หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


26 พฤศจิกายน 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














‘เป็นคำตอบสุดท้าย’ ของ…สายัณห์ จันทรวิบูลย์ (วัลลภา ดิเรกวัฒนะ)

ขอย้อนกลับไปสมัยวัยรุ่น ผู้เขียนดูหนังเรื่อง “โทน” ดูจบก็เล่าให้คนรอบข้างทั้งญาติสนิทมิตรสหายฟังจนน้ำลายแตกฟอง โดยเฉพาะที่ว่า…เรื่องนี้ชอบดาราที่ชื่อ สายัณห์ จันทรวิบูลย์…โอ๊ย ล้อ หล่อ น่ารั๊ก น่ารัก…แล้วก็ยุให้ทุกคนไปดูสายัณห์ ใครไม่ไป…โกรธ…

                ในกาลครั้งนั้น ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่ง (แต่เป็นเวลานานมาก) ผู้เขียนจะได้พบกับตัวจริง มีโอกาสได้พูดคุย  สัมภาษณ์ชีวิตแต่หนหลัง  ทั้งยังรับเชิญมาระบายความรู้สึก พร้อมให้ข้อคิดที่น่าสนใจในคอลัมน์นี้ …

               

ก่อนที่คุณสายัณห์จะเดินทางมาอเมริกา เมื่อปี 2000 ดวงคุณสายัณห์กำลังจะโด่งดังเป็นพลุในเพลง “เป็นคำตอบสุดท้าย” เขาปรารถนาให้เพลงนี้ได้ซอกซอนไปทั่วทุกหลังคาเรือน…แต่แล้วเมื่อไม่เป็นอย่างที่คิด  วงจรชีวิตต้องผันแปร กลายเป็นว่าเขาต้องมาบอกกับชาวไทยในสหรัฐฯ ถึงคำตอบสุดท้ายแทน…      

                  

…สวัสดีครับ…ผมสายัณห์นะครับ…ย้อนอดีตของผมเมื่อครั้งที่เป็นนักเรียน เป็นชาวอยุธยา มีพี่น้อง 7 คน ตอนเกิดแม่บอกว่าผมเกิดข้างโรงลิเก คลอดตอนพระเอกลิเกออกตัว พี่น้องตระกูลของแม่มีคณะลิเก ฉะอ้อน เรืองศิลป์ ดังมาก ตอนเด็กๆ ชอบไปคลุกคลีอยู่ที่วงลิเก พอเข้าเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ ญาติๆ อยากให้ผมไปช่วยรำช่วยร้อง  แต่ดวงหันเหไปเข้าวงการหนังเสียก่อน…

พ่อแม่ขายไร่ละสามพัน ย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกๆ ได้มีการศึกษาที่ดี ผมเข้าเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร จบแล้วจังหวะชีวิตเริ่มเปลี่ยนแปลง ตอนเรียนรำเป็นตัวพระราม มีงานแสดงที่โรงละครแห่งชาติอยู่เรื่อยๆ ทั้งยังได้เข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถอย่างใกล้ชิด ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองตลอด ได้ค่าตัวรอบละ 20 บาท วันละ 4 รอบ และแสดงตามโรงแรมหลายแห่ง มีเอราวัณ โอเรียนเต็ล รามาการ์เดน กลางคืนมีโขน ขาดพระราม ผมก็ไปประจำคณะนั้น ก็มีงานตลอด ผมดูแลส่งเสียให้น้องเรียนทุกคน ตอนที่ดังใหม่ๆ คุณพ่อก็เสียชีวิต ผมได้รับปากกับคุณพ่อว่า ไม่ต้องห่วง ผมจะส่งน้องเรียนจนจบ ผมซื้อที่แล้วแบ่งให้น้องๆ ปลูกบ้านกัน

ต่อมาพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล ท่านจะสร้างหนังเรื่องละครเร่ พระเอกต้องรำได้ รำสวย หุ่นดี หน้าตาดี อ้อนแอ้น บังเอิญผมเรียนห้องเดียวกับหลานของพระองค์ท่าน ชื่อ ปู มาบอกว่า…สายัณห์ พระองค์ชายใหญ่จะสร้างหนังเรื่องละครเร่ กำลังหาพระเอกที่รำได้ นายเหมาะนะ ลองไปสมัครสิ…

ตอนนั้นผมเล่นโขนเยอะมาก ทั้งงานนอกงานใน ไม่มีเวลานัก แต่ก็ลองไปเทสต์ ไปลองรำดู มีคนไปเทสต์กันมาก ท่านมองดูแล้วคงเห็นหน้าตาผมโอเค รำก็โอเคอยู่ ท่านก็ตัดสินใจเลือกผม เริ่มถ่ายทำได้เป็นพระเอกคู่กับ กนกวรรณ ด่านอุดม  จริงๆ แล้ว มานพ อัศวเทพ เป็นตัวนำ คู่กับ สุทิศา พัฒนุช คือมีพระเอก 2 คน พอถ่ายทำเสร็จออกฉายก็ได้รับการตอบรับพอสมควร ถึงไม่ดังมากนักแต่คนดูชอบ

ปีต่อมา เปี๊ยก โปสเตอร์ จะสร้างเรื่อง “โทน” เห็นว่าหน่วยก้านสายัณห์วัยรุ่นดี แล้วก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่น ก็เลยติดต่อผมไปเล่น ปรากฏว่าพอเรื่องโทนออกฉาย ประสบความสำเร็จมาก คู่กับ มนต์รักลูกทุ่ง โทนฉายที่เฉลิมไทย มนต์รักลูกทุ่งฉายที่โคลีเซียม รายได้สิบล้านทั้งคู่ สมัยนั้นสิบล้านถือว่าไม่ธรรมดา ทั้งสองเรื่องดังมาก สายัณห์เกิดตรงนั้นเลย หลังจากนั้นมีหนังมากมายติดต่อเข้ามา ได้เป็นพระเอกหลายเรื่อง

นึกถึงสมัยที่ดังมาก อายุ 20 ปี คนไทยยุคนั้นยังดูลิเกอยู่ คนไหนดังก็จะชอบแต่คนนั้น ไม่มีเปลี่ยนไปชอบคนอื่น หนังทุกเรื่องต้องมีสายัณห์ไว้เพื่อขาย พอสายัณห์ไปไหนก็แล้วแต่ มีคนมุงกันแบบร้านพังระเนระนาด คือเขาอยากมาใกล้ชิด ได้สัมผัส เห็นตัวจริง ยังเป็นแบบลิเก บางทีไปกินร้านไหน คนก็แห่เข้าไปในร้าน เจ้าของร้านให้ไปนั่งข้างบนเพราะต้นไม้พังหมดแล้ว ไปที่โรงแรมแฟนหนังก็ไปล้อมโรงแรม ขอลายเซ็นกัน

เนื่องจากผมไม่ใช่คนทะเยอทะยาน เป็นคนติดดิน ไปไหนก็ใกล้ชิดกับคนตลอด ไม่เคยแอ็ค ดีใจที่คนรู้จักเรา เขียนจดหมายตอบไม่หวาดไม่ไหว เยอะมากจนต้องใช้ปั๊มชื่อลงไปเลย เวลาถ่ายรูปผมก็กอดไหล่ ให้ความเป็นกันเอง เพราะผมไม่ใช่มาจากฐานะร่ำรวย เรามีสกุลบ้านนอก ทำนาอยู่อยุธยาแล้วมาโด่งดัง นึกถึงบุญคุณไร่นาที่เคยอาศัยอยู่ ทุกคนชื่นชมว่าผมไม่หยิ่ง เป็นคนง่ายๆ กินง่าย นอนง่าย ไม่เรื่องมาก ผมไม่เคยลืมตัว เพราะผมอยู่ในแวดวงการบันเทิง หลับในรถ ถึงกองถ่ายก็ถ่ายทำ ไม่ได้สังสรรค์กับใครมากนัก นอกจากงานเปิดตัว งานเลี้ยงบ้านผู้ใหญ่ ชีวิตจะวนอยู่อย่างนี้

ดาราที่บ้านเราถือว่าเป็นคนที่มีสิทธิพิเศษมาก กรณีที่เราไปติดต่องานราชการ พอเห็นว่าสายัณห์ก็เรียกเข้าไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรอกบัตร เรื่องที่ดิน หรือกรมตำรวจ  คดีความต่างๆ จะช่วยเหลือก่อน ทั้งที่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เขาชอบ บางครั้งรีบไปถ่ายหนังถูกจับความเร็ว ตำรวจไล่ตาม พอจอดปุ๊บก็ร้อง…อ้าว พี่สายัณห์เหรอ เชิญเลยพี่ ครั้งหน้าช้าหน่อยนะครับ…

บางครั้งถูกดักจับ พอเห็นหน้าเขาก็ชวนคุยถึงละครเรื่องนั้นดี เรื่องนี้ดี รู้จักกันหมด เพราะตำรวจพวกนี้เราให้เข้าฉากเล่นหนังด้วย ดาราก็เลยได้สิทธิเยอะหน่อย แต่ภาษีโดนหนัก เลี่ยงไม่ได้ เคยมีหลบหลีกบ้างเหมือนกัน แต่ยุคนั้นรายได้ไม่มาก เรื่องหนึ่งไม่กี่หมื่น ทางกรมภาษีถามว่า สายัณห์เล่นกี่เรื่อง ผมบอกว่า…เล่นน้อย ปีหนึ่งประมาณ 60-70 เรื่อง…เขาถามว่า…จริงหรือเปล่า…ผมบอกว่า…จริง…เขาขอดูแฟ้มก็ยกแฟ้มให้ดู แต่เขาตัดจากหนังสือพิมพ์ไว้เป็นหลักฐาน คราวนี้ต้องเสียย้อนหลัง…ก็โอเคครับ ถือว่าเราช่วยรัฐบาล…         

มาถึงยุค มิตร ชัยบัญชา ตกเครื่องบินเสียชีวิต พระเอกใหม่เริ่มเกิดขึ้นมี…สรพงษ์ ชาตรี กรุง ศรีวิไล นาท ภูวนัย ไพโรจน์ ใจสิงห์…พอมีพระเอกใหม่ก็เอาสายัณห์ไปประกบ ตอนนี้ผมถูกเลื่อนจากตัวพระเอกมาเป็นตัวที่สอง เอาผมไปดัน ต่อมาพระเอกเกิดมากจนสายัณห์ไม่มีคิวให้…โอ้โฮ ประกบสรพงษ์ นาท กรุง หลายพระเอก ต้องให้ไปประกบมิฉะนั้นสายจะไม่ซื้อ ถ้ามีสายัณห์ราคาสายก็ดีขึ้น ทำให้งานของสายัณห์เยอะมาก

ต่อมา คุณสักกะ จารุจินดา ให้ไปเป็นพระเอกละคร ตอนนั้นดาราเริ่มไปเล่นละคร มีคนสนใจละครมากขึ้น บรรดานักแสดงหลายคนไม่อยากเล่น ถือว่าละครมันคนละชั้นกัน แต่ผมคิดว่าละครก็เป็นหนัง อาชีพใกล้กัน ทำไมต้องรังเกียจ ผมก็ตัดสินใจลองไปเล่นให้คุณสักกะ เล่นหลายเรื่อง เกิดไปคู่กับ ดวงดาว จารุจินดา เล่นกันไปเล่นกันมาก็เกิดความใกล้ชิด เกิดเป็นความรัก จากเรื่องในยุคแรก…จากฟากฟ้า นกน้อย ละครพวกจักรๆ วงศ์ๆ ละครจีนก็มี คุณสักกะสร้างแนวนี้ตลอด

จากนั้นก็แต่งงานกัน อยู่ด้วยกัน 9 ปี มีลูกชาย 2 คน ชื่อ วิชยะ อายุ 27 ปี คนเล็กชื่อ ตะวัน อายุ 25 ปี ทั้งสองคนใช้นามสกุลผม แต่เวลาเล่นละครเขาขอใช้นามสกุลแม่ เพื่อไม่ให้แม่เสียใจ เป็นดาราทั้งคู่ ตอนนี้กำลังดัง คิดว่าได้จากสายเลือดเพราะแสดงตั้งแต่เด็ก เริ่มจากถ่ายโฆษณาก่อน คุณตาสร้างหนังก็เอาไปเข้าฉากอยู่เรื่อย เคยเล่นอรุณสวัสดิ์กับศรราม ผมก็เล่นด้วย และผมมีลูกชายอีกคนชื่อ สุริยัน อายุ 24 ปี เล่นหนังเหมือนกัน เรื่องแรกเป็นดารานำชายเข้าชิง เรื่อง ลูกแม่ ฉายช่องเจ็ดตอนกลางวัน 

ตอนที่ผมแต่งงานกับดวงดาว เปิดเผยเป็นคู่แรกดังที่สุด สมัยนั้นไม่มีดาราคนไหนเปิดเผย ลงหน้าหนึ่ง…สายัณห์ดวงดาวแต่งงานใหญ่โต…ทำให้ดาราเริ่มเปิดเผยทีละคู่ ที่ต้องแยกกันไปคนละทางเพราะเรื่องงาน ต่างคนต่างไป ดวงดาวไปพากย์หนัง ผมไปถ่ายหนัง กำกับหนัง ครอบครัวไม่เป็นสุขเพราะเจอกันไม่กี่วัน ส่วนลูกมีคุณยายคุณตา บ้านอยู่ในรั้วเดียวกัน ได้ฝาก ก็ใกล้ชิดอบอุ่น มีพี่เลี้ยงดูแล เขาตั้งใจเรียนไม่มีปัญหา พอเลิกกัน ดวงดาวแต่งกับ พลากร  เขาเป็นคนดีมาก ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ดูแลแทนผมอย่างดี ช่วยสอนการบ้านให้ลูก…แต่ผมก็เป็นคนดีนะครับ แต่เมื่อผมไม่ได้อยู่แล้ว คุณพลากรก็มาดีต่อ ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน โทรฯ คุยกันตลอด ผมติดต่อกับลูกเสมอ ลูกๆ เชื่อฟังผม บางครั้งส่งของไปให้เขา ผมว่าผมโชคดีที่มีลูกดี

เมื่อ 18-19 ปีที่แล้ว ชีวิตผมผันแปรไปเป็นลูกทุ่ง ไปไหนมีคนเชิญร้องเพลง ปรากฏว่าร้องเพลงเข้าตากรรมการ นายห้างยุคนั้นให้ลองอัดแผ่น มีค่าเพลงค่าร้องให้เพลงละห้าพัน ร้องไปร้องมาก็อัดแผ่นวางตลาด เพลง “สายัณห์คนใหม่“ เกิดดังมาก พอดังก็ขายดี ครรชิต ขวัญประชา ชวนตั้งวงดนตรี ผมว่าจะทำได้ยังไงมีหนังเล่น 20-30 เรื่อง คงไม่ได้ เขาแนะให้เล่นแค่รอบเมือง วิ่งไปวิ่งกลับไม่เกินชั่วโมงครึ่ง ไปเมืองชล ไปนครปฐม อยู่ละแวกนี้เท่านั้น ไปไม่ไกล เขาให้ค่าตัวคืนละเก้าพันบาท เอาชื่อสายัณห์ใส่แล้วก็เอาวงมา ก่อนร้องมีนักร้องในวงร้องรอจนกว่าผมจะไปถึง…

…คิดว่าตั้งเก้าพัน ไม่เลวนะ พอตกลงประกาศตั้งวงปุ๊บ ทีนี้มีไปถึงเชียงใหม่ เชียงราย ปัตตานี ขอนแก่น อุดร ชักยุ่ง เมื่อประกาศแล้วจะไม่รับก็ไม่ได้ โดยที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าลูกทุ่งเขาเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อตัดสินใจแล้วก็จำเป็นต้องรับ ทีนี้งานเพียบเต็มทั้งเดือน สามเดือนติดต่อกัน ผมต้องใช้วิธีบินกลับมาถ่ายหนัง ขึ้นเครื่องเป็นว่าเล่น

(อ่านต่อฉบับหน้า)









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> รักข้ามขอบฟ้า สันติ-เอริค่า พิเชฐชัยกุล โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> บูชาพระอาจารย์ใหญ่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดย พระอาจารย์ชลินทร์
>> รักข้ามขอบฟ้า สันติ-เอริค่า พิเชฐชัยกุล โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ภิกษุผู้เห็นธรรมในธรรม ย่อมนำความไพบูลย์มาสู่ โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> เหตุเกิดที่เกาหลีเหนือ โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ผู้มีความอดทนอดกลั้น ย่อมเป็นที่รักของเทวดา โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> ต่อให้ดีแสนดีเขาก็ด่า สิชั่วแสนชั่วเขายังชม โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ
>> ร้อยแก้ว โดย...วัลลภา ดิเรกวัฒนะ
>> บุคคลผู้ตั้งอยู่ในความประมาท กุศลที่เคยสร้างย่อมเสื่อมทราม โดย พระอาจารย์ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ