุมใหญ่ทางการเมืองในธรรมศาสตร์ สนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กลายเป็นที่ชุมนุมของนักเรียน นิสิต     นักศึกษาประชาชนเป็นจำนวนมาก ขบวน มหาประชาชน เคลื่อนออกจาก สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ ในครั้งนั้น มีเจตนารมณ์สำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยปกครองในระบอบใช้กฏหมายรัฐธรรมนูญ ภายหลังเหตุการณ์นี้ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ศิษย์เก่าและอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ ซึ่งดำรง ตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะนั้น เป็นนายกรัฐมนตรี เรียกได้ว่าเป็นนายกฯ พระราชทานคนแรก อย่างแท้จริงของประเทศไทย

ประเทศไทย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข   ตั้งแต่ พ.ศ.2475  ไทยเฉียดๆ  เกือบจะเสียการปกครองระบอบประชาธิปไตย มาหลายครั้งแต่ก็ผ่าน “วิกฤต” ได้ด้วยประชาชนชาวไทยไม่ยอมรับ “ระบบลัทธิอื่นๆ ” รวมทั้งระบอบ “เผด็จการ” ทหารและพลเรือน รวมทั้งครั้งหลังสุด “ระบอบทักษิณ” อันตรายมาก.. อีกผู้หนึ่งที่ช่วยสืบสานประชาธิปไตยร่วมกับคนไทยในอเมริกา คือ ไชยวัฒน์ ภักคร์นิลรัตน์  “ลูกแม่โดม” ในบริบทของ ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์  “เสรีชน” มี เจตนา ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและความเป็นไท.. ทางด้านกระจายข่าวสารอาหารสมอง  เช่นเดียวกับผู้สานต่อเจตนาต่อมาคือ  เต็ก ภาแสงอุไรพร ในนามเจ้าของ “เสรีชัย” จนถึงปัจจุบัน ขณะเป็นนักศีกษาอยู่ ได้สร้างชื่อเสียงให้สถาบันโดยการเล่น “บาสเก๊ตบอลล์ ทีมชาติไทย” อีกด้วย  อีกทั้ง  บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ เหนื่อยและหนักสมองกับการบริหารงาน”เสรีชัย” มายาวนานกว่าสิบสี่ปี  รวมทั้งบรรณาธิการทุกๆ คน ตั้งแต่ เสรีชน จนถึง เสรีชัย  ทำงานมี “อุดมการณ์” ถือธงนำหน้ามาแต่ละยุคสมัย จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย

“ขอขอบคุณ” ผู้มีพระคุณทั้ง ผู้อ่าน สมาชิก และ ผู้อุปถัมภ์โฆษณา ช่วยกันสร้างเสรีชัยขึ้นมาด้วยกัน

เสรีชัย ..จะผดุงไว้เพื่อศักดิ์ศรีคนไทยในอเมริกาทั้งผู้จัดทำและผู้อ่านได้พึ่งพิงกันตลอดเวลา...ขอขอบคุณ









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> สาวกเฟซบุ๊ค โดย เคลี่ขี้เล่า
>> “แม่เล็กแต่ไม่เล็ก” โดย เคลี่ขี้เล่า
>> พักผ่อนนอนหลับ โดย เคลี่ขี้เล่า
>> แอมเวย์สำเร็จได้ แต่ต้องไม่… โดย เคลลี่ขี้เล่า
>> ใครไม่รู้จักแอมเวย์..ยกมือขึ้น โดย เคลลี่ขี้เล่า
>> อัพเดตไทยแลนด์
>> “ครั้งหนึ่งเมื่อมีคนถามองค์ดาไลลามะว่า อะไรเป็นเรื่องที่ท่านรู้สึกแปลกใจมากที่สุดเกี่ยวกับมนุษยชาติ ท่านตอบว่ามนุษย์เรานี้ยอมสูญเสียสุขภาพเพื่อทำให้ได้เงินมา แล้วต้องยอมสูญเสียเงินตราเพื่อฟิ้นฟูรักษาสุขภาพ แล้วก็เฝ้าเป็นกังวลกับอนาคตจนไม่มีความรื่นรมย์กับ
>> ทุจริตจำนำข้าว ตอบโจทย์ไหม ออกอากาศกี่วัน กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ตอบโจทย์ไหม ออกอากาศกี่วัน ทำไมเรื่องสถาบัน ออกอากาศ 5 วัน
>> คนดูข่าว
>> เคลี่ขี้เล่า
>> คนกรุงเทพฯไม่ลืมง่าย โดย เคลี่ขี้เล่า



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ