หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


25 ตุลาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














ก. วิเสส ตำนานศิลปินลาว ผู้โด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทย โดย... “สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

จำได้ว่าประมาณปี 2514 เพลง “ไทยดำรำพัน” ซึ่งกล่าวถึงการพลัดพรากถิ่นฐานของชาว “ไทดำ” หรือหนึ่งในชนเผ่า “ผู้ไท” หรือ “ภูไทย” ที่ชอบแต่งกายด้วยสีดำบนแผ่นดินลาว เป็นเพลงที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทยสมัยนั้น แทบจะทั้งในกรุงทุกตรอกซอกซอย รวมทั้งต่างจังหวัดเรียกได้ว่า ทั่วประเทศ จนวันนี้ ยังร้องกันอยู่

 

เพลง “ไทยดำรำพัน”  มีเนื่อร้องว่า.... ซิบฮาปี ที่ไตเฮา ฮ่างแดนดิน จงเอ็นดูหมู่ข้าน้อยที่พลอยพลัดบ้าน เฮาคนไต ย้ายกันไปทุกถิ่นทุกฐาน จงฮักกันเน้อ ไตดำเฮาหนา.......

เจ้าของเพลงนี้คือ นักร้องหนุ่มน้อย ท้าว “ก. วิเสส” หรือจ่าตรี ก. วิเศษ นักร้องของกองทัพแห่งราชอาณาจักรลาว จากวงดนตรี “ราบอากาศวังเวียง” เป็นนักร้องจากลาวคนแรก ที่โด่งดัง แบบระเบิดเถิดเทิง ทั่วฟ้าเมืองไทย

ราวปี 2517 2518 ช่วงที่เมืองลาวมีปัญหาภายใน จนบ้านแตกสาแหรกขาด ทั้งคนลาว คนไทย ฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาซึม

มีอีกหลายเพลงของ ก. วิเสส ที่ดังมาคู่กัน ไม่ว่า “ซังคนหลายใจ” “หนาวหมอก” “ธรรมชาติวังเวียง” โดยเฉพาะเพลง “ก่อนจาก”

 ที่ร้องว่า.... “อ้ายจำจากไปแดนไกลแนวหน้า น้องแอ๋ยฟังอ้ายสังลา อย่าหลั่งน้ำตาซมซาน อ้ายเป็นชาย ไว้ลายชายชาติทหาร เลี้ยงลูกไว้หนานงคราญ รอการกลับของอ้ายนี้....

เนื้อร้อง บอกถึงทหารคนหนึ่ง สั่งเมีย สั่งลูก ก่อนออกไปรบ โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ลาวจะแตก ไม่รู้อนาคต ว่าเขาจะได้กลับมาพบหน้าลูกเมียอีกหรือไม่ ฟังเพลงนี้ครั้งใด ก็ใจหายทุกคราว

แต่สิ่งที่กล่าวถึง คือเรื่องที่ผ่านไปนานแล้ว เหลือเพียงความทรงจำ ที่เป็ตำนานของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ไว้ให้คิดถึง อาลัยหา

ชีวิต เหมือนเรื่องตลก ใครจะคิดบ้างว่า วันหนึ่ง นักร้องคนนั้น กับผู้ฟังคนนี้ จะโคจรมาพบกันในแดนไกล  ได้มารู้จักกับ “ก. วิเสส” ซูเปอร์สตาร์ ของแผ่นดินลาว เมื่อหลายสิบปีก่อน

ก. วิเสส มาตั้งรกรากอยู่ในอเมริกา รู้จักและเจอกันกว่ายี่สิบปีตามงานบุญ ที่ท่านผู้นี้ไปช่วยร้องเพลง หลังสุดในงาน “ซับน้ำตาชาวเฮติ ที่ไอพีทีวี” เลยขอจับเข่าคุย นำเสี้ยวหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการเพลง มาเล่าขานให้ฟัง

ก. วิเสส วันนี้คือหนุ่มใหญ่ ซึ่งมีใบหน้ายิ้มละมัยอยู่ตลอดเวลา ยังคงร้องเพลงตามงานการกุศล และยังทำซีดี วีซีดี ให้กับแฟนๆ และยังได้รับการสนับสนุนไม่เสื่อมพลาย โดยเฉพาะรายการโทรทัศน์ “คฤหาสน์เพลงดัง” ซึ่งจัดโดยอดีตนักร้อง “สรรชัย โกรานนท์” ยังเปิดเพลงของเขาอยู่เสมอ  

บ้านผมอยู่ที่หมูบ้านสีไค (ถ้าภาษาไทยคงเป็นหมู่บ้านตะไคร้) ข้างสนามบิน ในเวียงจันทน์ พ่อแม่เป็นคนที่นั่น สมัยเด็กๆ ยังเป็นนักเรียนชอบร้องเพลง ช่วงนั้นทุกวันศุกร์ ที่โรงเรียนจะมีประกวดร้องเพลงเสมอๆ ผมและผู้หญิงอีกคน  ผลัดกัน ได้ที่ 1 กับที่ 2

ช่วงนั้นเพลงไทยเข้าไปดังในลาว ก็มี สมยศ ทัศนพันธ์ ทูล ทองใจ สุรพล สมบัติเจริญ ชัยชนะ บุณยะโชติ ก้าน แก้วสุพรรณ ฯลฯ เพลงเหล่านี้ผมร้องได้เกือบหมด

สมัยก่อนที่เวียงจันทน์ ก็มีวงดนตรีตำรวจ “วงคำเติม ธนุบาล” มีนักร้องรุ่นเก่าๆ รุ่นพี่ๆ อย่างเช่น “พรมมะ พิมะสอน” “ทานตะวัน” เจ้าของเสียงเพลง “สองฝั่งของ”  

ตอนหลัง แต่ก็หลังไม่นาน มีการตั้งวงดนตรี “ราบอากาศวังเวียง” ขึ้นมา โดย พันเอกคำเกี้ยว สุวัฒน์ เป็นคนหมู่บ้านสีไค ได้ข่าวว่า ก. วิเสส ซึ่งเป็นญาติห่างๆ มีแววในการร้องเพลง ก็ให้ไปร่วมด้วย และได้ทดสอบผ่าน เป็นนักร้องประจำวง ช่วงนั้นอายุประมาณ 17 ปี  

ตอนนั้นนักแต่งเพลงของวง ชื่อ “จอมคำ” นำเอาชีวิตจริงมาแต่งเป็นเพลง เช่นผมไปชอบสาวโพนโฮงก็แต่งเพลง “สาวโพนโฮง”

อีกท่านหนึ่งคือ “อาจาย์หมีดำ” หรือ “สนอง อุ่นวงศ์” ผู้แต่ง “ไทยดำรำพัน”

ในช่วงที่ร้องเพลง แต่ละปีที่เวียงจันทน์ มีการประกวดนักร้อง ถือเป็นงานที่สำคัญมาก

ผมเขาประกวดครั้งแรกในเพลง “ก่อนจาก” ที่ร้องว่า  ประชันกันหลายคณะ อาทิเช่น “สำพาพุทธ” พวกต่างแขวงเมืองหลวงพระบางบ้าง มี “คำเติม ธนุบาล” เข้ามา

“ถ้าปีนั้นคำเติมไม่ประกวด ผมคงชนะ”

ปีถัดมาวันที่ 23 มีนาคม เป็นวันบุญกองทัพ มีประกวดร้องเพลง ก. วิเสส จากราบอากาศวังเวียง ก็เอา “จ่าตรีรำพัน” ไปประกวด แต่ปีนี้ “ตำเติม” รู้ว่าสู้ไม่ได้ ก็เอา “พรมมะ พิมะสอน” เข้ามาสู้ ปรากฎว่า “จ่าตรีรำพัน” เป็นที่หนึ่ง “ซังคนหลายใจ” เป็นที่สาม

ตอนนั้นมี อภันตรี ประยุทธเสรณี นางสาวไทยคนที่ 17  พ.ศ. 2510  ซึ่งเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ประกวดนางงามจักรวาล ที่ไมอามี่ ฟลอริดา ให้เกียรติเป็นประธานในงาน

ก. วิเสส เริ่มมีชื่อเสียง จาก ซังคนหลายใจ จ่าตรีรำพัน ก่อนจาก เริ่มดังเข้ามา

พอปีที่สาม มี “ธรรมชาติเมืองสุย”

ประมาณปี 1971 หรือ 1972 ( พ.ศ. 2514 หรือ 2515) มีคณะวงดนตรี 15 คณะ เขาให้แต่งเกี่ยวกับการศึกษา เป็นเพลงจังหวะรำวง วงดนตรีราบอากาศวังเวียง ส่งเพลง “ไทยดำรำพัน” ซึ่งร้องโดย ก. วิเสส ได้ที่ 14 เกือบเป็นบ๊วยเลย แต่ว่าดังมาก

ดังจาก ลาวข้ามไปประเทศไทย (อ่านต่อฉบับหน้า)









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> รักข้ามขอบฟ้า สันติ-เอริค่า พิเชฐชัยกุล โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> บูชาพระอาจารย์ใหญ่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดย พระอาจารย์ชลินทร์
>> รักข้ามขอบฟ้า สันติ-เอริค่า พิเชฐชัยกุล โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ภิกษุผู้เห็นธรรมในธรรม ย่อมนำความไพบูลย์มาสู่ โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> เหตุเกิดที่เกาหลีเหนือ โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ผู้มีความอดทนอดกลั้น ย่อมเป็นที่รักของเทวดา โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ต่อให้ดีแสนดีเขาก็ด่า สิชั่วแสนชั่วเขายังชม โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> บุคคลผู้ตั้งอยู่ในความประมาท กุศลที่เคยสร้างย่อมเสื่อมทราม โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ