Get Adobe Flash player

เมื่อนายกฯช่วยหาเสียง

Font Size:

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ประธานการเลือกตั้ง กทม. ให้ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ กรณีขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหลายครั้งในฐานะเป็นนายกฯ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 60 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545

 

การปราศรัยของนายกฯ มีลักษณะใช้อำนาจหน้าที่อันเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัคร เช่นถ้าเลือก พล.ต.อ.พงศพัศ จะใช้นโยบายรัฐบาลกับ กทม. ทำงานแบบไร้รอยต่อ ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลคิดทำอะไร สร้างอะไร ก็จะเชื่อมโยงโครงการนั้นเข้าด้วยกัน เช่น จะไม่มีช่องว่างเชื่อมต่อรถไฟฟ้าระหว่างบางหว้ากับท่าพระ ทำให้ประชาชนสามารถต่อรถสองสายนี้ได้สะดวกสบาย นโยบายไฟส่องสว่างในเขตบางขุนเทียน ฯลฯ ถ้ารักยิ่งลักษณ์ รักพงศพัศ ให้เลือกเบอร์9

การพูดหาเสียงในฐานะนายกฯ และการนำเสนอการทำงานแบบไร้รอยต่อ ถ้าเลือกเบอร์ 9 จะได้สิ่งต่างๆ ที่เสนอไว้ แต่ถ้าเลือกเบอร์อื่นๆ จะไม่ได้สิ่งใด จึงมีประเด็นว่าเป็นการทำให้ประชาชนหลงเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงหรือไม่

นายสุริยะใส กล่าวว่า การปราศรัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กระทำต่อเนื่องกันหลายครั้ง การกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะนายกฯ และหัวหน้ารัฐบาลจึงถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ยังมีความเห็นจาก “สิริอัญญา” ใน นสพ.แนวหน้า ฉบับวันที่ 26 ก.พ. 2556 ที่ระบุว่า นาง(สาว)ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แต่จะเพราะอะไร จึงออกไปหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งประกาศสนับสนุนบรรดาโครงการที่ผู้สมัครเบอร์ 9 หลายครั้งหลายหนหลายวาระหลายเรื่องราว ในทางที่ให้คุณแก่ผู้สมัครฯ ของพรรคเพื่อไทย

แล้วถามว่านายกรัฐมนตรี สามารถให้คุณให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนใดคนหนึ่งได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าไม่ได้เพราะต้องห้ามเด็ดขาดทั้งจากกฎหมายเลือกตั้งและจากรัฐธรรมนูญ

เจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายนั้นหมายถึงบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วย ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แม้กระทั่งนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวทั้งสิ้น

ตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรีมีอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าในหรือนอกเวลาราชการ ไม่ว่าอยู่ใน หรือนอกทำเนียบฯ รัฐบาล ในประเทศหรือต่างประเทศ การออกไปหาเสียง จึงอาจมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐทำการใดที่ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง

เหตุผลทั้งสองกรณี จึงน่าจับตาว่า ถึงที่สุดแล้ว การบังคับใช้กฏหมายจะออกมาในลักษณะใด หนึ่งคือเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจ หรือสองจะยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก

ทำให้เราห่วงใยนายกรัฐมนตรีเป็นที่สุด เพราะถ้าต้องหลุดจากตำแหน่งคราวนี้ ผู้เป็นนายใหญ่ ก็จะต้องหาคนมาเป็นนายกฯ แทน ตัวเองได้เป็นแล้ว ครั้นเอาคนนอกมาเป็นก็ไม่ได้ดังใจ พี่ (เขย) ก็ได้เป็นแล้ว น้องสาวก็เป็นแล้ว คุณพระคุณเจ้าช่วย เหลือก็แต่ลูกชาย 

พานทองแท้ ชินวัตร ซึ่งถ้า เลือกเอานักเรียน รด.ให้มาสอนพลเอกอีกหน ก็ยากที่จะรับไหว.