Get Adobe Flash player

พลังงาน กับความมั่นคง

Font Size:

กลายเป็นปัญหาใหญ่เกี่ยวกับพลังงานในประเทศ โดยรัฐบาลเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานไฟฟ้าในเดือนเมษายน เนื่องจากได้รับการแจ้งยืนยันว่าทางประเทศพม่าจะหยุดส่งก๊าซมายังประเทศไทย เพื่อดำเนินการซ่อมท่อส่งก๊าซ ในระหว่างวันที่ 4-12 เมษายน 2556 และจะส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยต้องพึ่งพาก๊าซจากประเทศพม่ามากถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้า

 

จากข่าวระบุว่า ประเทศไทยใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 68 เปอร์เซ็นต์ ของเชื้อเพลิงทั้งหมดที่ใช้ในการผลิต ซึ่งควรจะต้องหาเชื้อเพลิงชนิดอื่น มาลดเปอร์เซ็นต์การใช้ก๊าชในการผลิต

เป็นเรื่องวุ่นวายพอสมควร สำหรับรัฐบาล ที่จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ โดยในเบื้องแรก กระทรวงพลังงาน ได้เสนอให้รัฐบาลไทยประสานขอความร่วมมือไปยังประเทศพม่า เพื่อขอเลื่อนการซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซที่ทางพม่ากำหนดไว้ เพราะในช่วงวันที่ 4 เมษายน เรามีความต้องการพลังงานอย่างมาก ซึ่งทางการพม่ายินดีที่จะเลื่อนวันออกไปอีก 30 ชั่วโมง

แต่ถึงแม้พม่าจะเลื่อนวันออกไป แต่ปัญหาก็ไม่ได้หมดลง

ทั้งนี้ ทางฝ่ายไทยได้วางแนวทางแก้ปัญหาหลายทาง เช่น ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประสานงานไปยังอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยกันลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าลงให้ได้อย่างน้อย 10%

ปัจจุบันโรงงานทั่วประเทศมีโรงงานอุตสาหกรรม 70,000 โรงงาน ใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยวันละ 12,000 เมกะวัตต์ หากลดไฟฟ้าได้ 10% จะช่วยให้การสำรองไฟฟ้าในช่วงฮอตสแตนด์บายเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 800-1,000 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ กระทรวงยังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการร่วมมือให้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ รณรงค์การประหยัดพลังงานมากขึ้น

ได้มีการรณรงค์ให้สำนักงานรัฐ เอกชน ปิดไฟที่ไม่จำเป็น ปิดแอร์ หรือปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้น รวมถึงมาตรการ ตัดไฟฟ้าในบางพื้นที่ สลับกันไป

ซึ่งแน่นอน ในส่วนของประชาชน เรามองว่า ก็ควรให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตนี้

ซึ่งเราก็เชื่อว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ คงไม่รุนแรงมากนัก เพราะผู้ที่รับผิดชอบ ก็พยายามหาทางกันอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่มองเห็นก็คือ ปัญหาของการไม่พึ่งพาตนเองของประเทศไทย ที่ในอนาคตอาจกระทบถึงความมั่นคง ในกรณีที่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ

บทเรียนนี้ ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่า วันใดที่พม่ามีปัญหาภายใน ก็จะกระทบกับไทยทันที และยิ่งถ้า กรณีที่ไทยกับพม่าเกิดมีปัญหากัน ในวันใดวันหนึ่ง เราก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในด้านของอำนาจต่อรอง อย่างไม่มีทางเลี่ยง

ไทยเราจึงควรเตรียมที่จะพึ่งพาตัวเองในด้านพลังงาน การหาพลังงานทดแทน แต่จะทำโดยวิธีใด คงต้องระดมสมองจากผู้รู้ทุกฝ่าย โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน หาไม่แล้ว เรามองว่าก็จะเกิดปัญหาใหญ่เช่นกัน

จากข่าวดังกล่าว พบว่ามีนักการเมืองบางคนที่ขาดวิสัยทัศน์ ได้เสนอความเห็นสวนทางกับอารยประเทศ ที่กำลังเลิกใช้พลังงานสะอาดแต่อันตรายนี้

โดยเอาบทเรียนที่เห็นได้ในประเทศญี่ปุ่น มาเป็นกรณีศึกษา ทั้งๆ ที่ญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศแถวหน้าด้านเทคโนโลยี ยังแทบจะเอาตัวไม่รอด

นักการเมืองไทย ร่วมกับบางองค์กรของรัฐ ได้มีความพยายามที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในหลายพื้นที่มานานแล้ว แต่ได้รับการต่อต้านจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาและเห็นถึงอันตรายต่อมนุษยชาติ และการต่อต้านจะยังคงดำเนินต่อไป.