หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


19 ธันวาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














ครูบาเจ้าเกษม เขมโก (๒๕) โดย อ.เล็ก พลูโต

วัตถุมงคลชุด “เบญจบารมี” หลวงพ่อเกษม หลวงพ่อเกษม ท่านเป็นพระภิกษุที่มีหลักฐานมั่นคงหรือ ? คำถามนี้ไม่ต้องตอบให้เสียเวลาก็ได้ เพราะชีวิตที่เห็น ๆ ของท่าน เราก็รู้แล้วว่าท่านออกจากวัดมาอยู่สุสานไตรลักษณ์นั้น ท่านมีเพียงอัฎฐบริขารที่จำเป็นสำหรับพระสงฆ์ติดตัวมาเท่านั้น ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด หลักฐานจะติดตามท่านไปทุกหนแห่ง จึงไม่ต้องวิตกว่าท่านจะไม่มีหลักฐาน อยากได้อะไร ปรารถนาสิ่งใด ก็ได้อย่างเนรมิต แต่ความจริงนั้นมีว่า “ท่านไม่ต้องการ”

                การสร้างพระเครื่องของหลวงพ่อเกษม เขมโก นั้น หากพิจารณากันให้ดีแล้ว เห็นได้ว่าเป็นวิธีการสร้างเป็นไปตามแบบโบราณจารย์ การสร้างจึงแยกให้มีคุณวิเศษแตกต่างกันไปหลายนัย หลายแบบ เพราะบางคนอยากได้ทางเมตตามหานิยม บ้างก็อยากดังในทางอยู่ยงคงกระพัน ในเมื่อผู้นั้นมีชีวิตคลุกคลีผจญอยู่กับเรื่องการต่อสู้ คนมีเงินก็ประสงค์จะมีอำนาจ ที่มีอำนาจแล้วก็อยากมีเสน่ห์เป็นที่พิศมัยใหลหลงของเพศตรงข้าม

                และวัตถุมงคลที่มีคุณวิเศษอันเป็นที่แสวงหา ของพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธานั่นก็คือ พระเครื่องชุด “เบญจบารมี” อันประกอบไปด้วยวัตถุมงคลดังต่อไปนี้

                ๑. เหรียญพิชัยมงคล รุ่นแรก เหรียญนี้จัดว่าเป็นยอดนักในทางพิชิต หรือทำลายอุปสรรคทั้งมวล ผู้ใดไม่อยากให้ชีวิตเต็มไปด้วยความมืดมน พ้นจากการรบกวนของนานาอุปสรรค ต้องแขวนเหรียญรุ่นนี้

                เหรียญนี้สร้างเมื่อ พระครูพิชัยมงคล เจ้าอาวาสวัดพิชัย จังหวัดลำปาง ถึงแก่มรณภาพลง โดยที่พระครูองค์นี้เคยเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อเกษม ในด้านการสอนหนังสือไทยล้านนาให้ หลวงพ่อเกษมจึงสร้างเหรียญ “พิชัยมงคล” ขึ้น จำนวน ๓,๐๐๐ เหรียญ เป็นเหรียญทองแดงรูปไข่ บนเหรียญเป็นรูปพระครูพิชัยมงคล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓

                รายได้ที่ได้จากการให้บูชาเหรียญนี้ จัดส่งเข้าสมทบทุนการประชุมเพลิงศพท่านพระครูพิชัย เมื่อเหรียญนี้สร้างเสร็จ ประชาชนผู้สนใจจำนวนมากก็พากันบูชากันจ้าละหวั่น ถึงกับแย่งกันบูชา จนเหรียญหมดลงในพริบตาก็ว่าได้

                ๒. เหรียญคะตึกเชียงมั่น เหรียญนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ตอนปลายปี จัดเป็นวัตถุมงคลอันดับที่ ๒ ของชุดเบญจภาคี ซึ่งมีบารมีในด้านการปลูกฝังให้มีหลักฐาน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ มั่นคงถาวร

                มูลเหตุของการสร้างเหรียญนี้ขึ้นมานั้น เนื่องจากท่านเจ้าคุณวัดเชียงมั่น มาขอให้สร้าง เพื่อหารายได้สร้างโบสถ์วัดคะตึกเชียงมั่น ซึ่งทางกรมการศาสนามีดำริ ให้รวมสองวัดนี้เป็นวัดเดียวกัน (วัดเชียงมั่น และ วัดคะตึกเชียงมั่น)

                เหรียญที่สร้างครั้งแรก แบ่งเป็นสองแบบ คือ แบบแรกจะเป็นเหรียญรูปไข่ ในเหรียญมีรูปหลวงพ่อเกษมในลักษณะครึ่งองค์ เป็นเหรียญทองแดง สร้างจำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ

                เมื่อรุ่นแรกหมด ปรากฏว่า จำนวนเงินที่ได้มายังไม่เพียงพอแก่การสร้างโบสถ์ ก็เลยจัดสร้างรุ่นสองขึ้น โดยมีรูปหลวงพ่อเกษมนั่งเต็มองค์ การสร้างเพิ่มเติมคราวนี้ ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน

                ๓. เหรียญนางเหลียว เหรียญนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ มูลเหตุการสร้างก็เพื่อหาทุนสร้างโบสถ์วัดนางเหลียว (นางแหงะ) อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง การสร้างเหรียญนางเหลียวจึงต้องมีขึ้น โดยสร้างด้วยโลหะ ลักษณะก็แตกต่างไปกว่าพระเครื่องแบบอื่น ๆ องค์พระในเหรียญเป็นรูปหลวงพ่อเกษมยืนประสานมือ ฝีมือการสร้างดูไม่ค่อยจะปราณีตเรียบร้อยเท่าที่ควร ทว่าลึกลงไปในพุทธานุภาพของเหรียญนางเหลียวแล้ว มหาศาลจริง ๆ

                หากท่านผู้อ่านรู้จักพระนางพญา และรู้ว่ามีคุณวิเศษสูงทางไหน ถ้ารู้แล้ว เหรียญนางเหลียวก็มีอานุภาพสูงส่งดุจเดียวกัน

                ทำไม จึงกล้ากล่าวว่า เหรียญวัดนางเหลียว อยู่ในอันดับพิเศษที่พร้อมด้วยคุณวิเศษ ก็ต้องบอกว่า เป็นพระที่มีพุทธคุณในด้านเมตตามหานิยม หรืออีกนัยหนึ่ง “เสน่ห์” อย่างมากล้น สังเกตจากหลวงพ่อเกษม องค์ปลุกเสก หรือ อธิษฐานจิต ก็ได้ คือ หลวงพ่อเกษมนั้น ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด จะมีประชาชนพุทธศาสนิกชนห้อมล้อมอยู่แน่นหนา จนบางคราวมีผู้ไปกินไปนอนอยู่เป็นเวลานาน กระทั่งถึงกับมีการโจษขานกันว่า ท่านเป็นพระอาจารย์ใบ้หวย

                แต่ในความเป็นจริง หลวงพ่อเกษม ท่านไม่เคยมีประวัติว่าให้หวยใคร ก็มีคนเคยไปสังเกตว่า ท่านจะใบ้หวยหรือเปล่า และผลของการพิสูจน์ก็คือ หลวงพ่อท่านไม่เคยให้หวยใคร หากแต่ผู้ที่ไปหาหลวงพ่อ จับเอาอากัปกิริยาของหลวงพ่อมาตีเป็นหวยเองต่างหาก และไม่ค่อยจะมีใครผิดหวังเสียด้วย เพราะบารมีของหลวงพ่อนั้น แรงจริง ๆ

                ๔. พระผง ๕ รอบ จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เมื่อคราวงานบุญฉลองอายุครบ ๕ รอบ หรือ ๖๐ พรรษา หลวงพ่อเกษม โดยสร้างพร้อมกับเหรียญกลม จัดเป็นวัตถุมงคลรุ่นแรกที่สร้างโดยสุสานไตรลักษณ์

                การสร้างพระครั้งนี้ทราบว่า เจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง ซึ่งเป็นทั้งศิษย์และญาติสนิทของหลวงพ่อเกษม ท่านผู้นี้ได้เตรียมการไว้เพื่อเพื่อนฝูงด้วยเวลาอันยาวนาน โดยจัดการสะสมเนื้อหามวลสารที่จะจัดสร้างไว้มาก พอที่จะสร้างพระได้จำนวน ๖,๕๐๐ องค์ ซึ่งมวลสาร หรือส่วนผสมต่าง ๆ ในองค์พระ มีดังนี้

๑. เส้นเกศาของหลวงพ่อเกษม เป็นที่รู้กีนอยู่แล้วว่า เส้นเกศา เป็นของสูงที่สุดในร่างกายของมนุษย์เรา โดยเฉพาะเป็นเส้นเกศาของหลวงพ่อเกษมด้วยแล้ว น้อยคนนักที่จะได้ของท่านมาบูชา ด้วยเหตุนี้การสะสมเส้นเกศา ให้มีจำนวนมากพอที่จะสร้างพระผงถึง ๖,๕๐๐ องค์ จึงนับว่าไม่ใช่ของง่าย

                ๒. จีวร สำหรับจีวรของหลวงพ่อเกษม ไม่เหมือนกับจีวรของพระภิกษุองค์อื่น ๆ ซึ่งใช้อย่างฉาบฉวยชั่วครั้งชั่วคราว พอเห็นว่าเก่าหน่อยก็ทิ้ง แต่ทว่า จีวรของหลวงพ่อเกษม อยู่กับตัวท่านจนหาที่ปะแทบไม่ได้ เป็นจีวรที่รับใช้ซับเหงื่อไคล คุ้มร้อนคุ้มหนาวให้แก่ท่าน และปกติหลวงพ่อก็อาบน้ำน้อย ปีหนึ่งอาบอย่างมากก็เพียง ๒-๓ ครั้งเท่านั้น น้ำเหงื่อไคลก็หมักแน่นอยู่ในจีวรมาก ซึ่งเหงื่อไคลนี้ จะเกิดก็ตอนท่านเข้ากรรมฐาน

                ๓. ก้านธูป จากกระถางธูปของหลวงพ่อเกษม ซึ่งก้านธูปนี้นับเป็นสิ่งหนึ่งในพิธีกรรมพุทธศาสนา เป็นสื่อทางจิตของชาวพุทธทั้งมวล ปรากฏว่าทหารกองพลที่ ๗ แห่งจังหวัดลำปาง เมื่อถึงคราวจะออกรบแนวหน้า ได้ไปกราบนมัสการหลวงพ่อเกษม แล้วท่านก็จะให้พรพร้อมกับมอบของดีให้ติดตัวไป ของดีนี้คือ “ก้านธูป” เมื่อทหารหาญของชาติได้ก้านธูปไป และเกิดความเลื่อมใส กระแสจิตของหลวงพ่อเกษมกับทหารจึงร่วมกัน เป็นเหตุให้สามารถคุ้มกันภัยอันตรายได้ ไม่แพ้เครื่องรางของขลังประเภทอื่น ๆ

                ๔. ดอกไม้บูชาพระ เฉพาะดอกไม้นี้ ถ้าเจ้าประเวทย์ ลูกศิษย์ของท่านไม่เก็บไว้ ดอกไม้ที่เหี่ยวแห้งก็จะถูกนำเอาไปทิ้ง ดอกไม้ได้ชื่อว่าเป็นของหอม ของสวยงาม กลิ่นดอกไม้จะยังความชื่นใจให้แก่ผู้ที่ได้กลิ่น เป็นที่ชื่นตาในยามที่ได้สัมผัสทางตา นับเป็นสิ่งที่ไม่ควรขาดไปเสียจากชีวิตคนเรา

                ๕. น้ำผึ้ง เป็นสิ่งที่ให้ความหวาน เป็นความสุขทางลิ้น นอกจากนั้น น้ำผึ้งยังเป็นยาอายุวัฒนะ บำบัดโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย

                ๖. น้ำมันตั้งอิ๊ว เป็นน้ำมันที่ให้ประโยชน์ในทางด้านยึดเนื้อพระ ให้ผนึกแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หนำซ้ำยังมีประสิทธิภาพป้องกันน้ำ หรือสิ่งอื่นใดที่จะมาแยกเนื้อพระให้สลายไป น้ำมันตั้งอิ๊วนี้ จะเปรียบก็เหมือนสามัคคีธรรมที่ช่วยยึดมนุษย์เราให้มุ่งมั่นสามัคคี บำเพ็ญไมตรีต่อกัน นับว่าเป็นสิ่งที่มีความหมายสูง เป็นสิริมงคลดียิ่ง

                ๗. ปูนซีเมนต์ขาว เนื้อหาของปูนซีเมนต์ก็คือ ให้ประโยชน์ทางด้านเทคนิค การสร้างพระที่ใช้ปูนขาวเข้ามามีส่วนด้วย ก็เพื่อให้เนื้อพระแข็งแกร่ง และคงทน ความแข็งแกร่งเป็นที่ปรารถนาของชายฉกรรจ์ทั่วไป แต่ก็มีบางคนที่อ่อนแอเป็นสมบัติส่วนตัว ฉะนั้น การที่มีพระอันจะมาเสริมความแข็งแกร่งขึ้นได้ จึงเป็นสิ่งที่สมควร

                ๘. แก้วโป่งข่าม ในสมัยนั้น (พ.ศ.๒๕๑๕) ผู้คนทั่วไปต่างรู้จัก “แก้วโป่งข่าม” กันเป็นอย่างดี แต่แก้วโป่งข่ามแท้ ๆ นั้น น้อยคนที่จะรู้จัก แก้วโป่งข่ามที่ดีนั้นใช่ว่าจะมีอยู่ดาษดื่น อย่าเพิ่งเชื่อว่าดีเลิศทุกเม็ดไป เม็ดใดดีจึงจะมีอิทธิปาฏิหาริย์ให้เห็น การเลือกเฟ้นแก้วโป่งข่ามที่มีคุณค่า นับเป็นการยากยิ่ง และต้องปฏิบัติกันอย่างถูกต้องตามพิธีการ ไม่ใช่หากันอย่างง่าย ๆ คุณสมบัติของแก้วโป่งข่ามนั้น เป็นแก้วที่ให้ความร่มเย็นเป็นสุข อีกทั้งยังอยู่ยงคงกระพันชาตรีด้วย ยิ่งมาได้รับบารมีของหลวงพ่อเกษม ก็ทำให้ยิ่งมีพลานุภาพยิ่งขึ้น

                ๙. กล้วยน้ำว้า เมื่อพูดถึงกล้วยน้ำว้า บางทีบางท่านอาจจะระลึกขึ้นมาได้ว่า “พระสมเด็จ” ของสมเด็จโต ก็มีกล้วยน้ำว้าเป็นส่วนผสมเหมือนกัน หากแต่ใช้กล้วยคนละชนิดเท่านั้น

                ส่วนผสมทั้ง ๙ อย่างนี้ จะเห็นได้ว่า เนื้อหาของพระผง จะสูงส่งวิเศษปานใด และเมื่อบรรจุไว้ด้วยพลังจิตอันบริสุทธิ์ของหลวงพ่อเกษมด้วยแล้ว ก็เป็นของแน่ที่สุดว่ายอดเยี่ยมอย่างไม่มีปัญหา

                ๕. เหรียญสิริมงคลทรงระฆัง เหรียญนี้นับเป็นเหรียญสุดท้ายในชุดของ “เบญจบารมี” ซึ่งมีบารมีในด้านโชคลาภ บันดาลความเจริญรุ่งเรือง เหรียญนี้จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๖

                คำว่า “สิริมงคล” นี้ หากจะแปลตามศัพท์ สิริ ก็จะแปลว่า ความดี ความงาม และโชคลาภ คำว่า มงคล แปลว่า ความเจริญรุ่งเรือง

                มูลเหตุของการสร้างเหรียญสิริมงคลนั้น มาจากเรื่อง ตำนานเจ้าแม่สุชาดา โดยเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อครั้งกระโน้น มีหญิงหนึ่งชื่อนางสุชาดา ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมวัดพระแก้ว นางสุชาดาผู้นี้ทำไร่ และสวน มีผลหมากรากไม้สมบูรณ์ นางมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนามาก ด้วยเหตุนี้เมื่อนางได้พืชผลจากที่เพาะปลูกไว้ ก็พยายามเก็บเอาไปถวายพระสงฆ์ในวัดพระแก้ว นางได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเช่นนี้เสมอมา

                กระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง นางได้ผ่าแตงโม (หมากเต้า) เพื่อนำไปถวายพระ ก็พบพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหยกใสบริสุทธิ์อยู่ในผลแตงโมนั้น นางจึงได้นำไปถวายพระเถระในวัด ความทราบถึงเจ้าเมือง ก็เกิดโทสะจริต มีจิตริษยา ว่าทำไมนางไม่นำมาถวายแก่ตน จึงใส่ความว่านางคบชู้กับพระเถระ และสั่งให้ทหารจับกุมนำนางไปประหารชีวิตที่ริมฝั่งแม่น้ำวัง

ก่อนนางจะตาย นางได้ประกาศเป็นคำสัตย์ และสาปแช่งเอาไว้ว่า หากแม้นว่านางเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำผิดดังข้อกล่าวหา ขอให้เลือดของนางระเหยหายไปในอากาศ อย่าได้ตกลงสู่พื้น และขอให้เจ้าเมืองผู้สั่งลงโทษนาง ต้องได้รับผลกรรมไปตลอดชั่วลูกชั่วหลาน เมื่อเพชฌฆาตลงดาบ เลือดของนางมิได้ตกลงพื้นแม้แต่หยดเดียว กลับระเหยไปในอากาศจนหมด ทำให้ชาวบ้านรู้ความจริงว่านางบริสุทธิ์ ต่อมาเจ้าเมืองผู้สั่งลงโทษนางก็กระอักเลือดตายอย่างกระทันหัน และกรรมได้ตกทอดมายังลูกหลานเจ้าเมืองลำปาง ตามคำสาปของนาง ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อลูกหลานที่ไม่ได้ก่อกรรมทำชั่ว แต่ต้องมารับกรรมไม่มีที่สิ้นสุด

หลวงพ่อเกษมท่านทราบเรื่องราว และความเป็นมาดังกล่าว จึงตั้งใจสร้างเหรียญสิริมงคล เพื่อหารายได้เข้าวัดโดยสร้างศาลาเจ้าแม่สุชาดา ประดิษฐานรูปปั้นของนาง อุทิศกุศลให้แก่นาง เพื่อลบล้างคำสาปให้หมดสิ้นไป

               

               

               

               









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๖) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๕)
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๔) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๓) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๒) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๑) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๐) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๙) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๗) โดย อ.เล็ก พลูโต



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ