หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


21 ตุลาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














วิกฤตภูเขาไฟระเบิดในห้องเรียน โดยลูกสิงห์

ใครจะไปเดาได้ภูเขาไฟชื่อยาวเหยียดว่า “เอ-ยาฟ-จา-ลา-โย-คูลล์” ตั้งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งหนาตึ๊กทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ปะทุขึ้นมา พ่นควันและเถ้าถ่านเป็นจำนวนมหึมา ส่งไฟลุกโพลงกลางอากาศ ทำความเดือดร้อนให้ชาวไอซ์แลนด์ต้องหลบภัยทันทีกว่า 800 คน ส่วนควันและขี้เถ้าแผ่ปกคลุมไปทั่วอังกฤษรวมถึงส่วนใหญ่ของยุโรป จนกระทั่งสายการบินหลายสายในยุโรปต้องปิดบริการ รวมถึงท่าอากาศยานหลายแห่งในยุโรปยุติการบิน เพราะความไม่ปลอดภัยจากท้องฟ้าขุ่นมัว มองไม่เห็นทิวทัศน์ สาเหตุจากกลุ่มควันการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำแข็งนี่เอง

 

                ลูกสิงห์ติดตามข่าวการคุกรุ่น เห็นควันไฟเริ่มส่งหมอกขาวออกมาเหนือภูเขาน้ำแข็งเมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้วจากช่อง Travel Chanel ในทีวีประเทศไอซ์แลนด์ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมภาพภูเขาไฟเอยาฟจาลาโยคูลล์ เริ่มปะทุทีละเล็กทีละน้อย ช่างกล้องจับภาพควันสีขาวลอยอยู่ต่ำจรดบริเวณน้ำแข็ง ดูเป็นภาพแปลกตาเมื่อความร้อนจัดของกลางใจโลกมาปะทะกับความเย็นของภูเขาน้ำแข็ง

                ไกด์อธิบายว่าขณะที่เขาเดินชมภาพอยู่ แผ่นดินก็สั่นสะเทือนจนตัวของเขาเดินแกว่งไปแกว่งมา จากแรงมหาศาลกำลังก่อตัวอยู่ในบริเวณปล่องภูเขานั่นเอง ลูกสิงห์ยังแปลกใจนักท่องเที่ยวกับไกด์ยังกล้าเสี่ยงความตายเดินชมบริเวณรอบๆภูเขาอย่างไม่หวั่นกลัว

                ควันขาวหนาที่ขึ้นมาเปิดโฉมในเดือนธันวาคม 09 ลอยตัวอยู่ พอถึงวันที่ 20 มีนา 10 เวลา 4 ทุ่มครึ่ง เจ้าภูเขาไฟก็พ่นพิษควัน พิษขี้เถ้า พิษไฟขึ้นในอากาศด้วยกำลังแรงสุดๆ ไฟสูงถึง 150 เมตรด้วยความร้อนจัดถึง 1800 ฟาเรนไฮต์ นี่ถ้าไม่มีน้ำแข็งกั้นอยู่ก็คงสูงกว่านี้ ร้อนกว่านี้หลายเท่าตัวทีเดียว ลูกสิงห์ยกนิ้วให้ช่างภาพและนักวิทยาศาสตร์จากสมิทโชเนียน รอคอยวันที่ภูเขาไฟระเบิด ถึงกับเสี่ยงขึ้นไปดูการระเบิดในเฮลิคอปเตอร์ เขาไม่ตายก็บุญแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 มีนามาเจ้าภูเขาไฟยังคงระเบิดอย่างต่อเนื่องจนมาครบหนึ่งเดือนกว่า จะหยุดจริงๆจังๆก็เข้าไปวันที่ 20 เมษาโน่นแน่ะ

                ดูๆก็น่าสงสารชาวไอซ์แลนด์ ชาวอังกฤษและส่วนใหญ่ของชาวยุโรปต้องสูดขี้เถ้า สูดควันเข้าไปเต็มที่ ซึ่งผลร้ายจากอุบัติเหตุใหญ่หลวงนี้จะมีผลกระทบอย่างไรต่อสุขภาพในภายหน้าก็ยังไม่รู้? ผู้อ่านคิดดูก็แล้วกันว่ามันทรมานแค่ไหนเวลาหายใจควันดำๆจากรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ เรารีบเอาผ้าปิดปาก ปิดจมูก แล้วรีบเดินหนีไปไกลๆ แต่ชาวยุโรปหนีไปไหนก็ไม่ได้ ควันปนขี้เถ้าหนาเตอะล่องลอยอยู่ทั่วหัวระแหง ทำให้ทั้งบ้านทั้งรถราดูเลอะเทอะไปหมด

                ในหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ทั่วโลก ออกข่าวว่า “หลังเกิดเหตุภูเขาไฟระเบิดที่ไอซ์แลนด์ ทำให้เกิดเขม่าควันฟุ้งกระจายปกคลุมน่านฟ้าในกลุ่มประเทศยุโรปตอนเหนือ ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เป็นเหตุให้ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศของประเทศต่างๆในยุโรปต้องประกาศปิดน่านฟ้าให้ทุกสายการบินงดทำการบินและขึ้นลงรวม 95,000 เที่ยวบิน เพื่อความปลอดภัย สมาคมการบินนานาชาติประเมินว่าทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าหนึ่งพันล้านดอลล่าร์ มีผู้โดยสารตกค้างกว่า 750,000 คนทั่วโลก

                ลูกสิงห์เคยเห็นขี้เถ้าจากภูเขาไฟเซนต์เฮเลนที่ระเบิดในอเมริกา มีเพื่อนไปเที่ยวรัฐวอชิงตัน เขาซื้อขี้เถ้ามาฝากเป็นของที่ระลึกในขวดแก้ว ซึ่งดูไปเหมือนขี้เถ้าจากธูปยังไงยังงั้น มีสีน้ำตาลอ่อนๆ แต่พอจับดูขี้เถ้าของภูเขาไฟรู้สึกหยาบกว่าขี้เถ้าจากธูป แต่ยังไงๆยังไม่อยากหายใจเข้าไปในปอดอยู่ดี

                ส่วนภูเขาไฟ “กิลลัวเอีย” (Kilaue) ในฮาวายนั้นยังปะทุอยู่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี  1983 จนถึงในปัจจุบันนี้ ลาวาอันร้อนระอุยังไหลรวยรินอย่างเชื่องช้าลงในมหาสมุทร เมื่อถูกน้ำทะเลลาวาเปลี่ยนจากสีแดงเพลิงเป็นสีดำถ่าน เมื่อถูกน้ำดับไฟไปเสียแล้ว ในบริเวณภูเขาไฟกิลลัวเอียกลับไม่มีขี้เถ้าอย่างในไอซ์แลนด์ ดังนั้นสนามบินฮาวายจึงไม่เคยต้องถูกปิดตัวลงเลย

                ลูกสิงห์เคยไปดูนิทรรศการของเมืองปอมเปอี (Pompei) อิตาลี ซึ่งเมืองนี้ถูกถล่มปกคลุมด้วยขี้เถ้าและลาวาอย่างเฉียบพลัน ผู้คนหนีไม่ได้จึงตายท่าเดียวจากการปะทุของภูเขาไฟเวสซูเวีย (Vesuvius) ทำให้มองเห็นสัจธรรมจากการไปชมเมืองที่ถูกกลบทั้งเป็นเด่นชัด ชาวปอมเปอีไม่มีความเชื่อว่าอันตรายจากภูเขาไฟระเบิดมีพลังมหาศาลสักเพียงใด เขากลับทำใจเย็นยังดำรงชีวิตประจำวันไปอย่างไม่เดือดร้อนกับภาพของภูเขาไฟเวสซูเวียซ์ ที่ปล่อยควันขึ้นฟ้ามาเป็นเวลาแรมเดือน จนเป็นภาพธรรมดาๆในสายตาของชาวปอมเปอีไปเสียแล้ว พอเวสซูเวียซ์แสดงพลังลั่นเปรี้ยง ส่งเสียงปึงปัง พ่นทั้งควันทั้งลาวาไหลมารวดเร็ว เผาไหม้ไปทั้งเมือง ทำให้ชาวปอมเปอีตายคาทีอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ส่วนเมืองทั้งเมืองถูกถล่มจนมิดชิดไปทุกทิศทุกทางด้วยลาวาที่มีหญ้าขึ้นปกคลุมอย่างรวดเร็วเมื่อเย็นตัวลงกลายเป็นดินอุดมสมบูรณ์ สามารถปลูกอะไรขึ้นง่ายขึ้นดาย เมื่อกลบอยู่หลายร้อยปีกว่าชาวไร่ชาวนาอิตาเลียนขุดลึกไปพบหม้อข้าวหม้อแกงของชาวปอมเปอีเมื่อ 120 ปีมานี่เอง

                พอนักโบราณคดีค่อยๆขุดไปขุดมาพบผังเมือง กำแพงโบสถ์ หลังคาบ้าน ตลาดนัดตลอดจนถนนหนทาง เห็นศพพ่อแม่จูงลูก เห็นศพหนุ่มสาวกอดกันกลม ส่วนศพปู่ย่า ตายาย กินอาหารอยู่ในครัว เห็นศพสามีภรรยากำลังปลูกต้นไม้ มีศพพ่อค้าแม่ค้ากำลังขายของ มีศพหมาศพแมวอยู่ในสภาพเดิมอีกต่างหาก ลาวาของภูเขาไฟกลายเป็นสิ่งจรรโลง ทำให้เมืองทั้งเมืองสิ้นสุดลงในสภาพเดิม เห็นเด็กๆยังวิ่งเล่นอยู่ด้วยกัน แสดงให้เห็นชายหญิงในเมืองปอมเปอีมีเครื่องประดับอย่างสวยงาม รอบๆสภาพศพสามารถใช้ปูนซีเมนต์เทลงไป แสดงให้เห็นท่าทางของแต่ละบุคคล เห็นสภาพเมืองโบราณสมบูรณ์แบบ ไม่ถูกทำลายไปด้วยสายลมแสงแดด เพราะลาวาจากภูเขาไฟเป็นเกราะหนาป้องกันไว้ให้อยู่ในสภาพดีเยี่ยม จึงเป็นประวัติศาสตร์ครบถ้วน มีอยู่แห่งเดียวในโลกก็ว่าได้ ลูกสิงห์ประทับใจในขณะเดียวกันดูสะพรึงกลัว ทำให้ได้เรียนรู้ว่าชีวิตชาวปอมเปอีนั้นไม่ได้แตกต่างกับพวกเราในปัจจุบันสักเท่าไร

                ลูกสิงห์เคยดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดถ่ายทำถึงการระเบิดของภูเขาไฟคร๊อกคาตัวในประเทศอินโดนีเซีย จำได้คลับคล้ายคลับคลาถึงตอนที่ครอบครัวพระเอกนางเอกวิ่งมาขึ้นเรือพายที่ชายหาด พอพายออกไปจากบริเวณเกาะ เขามองเห็นปล่องไฟจากภูเขาคร๊อคคาตัว (Krocatao) ส่งแสงเพลิงขึ้นฟ้า กล้องถ่ายใบหน้าอันตื่นตระหนก หวาดกลัวของพระเอกกับครอบครัวช่วยกันพายเรือออกมากลางทะเล พวกเขาจอดเรืออยู่กับที่ แล้วหันไปมองภาพผู้คนหนีลาวาไม่พ้นต่างพากันหวีดร้องล้มตายจากความทารุณโหดร้ายของความร้อนแรงจากภูเขาไฟ ลูกสิงห์จำได้ว่าฝันร้ายไปหลายคืน

                เพื่อนชาวฟิลิปปินส์เล่าให้ฟังถึงปี 1991 ภูเขาไฟพินาตูโบ (Pinatubo) ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงถึง 8 วัน พ่นไฟ พ่นควัน พ่นขี้เถ้าไปทั่วเกาะ สร้างความเสียหายอย่างมากมายเป็นประวัติศาสตร์ของโลกที่เพิ่งมาถูกลบสถิติในปีนี้เอง เมื่อภูเขาไฟเอยาฟจาลาโยคูลล์ของไอซ์แลนด์แสดงอิทธิฤทธิ์ตามธรรมชาติ จนส่งผลให้ยุโรปเป็นง่อย สร้างความเสียหายกับการบินของท่าอากาศยานหลายแห่งในยุโรป จนวิกฤตการณ์เกินหน้าความเสียหายของภูเขาไฟพินาตูโบไปเสียแล้ว

                ใครเล่านึกว่าวิกฤตภูเขาไฟจะมาระเบิดในห้องเรียนกับเขาด้วย เหตุเกิดโดยตรงกับ ด.ญเบลี่ ผู้สอบได้ที่หนึ่งกับเด็กชายดิลแลนจอมแก่นนั่นเอง ช่วงที่ภูเขาไฟเอยาฟจาลาโยคูลล์ระเบิดนั้น เป็นวันหยุดเทศกาล Spring Break ของโรงเรียน เด็กๆได้หยุดพักผ่อนหนึ่งอาทิตย์ พ่อแม่ของ ด.ญ.เบลี่ถือโอกาสไปเที่ยวอังกฤษแล้วปล่อยให้ตายายดูแลเบลี่ที่บ้านของท่าน พ่อแม่กลับไม่ได้ ส่วนตายายอยู่ไกลส่งเบลี่มาโรงเรียนสายแทบทุกวัน ทำให้เบลี่เริ่มเกไม่ยอมทำการบ้าน เบลี่เริ่มไม่สนใจการเรียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เด็กๆมักหาโอกาสเบี้ยวนิดเบี้ยวหน่อย ออกนอกลู่นอกทาง ถ้าเขาอยู่ไกลพ่อแม่ ยิ่งเด็กฉลาดอย่างเบลี่รู้ดีว่าทั้งตาทั้งยายตามเขาไม่ทัน เขาเลยได้ใจ ได้โอกาสทำให้พลาดจากตำแหน่งที่หนึ่งของห้องไปอย่างน่าเสียดาย ตอนนี้พ่อแม่กลับมาบ้านแล้ว ลูกสิงห์เอาใจช่วยให้ ด.ญ.เบลี่กลับไปเป็นเด็กตั้งใจเรียน ทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเธอจะได้ครองที่หนึ่งของห้องอีกครั้งหนึ่ง

                ส่วนเด็กชายดิลแลนนั้นได้ไปอยู่กับน้าสาวเมื่อพ่อแม่เดินทางไปเนเธอแลนด์แล้วกลับบ้านไม่ได้ ตามปกติดิลแลนด์เป็นเด็กแก่นเด็กดื้อประจำห้อง เป็นตัวตลกของเพื่อนๆ เป็นขวัญใจของสาวๆ เป็นผู้ที่ครูเอื้อมระอา แต่ดิลแลนด์กลับกลายเป็นเด็กชายหน้าเศร้า ตอนนอนก็ฝันร้าย เขาหวั่นผวาว่าพ่อแม่จะไม่ได้กลับมาอเมริกาอีก ใครจะไปเดาใจของเด็กชายดิลแลนได้ว่าเขาคิดมาก จนปล่อยให้จินตนาการฝันเฟื่องว่าเขาจะต้องอยู่บ้านน้าไปอีกนานแสนนาน เขาเริ่ม Sleep Walking (ออกเดินในระหว่างที่หลับอยู่) เขาเริ่มร้องไห้ กริ๊ดๆโดยไม่มีสาเหตุ จนพวกเราต้องปรึกษานักจิตวิทยาประจำโรงเรียน มาให้คำแนะนำพูดจาสนทนากับดิลแลนทุกๆวัน จนกระทั่งพ่อแม่เขาเดินทางกลับมา

                ลูกสิงห์ยังจำได้ถึงภาพของหน้า ด.ช.ดิลแลน ส่งรอยยิ้มกว้าง วิ่งตื๋อ โยนตัวของเขาเข้าไปในวงแขน กอดรัดของพ่อแม่ที่เขานึกไปเองว่าจะไม่ได้กลับมหาเขาเสียแล้ว กว่าจะได้เด็กชายดิลแลนจอมแก่นกลับคืนมาจากเด็กชายดิลแลนที่แสนเศร้าสร้อยหงอยเหงาก็เข้าไปหลายวัน

                ผู้อ่านคิดดูก็แล้วกันว่าในห้องเรียนเล็กๆยังมีผลเสียหายจากภูเขาไฟระเบิดในครั้งนี้ โชคดีภูเขาไฟเอยาฟจาลาคูลล์หยุดปะทุลงแล้ว ลูกสิงห์ภาวนาขอให้ภูเขาไฟอยู่สงบๆอย่างนี้ไปอีกนานแสนนาน

 

 









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> เสียงนั้น..ในหัวใจ...! โดย : กล้วยไม้ ฮอลลีวูด
>> หมาจิ้งจอก..กุหลาบริมรั้ว ! โดย : ป. ปัญญาชน
>> เทปสัมภาษณ์..อันนั้น ! โดย : ป. ปัญญาชน
>> อารมณ์..ยามนั้น..แปลก ! โดย ป. ปัญญาชน
>> มะละกอลูกนี้..ของลุง.. ? โดย : ป.ปัญญาชน
>> รักพ่อ..สุดจิตสุดใจ ! โดย : ปลายนิ้ว
>> เมียแต่ง ! โดย... วชิราวรรณ
>> น่านน้ำ..ลำธาร..แก้วตาดวงใจ ! โดย...ปลายนิ้ว
>> สิ้นแล้ว..คนขึ้นตาล ! โดย เชิงภู
>> หัวเหลี่ยม...ซี้ปังเท้า ! โดย ป. ปัญญาชน
>> รักและคิดถึง...แม่ยา ! โดย จันจิรา



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ