หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


22 พฤศจิกายน 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














แผนซ้อนแผน....

การเป็นตัวตั้งตัวตีของกลุ่มพรรคการเมือง “ชาติไทยพัฒนา” หรือกลุ่มพรรคการเมืองเก่า “ชาติไทย” ของนายบรรหาร ศิลปอาชา มีชื่อเรียกกันมาอย่างยาวนานว่า “ปลาไหล” คือพรรคการเมืองลื่นไหลไปตามเหตุการณ์บ้านเมือง เป็นพรรคไม่มีหลักการอะไรมากไปกว่า ขอให้ได้เข้าร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่า “ขั้วไหนจะมีอำนาจ” การเข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลประชาธิปัตย์สมัย นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของ “กลุ่มของเติ้ง เสี่ยว หาร” ไม่ต่างอะไรกับ “ปลาไหล” ถูกใบข่อยถูเสียจน “ชาติไทยพัฒนา” กลายเป็นปลาไหลกลับเข้าไปจำศีลอยู่ในรูเท่านั้น หาได้มีบทบาท “มูมมาม” อย่างไรไม่ ไม่ต่างอะไรกับ คำกล่าวของ “แป๊ะเติ้ง” ที่ว่า “เป็นฝ่ายค้านอดอยากตายห่ะ...” แม้ว่าจะเป็นฝ่ายร่วมรัฐบาล” ในวันนี้ ไม่มีช่องทางใดๆ ให้ปลาไหลดิ้นได้ตามสไตล์เดิม ก็ต้องสร้างบทบาท เป็นปลาไหลไม่ยอมอดตายในรู โดยการเป็นนายหน้า “เร่ขายแผนการปรองดอง”ให้กับคนหลงทางกลับบ้านไม่เป็นชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ย่อมจะยอมจ่ายค่า “นายหน้า” ให้แน่นอน แต่ ประชาธิปัตย์ จะเล่นด้วยหรือไม่.. มีคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้วว่า “ไม่..” ประชาธิปัตย์ไม่ยอมยื่นคอ ให้ ทักษิณ ชินวัตร เอา “ดาบ” ที่ เสธ.หนั่น ไปขายให้กับทักษิณ ฟัน อภิสิทธิ์.. มีแต่ “ดาบนั้นคืนสนอง” กลับมาฟัน “ปลาไหล” ขาดเป็นสองท่อน..ก็ย่อมได้ในครั้งนี้

ตามไปดูแห่ ของพ่อค้าเร่ขาย “แผนการปรองดอง”  เอาประเทศชาติและประชาชนคนไทย  “เร่ขาย” ในครั้งนี้กันว่าเขาเดินเกมแต้มคูกันอย่างไร .. ดูถูกสติปัญญาของประชาชนคนไทยว่า  “โง่เง่าเต่าตุ่น” ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ..

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search

 

 

 

 

          พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เผยเมื่อวันอังคารถึงการหารือแนวทางปรองดองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศนอร์เวย์ ว่า เดินทางไปทอดกฐินที่วัดในนอร์เวย์เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถูกเชิญจากเจ้าอาวาสวัดไทยในนอร์เวย์ให้ไปทอดกฐินและร่วมพิธีรับมอบธรรมเจดีย์พระคัมภีร์โบราณ 2,000 ปีด้วย จึงได้พบกัน โดยมีเวลาพูดคุยกันประมาณ 15 นาที
                "ผม  (เสธ.หนั่น) พูดถึงแนวทางปรองดองที่ทำอยู่ให้  พ.ต.ท.ทักษิณ รับทราบ และถามความเห็นไป ซึ่ง  พ.ต.ท.ทักษิณ ก็บอกว่าเห็นด้วยกับการปรองดองที่ให้คนในชาติหันหน้าเข้าหากัน รักใคร่กัน ก็ขอให้ผมเดินหน้าต่อไป เราได้พูดกันว่าขอให้ลืมอดีตเสียแล้วหันหน้าเข้ามาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของประเทศ"

(ขอให้ลืมการตั้งกองโจรเสื้อแดงปล้นประเทศกลางเมือง กับการเผาบ้านเผาเมืองก่อการจลาจล รวมทั้งต้องการ “ล้มสถาบันหลักของประเทศไทย” ก็เชิญ สนั่น ขจรประศาสน์ กับพรรคพวก “ปลาไหล” คิดทำร่วมกับ ทักษิณ ชินวัตร ไปก็แล้วกัน - ผู้เขียน) 
                ผู้สื่อข่าวถามว่า  การลืมอดีตต้องลืมเรื่องคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณใช่หรือไม่ พล.ต.สนั่น (เลี่ยงจะตอบคำถามให้ตรงเป้า กลับเลี่ยงๆ ตอบไปตามแบบฉบับ “ปลาไหล” เอาข้างเข้าถู – ผู้เขียน ) บอกว่า  “ถ้าไม่ลืมอดีตความเคียดแค้นก็ยังมีอยู่ เรื่องคดีความเป็นคนละเรื่องกัน ตนบอกให้ลืมอดีต ในอดีตตนเป็นอย่างไรก็ให้ลืมกันไปเสีย ไม่อย่างนั้นก็จะมีแต่ความเคียดแค้นอยากจะแก้แค้นรบราฆ่าฟันกัน”
                  เมื่อถามว่า การลืมอดีตของท่านหมายความว่าอย่างไร พล.ต.สนั่น ตอบว่า ก็อย่างที่พูดนั่นแหละ แต่อย่าไปตีความหมายให้ออกนอกลู่นอกทาง คือลืมอดีตที่มันผ่านมาแล้ว ใครถูกกระทำอย่างไรก็ให้ลืมเสีย ( ที่พูดอย่างนั้นน่ะ หมายความไปไกลถึงไหน.. ใครถูกทำอะไรก็ขอให้ลืมเสีย พูดด้วยความลืมตัวว่ายิ่งใหญ่เหนือสถาบันใดๆ ของประเทศอย่างนั้นแหละ-ผู้เขียน)  ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น ตรงนี้ใครคิดเห็นอย่างไรก็เอามารวบรวม เราจะได้ทำเป็นข้อมูลอีกครั้ง ( แปลไทยเป็นไทยว่า ขอให้ประชาชนเป็นฝ่ายลงมติออกเสียง “ยกเลิก” คำตัดสินของศาลให้ทักษิณ ติดคุก..ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วเราจะมีกฏหมายใช้เป็นแนวทางปกครองต่อไปได้อย่างไรต่อไปในอนาคต.. ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรถึงจะให้ “คนแก่ดื้อรั้นฟังเหตุผล”.. ก็คอยกันต่อไปอีกไม่นานก็จะ “แก่ตาย” ลงไปเอง... ปลงกันเถิดต๋อย..)
                ซักว่าแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณได้เสนอแนวทางปรองดองมาอย่างไร พล.ต.สนั่น บอกว่า อันนั้นเป็นรายละเอียด ขอให้ตนทำงานต่อไปก่อน (รายละเอียดที่ว่าน่ะ..อยู่ที่ไหน.. จะละเอียดยิบอย่างไร อยู่ที่ว่า ใครจะเป็นคนเอาอะไรมาง้างลงได้ใช่ไหม -  ผู้เขียน)  ตนเป็นคนรับฟังอย่างเดียว  ขอรวบรวมรายละเอียดทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ยังเหลือพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ กองทัพและคนเสื้อแดง คาดว่าจะเสร็จกระบวนการในเดือนมกราคม  (อ้างชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เสียด้วยสวยงามจริงๆ  ถ้า “ปรองดอง”กันได้ พรรคประชาธิปัตย์ จะตายอย่างเขียด “ปลาไหล” จะได้พาปลาแขยง ยกมาทั้งโขยง อิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า– ผู้เขียน)
                 พูดต่อว่า ซึ่งการหารือไม่มีเงื่อนไขอะไร  "ได้ขอร้องและทำความเข้าใจ ก็ขอทุกอย่าง ใครที่ทำความเข้าใจได้ก็ขอร้องให้ช่วยด้วย" พล.ต.สนั่น ตอบคำถามที่ว่ากับกลุ่มเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวได้มีการขอร้องอะไร พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ (แหม..ก็เข้าไปพบปลอบ แกนนำเสื้อแดง แล้วนี่นาไม่น่าถาม..)
                รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเดินหน้าแนวทางปรองดองยังต้องเดินอีกหลายก้าว ตนได้เรียนกับนายกรัฐมนตรีว่าเป็นการไปส่วนตัว (ตัวไหน ปลาไหล หรือ จระเข้ - ผู้ขียน)  ไม่ได้เอารัฐบาลหรือพรรคการเมืองไป เป็นสิ่งที่ตนเองต้องการทำ  ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่เมื่อเจอแล้วก็รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ  (“นายกฯจะพูดอะไรออก ..ถ้ารองนายกฯ พูดไปก็กลายเป็น “ลูบหน้าปะจมูก” ถูกจูงเข้ามาเล่นเกมนี้กับเขาด้วย  แต่ควรจะเชื่อว่า “จะคบคนให้ดูหน้า จะซื้อผ้าให้ดูเนื้อ”  วันนี้น่าจะรู้ตัวแล้วว่า การคบ “ปลาไหลเติ้ง” กับ “จระเข้ชื่อ ชาละวัน สนั่น ขจรประศาสน์ น่ะเป็นยังไง)
                พล.ต.สนั่นบอกด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้บอกเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทย แต่ตนคิดว่าคนไทยอยู่เมืองไทยสบายกว่า ส่วนที่ถามว่าแผนปรองดองของตนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดีกว่าใช่หรือไม่นั้น "คนไทยจากเมืองไทยไปตั้ง 4 ปี เผลอแป๊บเดียว 4 ปีแล้ว" พล.ต.สนั่น กล่าว

                เสธ.หนั่น คนหน้าตาแดงกล่ำอยู่ตลอดเวลา ร่ำลือกันว่า “ติดเหล้า” อย่างหนัก แต่ความจริงแล้วเป็นคนดื่ม “ไวน์” แทนน้ำต่างหากเท่านั้น แต่นานๆ ไป “แอลกอร์ฮอร์ ใน “ไวน์” แม้จะมีดีกรีน้อยกว่า “สุรา” ที่แปลว่าเหล้า ดื่มกันหนักๆ นานๆ       “แอลกอร์ฮอร์” เข้าไป อยู่ในสายเลือด “เรียกว่าขี้เมาเต็มตัว”  ท่าทีของ สนั่น ขจรประศาสน์ ไม่ต่างกับคน “ติดเหล้า” เท่าไรนัก  ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็ได้ ขออภัย แต่ควรมามองดูรู้ประวัติของเขา อย่างคร่าวๆ เพื่อ “เพื่อรู้เขา..รู้เรา” กันไว้บ้างดีกว่า

พลตรี.สนั่น ขจรประศาสน์  แกนนำพรรคชาติไทย และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ก่อตั้ง เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคมหาชน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อนิยมเรียกกันทั่วไปว่า "เสธ.หนั่น"

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เกิดวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2478 เป็นชาวจังหวัดพิจิตร เคยรับราชการเป็นทหารบก เหล่าทหารม้า มียศทางทหารสุดท้ายเป็น พันโท ก่อนจะถูกให้ออกจากราชการ เมื่อ พ.ศ. 2520 เมื่อร่วมก่อการกบฏ 26 มีนาคม 2520 ซึ่งมี พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เป็นหัวหน้า และมี พ.ท.สนั่น เป็นเลขาธิการคณะ พ.ท.สนั่นถูกจำคุกที่ เรือนจำลาดยาว จากข้อหากบฏ ทำให้ได้พบและสนิทสนมกับ พ.อ.มนูญ รูปขจร (ปัจจุบันคือ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร) ต่อมาในภายหลังเมื่อ พ.ท.สนั่น ได้เข้าทำงานการเมือง และดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พ.ท.สนั่นได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศเป็น "พลตรี"

พล.ต.สนั่น สมรสกับ นางฉวีวรรณ ขจรประศาสน์ มีบุตร-ธิดารวม 4 คน มีบุตรคนที่ 3 เข้าสู่วงการเมือง คือ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ หรือ "ลูกยอด" อดีต ส.ส.พิจิตร เขต 3 พรรคมหาชน และมีบุตรสาวอีก 3 คนคือ นางสาวบงกชรัตน์ ขจรประศาสน์, นางสาวปัทมารัตน์ ขจรประศาสน์ และนางสาววัฒนีพร ขจรประศาสน์

พล.ต.สนั่น ทำธุรกิจส่วนตัวเป็น ฟาร์มนกกระจอกเทศชื่อ "ขจรฟาร์ม" ซึ่งเป็น ฟาร์มนกกระจอกเทศ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังทำ ไร่องุ่น และผลิตไวน์ชื่อ "ชาโต เดอ ชาละวัน" ซึ่งสอดคล้องกับ รสนิยมส่วนตัว ที่ทราบกันทั่วไปคือชอบดื่มไวน์

เมื่อ วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พล.ต.สนั่น พร้อมด้วย นายศิริวัฒน์ บุตรชาย และสมาชิกพรรคมหาชน เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิก พรรคชาติไทย โดยให้เหตุผลว่า กฎหมายพรรคการเมืองปัจจุบัน ไม่เอื้อต่อการ ดำเนินงานของพรรคการเมืองขนาดเล็ก ถือเป็นการสิ้นสุดการดำเนินงานของ พรรคมหาชน ไปโดยบริยาย[1]

นายอดิศร เพียงเกษ อดีต ส.ส.จังหวัดขอนแก่น พรรคความหวังใหม่ ได้เปิดเผยข้อมูลระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจพลตรีสนั่น ว่า พลตรีสนั่น แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่ามีการกู้ยืมเงินจำนวน 45 ล้านบาท จากบริษัท เอเอเอส ออโต้เซอร์วิส ทั้งที่ไม่มีการกู้ยืมจริง

ต่อมา นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพประชาชน ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนคดีเข้าสู่ กระบวนการทางกฎหมาย และต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ว่า พล.ต.สนั่น มีความผิด ฐานจงใจแสดง บัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาตรา 295 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

จากการถูกดำเนินคดีทางการเมืองดังกล่าว ทำให้ พล.ต.สนั่น ต้องลาออกจากตำแหน่ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นมายาวนานถึง 13 ปี โดยมี ายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เข้ารักษาการตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นเวลาสั้นๆ และต่อมา นายอนันต์ อนันตกูล ได้รับเลือกให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2543

ในอตีด.. “เสธ.หนั่น”  สนั่น ขจรประศาสตร์ จบจากโรงเรียนนายร้อยจปร. มีความสัมพันธุ์อย่างแนบแน่นกับ พล.ตรี. มนูญกฤต รูปขจร  เคยติดคุกมาด้วยกัน สมัย พล.ต. ฉลาด หิรัญศิริ ทำการปฎิวัติ ต่อมา ทั้งคู่ได้รับ “นิรโทษกรรม” ด้วยการวิ่งเต้นของ พล.อ. ชวลิตร ยงใจยุทธ  แกนนำที่เคยปฏิวัติร่วมกันคือ นายวีระ มุสิกะพงษ์  เมื่อนายวีระ กลับเข้ามาเล่นการเมืองหลังจากพ้นโทษ ก็ช่วย  “เสธ.หนั่น” ให้เข้าไปเป็นผู้มีบารมีทางการเมืองอีกครั้ง

เช่นเดียวกับมีความสัมพันธุ์แนบแน่นกับ มนูญกฤต รูปขจร แกนนำ “ยังเติร์ก” อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

พล.อ.สนั่น ขจรประศาสน์ รักเพื่อนชื่อ มนูญกฤต รูปจขร กับ วีระ มุสิกะพง์ พร้อมกับไม่ลืมบุญคุณ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ขอ “นิรโทษกรรม” ให้พร้อมทั้ง พล.ต. มนูญกฤต รูปขจร กับ วีระ มุสิกะพงษ์ ถูกจำคุกด้วยข้อหา “กบฎ” มาด้วยกัน  

ความที่รักเพื่อน กินข้าวแดงแกงวิญญาณ เนื้อ ด้วยกันในคุกมาแล้ว เมื่อ มนูญกฤต กับ วีระ  เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนอ้อมขาของ ทักษิณ ชินวัตร พร้อมกับ ผู้ที่ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์  ให้ความนับถือคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  ผู้มีบุญคุณ  เข้าไปสยบให้ ทักษิณ ชินวัตร จึงไม่ยากที่จะ “เอาบุญคุณ” ขึ้นมาอ้าง เพื่อให้ “เสธ.หนั่น” เป็นผู้เดินสาส์นปรองดอง

 “ชาติไทยพัฒนาปลาไหล” ก็ได้ลุ้น.. ดูเขาเดินเกมเอาทักษิณ ชินวัตร กลับเมืองไทย...ถ้าชนะ..ชนะด้วย ถ้าเกมส์นี้ “ง่อยแหลก”  “เติ้ง เสี่ยว หาร” จะออกมาโวยลั่น “เป็นเจ๊กตื่นไฟ”ว่า อั้วไม่รู้..อั้วไม่เห็ง” อั้วอยู่ข้าง”อภิสิก” ตลอดมา..จิง..จิง..ฮ่ะ...









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> จะใช้กฏหมายต่อไปไหม..( จะใช้ฉบับไหน..) โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> ถ้าถล่มกองทัพลงได้ ..สบายแม้ว.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> ประวัติศาสตร์ที่ทหารควรรู้ ... โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> เรื่องไม่ธรรมดา..อุ้มฆ่าเอกยุทธ.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> คงจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง (ต่อให้จบ...) โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> ปิดปากประชาชน โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> ภิกษุสันดานกา โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> จักรภพ..พูดถึงชัย ราชวัตร โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> เสาหลักปักขึ้ควาย โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> หรือจะได้เห็น “สิ้นชาติ..ก่อนสิ้นใจ” โดย วิจารณ์ จันทนะเวส
>> พ่อหลวงแห่งปวงราษฎร์ (ตอนที่ 3) โดย นางสาวชมเพลิน ผู้เรียบเรียง



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ