หน้าแรก


ค้นหาข่าว โดยใส่ Keyword :


31 ตุลาคม 2557




เกี่ยวกับเสรีชัย


บทบรรณาธิการ


คอลัมน์ประจำฉบับ


กฏหมาย-มหาวิทยาลัย


บุคคล-สตรี-บันเทิง


ศิลปะ-ท่องเที่ยว


โหราศาสตร์


สังคม














หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรีเจริญสุข (๑๕) โดย อ.เล็ก พลูโต

เอ่ยถึง พระหลวงปู่บุดดา คนเล่นพระอาจมองข้ามไปอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยเหตุผล พระท่านไม่ดัง พระท่านไม่แพง หรือห้อยแล้วไม่เท่ห์ โชว์ไม่ได้ หรือไม่มีข่าวคราวปาฏิหาริย์อะไร อย่างฟันไม่เข้า หรือยิงไม่เข้าตามหน้าหนังสือพิมพ์ อันนี้ ขอท่านได้พิจารณาให้รอบคอบ และถ้วนถี่ในมายาโลก ที่แม้แต่แวดวงพระเครื่องก็ยังมี หากใครจำได้ถึงอมตะของ ท่านเจ้าคุณนรฯ ที่ว่า

"ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้นั้นไม่จริง"

อันศักดิ์ศรีของหลวงปู่บุดดานั้น แม้จะดูธรรมดาในสายตาชาวโลก แต่สายของเหล่ากองทัพธรรมนั้นสูงสุดจะบรรยาย

ครั้งหนึ่งท่านได้เดินทางไปสนทนาธรรมกับ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก อยุธยา หลวงปู่บุดดา ได้เทแป้งเสกลงในมือหลวงปู่ดู่ และ ทันทีทันใดเหมือนกัน หลวงปู่ดู่รีบเทแป้งเหล่านั้นลงบนศรีษะท่านจนขาวโพลนไปหมด ท่ามกลางความตกตะลึง ของเหล่าลูกศิษย์ท่านมากๆ เพราะปกติหลวงปู่ดู่ท่านมีกิริยาที่เรียบร้อยเอามากๆ จนเมื่อหลวงปู่บุดดากลับไป ลูกศิษย์ท่านหนึ่ง ถามหลวงปู่ทันที

"หลวงปู่ทำไมเทแป้งอย่างนั้นล่ะครับ" ท่านตอบทันที

"ก็ผง พระอรหันต์ ท่านให้ จะให้เอาไว้ตรงไหน นอกจากบนศรีษะของเรา ไม่งั้นจะเป็นการไม่เคารพ"

และที่สำคัญในพิธีเปิดโลกที่แสนจะะโด่งดังนั้น หลวงปู่ดู่ท่านยังเชิญบารมีขององค์หลวงปุ่บุดดามาร่วมเสกด้วย (ทางญาณนะครับ)

แม้แต่องค์ หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง พระเถระที่ปกติไม่สรรเสริฐพระองค์ไหนง่ายๆ ในวันหนึ่ง เมื่อท่านทราบว่าหลวงปุ่บุดดา นั่งอยุ่บนรถบัส ท่านถึงพูดกับลูกศิษย์ว่า

"ไม่ให้ท่านลงมานะ เราจะขึ้นไปกราบหลวงปุ่บุดดาบนรถเอง"

แล้วท่านก็ขึ้นไปทั้ง กราบ ทั้ง ไหว้ อย่างเคารพ และเรียบร้อยที่สุด

หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ท่านเคยบอกให้ลูกศิษย์ไปกราบ หลวงปู่บุดดา ตั้งแต่ที่ท่านยังอยุ่ที่วัดอาวุธฯ ฝั่งธน กทม. โดยให้เหตุผลว่า

"รีบไปกราบท่านนะ หลวงปู่องค์นี้ ท่านเป็นพระทองคำ ท่านจะไม่มาเกิดอีกแล้วนะ"

และยกย่องหลวงปุ่บุดดาอีกหลายครั้ง และหากท่านสงสัยในกัปกริยาที่ค่อนข้างจะแหวกแนว และล่อแหลมขององค์หลวงปู่ ที่มักทำอะไรที่คนทั่วไปมองว่าผิดปกติ ขอให้คิดเอาเสียใหม่ นี่คือ เนื้อนาบุญของแท้

ซึ่งแม้แต่ หลวงปู่สิม แห่งสำนักสงฆ์วัดถ้ำผาปล่อง ยังขอถวายสังฆทาน และจีวร เป็นการเฉพาะ และบอกว่า

"หลวงปู่บุดดา ยอดเยี่ยมที่หนึ่ง แก่ทั้งอายุ แก่ทั้งพรรษา และแก่ทั้งมรรคผลนิพพาน"

หากท่านสงสัยในพุทธคุณที่หลวงปู่บรรจุไว้ในองค์พระแล้ว โปรดอ่าน...

ครั้งหนึ่งมีคนนำพระไปให้ท่านเสก ส่งไปแล้วท่านก้อส่งกลับ ทำอย่างนี้ถึง ๓ ครั้ง โดยไม่แสดงอาการ เสก แต่อย่างใด ท่ามกลางความงุนงงของผุ้นั้นมาก จนหลวงพ่อองค์หนึ่งที่นั่งอยุ่ที่นั้นบอก

"พระองค์นี้ออกรบได้แล้วล่ะโยม"

เต็ม ตั้งแต่ที่ส่งมาให้แล้ว........ตกใจไหม

และเมื่อมีคนนำพระไปให้ ครูบาสร้อย วัดมงคงคีรีเขต จ.ตาก พระอาคมขลัง ที่ผู้อ่านนิตยสารพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์คงรู้จักกันดี ช่วยเสกซ้ำอีกที ท่านได้ปฏิเสธและให้เหตุผลว่า

"เต็มแล้ว เสกไม่ได้แล้ว"

แม้แต่องค์ หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน โคราช ยังปฏิเสธเหมือนกัน และบอก

"จะให้เสกทับไปได้อย่างไร หลวงปู่บุดดาก็เป็นครูบาอาจารย์องค์หนึ่งของเราเหมือนกัน" สุดยอดจริงๆ

ทุกวันนี้เราหาพระที่จะมาห้อยคอนั้น ง่ายเหลือเกิน แต่จะหาพระแท้ มาห้อยนั้น ยากครับ หากท่านเล่นพระ บูชาพระที่พุทธคุณ ไม่ใช่เล่นที่ค่านิยม อันเป็นเรื่องของทางโลกแล้ว พระเครื่องหลวงปู่บุดดา เป็นอีกองค์หนึ่งซึ่งผม ขอฝากไว้ในใจท่านทั้งหลาย

พระเครื่องที่ออกในนามของหลวงปู่บุดดานั้น ก็เหมือนกับพระเครื่องของพระอริยสงฆ์องค์อื่นๆ เช่น ท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์ฯ กทม., หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง, พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร, หลวงปู่เกษม เขมโก ลำปาง ฯลฯ ที่ท่านเหล่านั้นไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง แต่มีบรรดาศิษยานุศิษย์ที่เคารพนับถือในองค์ท่านขออนุญาตสร้าง และให้ท่านปลุกเสก ซึ่งจะเรียกว่า ปลุกเสก นั้นคงไม่ได้ ต้องเรียกว่า “อธิษฐานจิต” ลงในวัตถุมงคลถึงจะถูกต้อง

คำว่า “อธิษฐานจิต” นั้น แตกต่างจากการ “ปลุกเสก” อย่างสิ้นเชิงตรงที่การปลุกเสกนั้นมักจะใช้วิชาอาคม ไม่ว่าจะเป็นพุทธมนต์ มีการเรียกอักขระเลขยันต์ต่างๆ พร่ำบนภาวนาตามหลักวิชาทางไสยศาสตร์ จะขลังหรือไม่ขลังขึ้นอยู่กับว่า พระองค์นั้นได้ฌานอภิญญาหรือไม่ มีอำนาจจิตแค่ไหน ถ้าเป็นเพียงแค่สวดๆๆ งอมแงม พรูด ๆ โดยไม่อำนาจจิต หรือมีฌานอภิญญาล่ะก็ ให้สวดปลุกเสกเป็นชั่วโมง ทั้งวันทั้งคืน ทั้งเดือนทั้งปี ก็หาได้ขลัง หรือมีอำนาจพุทธคุณใดๆ ไม่ พระที่ปลุกเสกในลักษณะนี้ ให้ฟรีผมยังไม่เอาเลยครับ

ส่วนพระที่ผ่านการอธิษฐานจิต จากพระอริยสงฆ์ผู้ทรงอภิญญาสมาบัตินั้น ท่านหลับตาภาวนาอธิษฐานจิตแค่ ๓-๕ นาที หรืออย่างมากสุดไม่เกิน ๑๕ นาที เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับท่านแล้ว บางองค์เป่าพรวดเดียวเท่านั้น ให้เอาไปลองยิง ปรากฏว่ายิงไม่ออก อย่างเช่น หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

หรืออย่าง หลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาค นครสวรรค์ เพียงแต่ท่านมอง แล้วบอกว่า “ใช้ได้แล้ว” ผู้ที่นำมาให้ท่านปลุกเสกนำลังใส่วัตถุมงคลกลับไปลองยิงด้วยปืนหลายกระบอก ในระยะใกล้ ปรากฏว่า ยิงเท่าไรๆ ก็ยิงไม่ถูก ดังเรื่องราวของการสร้างพระปิดตาของผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปี ๒๕๑๘ รุ่น จตุรพิธพรชัย ตามที่ผมเคยนำเสนอไปแล้ว

พระเครื่องในนามของหลวงปู่บุดดาทุกรุ่นก็เช่นเดียวกัน ท่านใช้เวลาในการอธิษฐานจิตไม่มากนัก บรรดาวัตถุมงคลที่วางกองอยู่ตรงหน้าเป็นแสนเป็นล้านชิ้น ก็จะได้รับพลังอำนาจพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จากการอธิษฐานจิตของท่านอย่างเต็มเปี่ยมเท่าเทียมกัน เสมือนกับไฟฟ้าแรงสูง ที่วิ่งไปตามเส้นลวดที่เป็นตัวฉนวนนั่นเอง

วัตถุมงคลที่ทางวงการพระเครื่องถือเป็น “รุ่นแรก” ของท่านก็คือ “เหรียญรูปเหมือน” ที่สร้างโดย “สำนักสงฆ์สองพี่น้อง” อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ มีทั้งเหรียญกลม และเหรียญรูปไข่ เจอที่ไหนอย่าปล่อยให้ผ่านมือไป เพราะเท่าที่ทราบในขณะนี้ยังไม่พบเห็นของปลอม เพราะของแท้เองก็ยังราคาไม่แพง แต่ก็คงหาไม่ได้ง่ายนัก ลูกศิษย์ของท่านมีเยอะ เจอเป็นเก็บก็แล้วกัน

วัตถุมงคลของท่านสร้างเป็นจำนวนมาก ก็ตอนเมื่อมาจำพรรษาอยู่ที่ “วัดกลางชูศรีเจริญสุข” อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น ๑๐๐ ปี หรือ หนึ่งศตวรรษหลวงปู่บุดดา ที่สร้างในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และรุ่นเสาร์ ๕ มหามงคล ที่สร้างในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ปัจจุบันยังคงเหลือตกค้างอยู่ที่วัด ในอัตราทำบุญที่ไม่สูงนัก ซึ่งสองรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นก่อนสุดท้าย และรุ่นสุดท้ายของท่าน

สำหรับรูปพระสมเด็จที่ผมนำมาลงในสัปดาห์นี้ เป็นพระสมเด็จสามชั้น หลังรูปเหมือน ที่จัดสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ในวาระที่หลวงปู่มีอายุครบ ๙๙ ปี มีทั้งชนิดที่ไม่ปิดทอง และปิดทอง และที่พิเศษสุดก็คือ ลงสีประจำวันเกิด และปิดทองด้านหน้าอย่างสวยงาม ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากแล้ว ผมเองมีโอกาสเก็บสะสมพระสมเด็จรุ่นนี้ เฉพาะที่ลงสีประจำวัน และทาทองด้านหน้าจำนวนหนึ่ง ไม่มากนัก (วันละ ๒ องค์) และได้นำไปใส่ตลับแสตนเลส แกะลาย อย่างดี พร้อมที่จะอาราธนาขึ้นคอได้ทันที เพื่อที่จะนำมาให้แฟนคอลัมน์ได้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ในอัตราค่าทำบุญองค์ละ ๕๙ เหรียญ (พร้อมค่าส่ง) หากท่านใดสนใจ กรุณาโทร.สั่งจองกับผมล่วงหน้า เพราะว่า พระมีจำนวนจำกัด ท่านอาจจะไม่ได้สีประจำวันเกิดของท่านตามที่ท่านต้องการ ผมก็จะจัดสีที่ถูกโฉลกกับท่าน ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ให้แทน โดยโทร.ติดต่อผมได้ที่เบอร์โทร. (909) 438-5649 จากนั้นจึงค่อยส่งเช็ค หรือมันนี่ออร์เดอร์ สั่งจ่าย Boonsom Corhiran ส่งมาที่วัดพุทธิชิโนฮิลส์ เลขที่ 2948 Chino Hills Pkwy Chino Hills CA. 91709-4286

พระรุ่นนี้ผมอาราธนาติดตัวทุกครั้ง ตอนที่ผมเข้าปฏิบัติธรรมกรรมฐานหลังจากทำวัตรเช้า ปรากฏว่า องค์พระท่านได้ส่งพลังงานที่บริสุทธิ์ด้วยจิตของพระอรหันต์ที่อธิษฐานบรรจุไว้ ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า “บรรดาเวทนาทั้งหลาย นิวรณ์ทั้งหลาย ที่มักจะเกิดขึ้นมาเป็นมารผจญในขณะปฏิบัตินั้น มันสงบนิ่ง และหายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มากวนจิตให้ขุ่นมัว หรือเบื่อหน่ายในการปฏิบัติเหมือนที่เคยทำมา” นี่ไม่ใช่อุปาทาน หรือคิดไปเองแน่นอน

ส่วนอำนาจพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อื่นๆ นั้น ผมเองไม่เคยแขวนเดี่ยวออกไปไหนมาไหน นอกจากแขวนติดตัวอยู่ในวัดเท่านั้น แต่ผมเชื่อว่า องค์พระท่านมีพุทธคุณครบทุกด้าน โดยเฉพาะเมตตา และแคล้วคลาด ชนิดที่ทำให้ผู้พกพามีความคิดว่า เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตยังงั้นแหละ คนเรานี่ก็แปลกนะ ท่านคุ้มครองเราให้แคล้วคลาดปลอดภัยอยู่ทุกวัน ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ เจ็บตัว เจ็บกาย ก็หาว่าท่านไม่มีพุทธคุณ ไม่มีประสบการณ์ เป็นงั้นไป

เรื่องของหลวงปู่บุดดา ก็คงต้องยุติแต่เพียงนี้ หวังว่าเรื่องที่นำเสนอมาในแต่ละเรื่อง คงจะเป็นที่พึงพอใจของผู้อ่านทุกท่าน ในฉบับหน้าจะนำเสนอเรื่องราวของ “ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย” เพราะไหนๆ องค์ท่านก็มา “นั่งหนัก” เพื่อการสร้างวัดให้สมบูรณ์ อยู่ที่วัดพุทธิชิโนฮิลส์ พร้อมกับพระบรมธาตุเจดีย์ดอยสุเทพ (จำลอง) หนึ่งเดียวในโลก ส่งตรงจากวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เชียงใหม่โดยตรง อย่าพลาดการติดตามนะครับ

ขออัพเดทรายชื่อผู้บริจาคทรัพย์หล่อพระบรมรูปพระเจ้าตากสิน คือ คุณเอมพร นีรปัทมะ $ 50, คุณธนิตา วรวัฒน์ธำรง $ 20, คุณพีรวิชญ์ หรูวิจิตรพงษ์ $ 30 ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ พระบรมรูปจะเสร็จในเดือนนี้ครับ จากนั้นจะใช้เวลาจัดส่งประมาณ ๑ เดือน ราวเดือนกันยายน คงจะมาถึงอเมริกาแน่นอน ท่านที่ยังไม่มีส่วนร่วมในการบริจาค ถ้าเหมาะโอกาสก็อย่ารอช้า พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สวัสดี

 

 

 

 









ข่าวอื่นๆในคอลัมน์นี้
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๖) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๕)
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๔) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๓) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๒) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๑) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๑๐) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๙) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๘) โดย อ.เล็ก พลูโต
>> ครูบาพรหมมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า (๗) โดย อ.เล็ก พลูโต



copyright @ 2005 Sereechai Newspaper. All Right reserved, Contect us: editor@sereechai.com
หนังสือพิมพ์เสรีชัย Sereechai Newspaper 1253 N.Vine St., Suite 16A, Los Angeles, CA.90038
Tel : 323-465-7550, 323-465-7409, 323-465-3967 Fax : 323-465-7383 Email : sereechai@sbcglobal.net


เกี่ยวกับเสรีชัย l บทบรรณาธิการ l ทางด่วนสายร้อยเอ็ด l ชาติไทยในอดีต l มองอเมริกา l บ้านเขาเมืองเรา l ต่างองศา l นอกรอบกับปีเตอร์ l กฏหมาย l มหาวิทยาลัย Top10 l ร้อยแก้ว l ฮอลลีวูดบูโลวาร์ด l หยุดพักอารมณ์ที่ตรงนี้ l ตามใจผู้เขียน l เรียง 100 เรื่องราว l ศิลปะตะวันออก ตะวันตก l สัพเพเหระ l โหราปริทรรศน์ l บอกเล่าเก้าสิบ l สังคมไทยในสหรัฐ l สังคมกอล์ฟ