Get Adobe Flash player

ประชาชน ควรอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

Font Size:

รัฐบาลดำเนินนโยบายประชานิยมเป็นหลัก หลายโครงการของรัฐ เป็นไปเพียงการกระทำเพื่อการหาเสียง เพื่อให้ประชาชนพอใจเฉพาะหน้า เพื่อรักษาอำนาจ ใช้งบประมาณและเงินกู้ ทุ่มลงไปแบบถมไม่เต็ม เหมือนเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไม่เป็นผลประโยชน์ของชาติและประชาชนในระยะยาว

 

ปัญหาหลักของประเทศหลายๆ ปัญหา จึงไม่มีใครมองเห็น ไม่ได้รับการแก้ไข ตัวอย่างเช่น ไม่มีใครสนใจการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ

เมื่อพ้นวัยทำงาน ถ้าไม่มีกำลังที่จะสะสมเพียงพอ ก็ไม่สามารถอยู่ได้โดยลำพัง ไม่สามารถให้ลูกหลานได้พึ่งพา บางคนยังต้องอาศัยลูกหลานให้ที่อยู่ที่กินประทังชีวิต บางคนถูกลูกหลาน ไม่ให้เกียรติ บังคับทำร้ายจิตใจ แต่ก็ต้องจำทนแบบไม่มีทางเลือก ไปจนตลอดชีวิต

ในบางประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา จะเห็นว่าผู้สูงอายุจำนวนมาก เลือกจะใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง สามี ภรรยาผู้ชราจูงมือกันเดิน ท่านเหล่านั้นมีความสุข ไม่ต้องพึ่งพาใคร และเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพ บางแห่งเพียงกดกริ่งเดียว รถพยาบาลก็มาถึงบ้าน ซึ่งที่ท่านเหล่านั้นอยู่ได้ เพราะมีรายได้เพียงพอ

ในประเทศไทย ภาครัฐ มีระบบดูแลผู้สูงอายุ เฉพาะสำหรับข้าราชการหรือผู้ทำงานในรัฐวิสาหกิจเท่านั้น โดยไม่สนใจประชาชนที่เสียภาษีทั่วไป ราวกับว่า ประชาชนเป็นพลเมืองต่างระดับ หรือชั้นสอง

หลังเกษียณอายุราชการ ข้าราชการจะมีโอกาสให้เลือกรับเงินเป็นบำเหน็จ หรือเลือกรับบำนาญ เป็นเงินเดือนไปจนตลอดชีวิต ส่วนผู้ทำงานในรัฐวิสาหกิจ จะได้รับเฉพาะบำเหน็จเป็นเงินก้อนใหญ่

ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไทย จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ได้เปรียบในสังคม ซึ่งไม่เฉพาะแค่เงิน แต่ยังมีสวัสดิการต่างๆ มากมายโดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล ทั้งตัวเองและครอบครัว จนทำให้ประชาชนจำนวนมาก ดิ้นรนเพื่อขอรับราชการ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2556 ที่กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มครูอัตราจ้างและลูกจ้างชั่วคราวในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จากทั่วประเทศเกือบ 2,000 คน ได้ชุมนุมเรียกร้องขอให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงสถานภาพจากครูอัตราจ้างและลูกจ้างชั่วคราว เป็นข้าราชการและพนักงานราชการ

ตัวแทนกลุ่มฯ กล่าวว่า การที่เรียกร้องดังกล่าว เนื่องจากบางคนเป็นครูอัตราจ้างและลูกจ้างชั่วคราวมากว่า 10 ปี ใกล้จะเกษียณอายุราชการก็ยังไม่ได้รับการบรรจุ นอกจากนี้ สัญญาจ้างยังทำปีต่อปีบางแห่งก็ทำแค่ 9 เดือน และเลิกจ้างไป ทำให้ไม่มีความมั่นคงในชีวิต พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้ได้รับเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทตามมติ ครม.ด้วย

เราเชื่อว่า ความจริงประชาชนไม่ได้ต้องการเป็นข้าราชการ แต่เป็นเพราะข้าราชการเป็นองค์กรเดียว ที่มีสวัสดิการ ลูกจ้างดังกล่าว นอกจากไม่มีสวัสดิการแล้ว ยังถูกเอาเปรียบโดยระบบ ไม่มีสิทธิ์ได้เงิน 15,000 ทั้งๆ ที่ควรจะได้ ไม่มีโอกาสได้ขึ้นเงินเดือน ทั้งที่ทำงานมาเป็น 10 ปี ค่าครองชีพได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก

ประเทศไทย ยังไม่มีระบบการคืนภาษีให้กับประชาชน มีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละไม่กี่ร้อยบาท ซึ่งไม่พอกับการดำรงชีวิต

เป็นที่ทราบว่า ในสหรัฐอเมริกา พลเมืองอเมริกันผู้ทำงานเสียภาษีทุกคน มีสิทธิที่จะได้รับเงินที่จ่ายไปคืนกลับมา

ในแต่ละปี จะได้รับจดหมายจากหน่วยงาน “โซเชียล ซีเคียวริตี แอดมินิสเตรชั่น” ส่งเอกสารแจ้งจำนวนรายได้ หลังจากการรีไทร์ เงินเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นตามรายได้ของผู้เสียภาษี ที่สะสมไปในแต่ละปี 

เมื่อทำงานครบเทอมตามที่กฏหมายกำหนด เมื่อมีอายุถึงตามที่ระบุไว้ ก็สามารถยื่นเรื่อง “ขอเงินรีไทร์เมนท์” ได้ สิ่งนี้ คือความมั่นคงสำหรับชีวิต ที่ยืนยันว่า เมื่อใครมีอายุพ้นวัยทำงาน ก็จะมีเงินจำนวนนี้ เป็นรายได้ประจำ สามารถอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี จนกว่าจะหมดอายุขัย

หากรัฐบาลรัก “พี่น้องประชาชน” ตามที่พูดไว้ ต้องทำให้ประชาชน อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี.