Get Adobe Flash player

หนี้สาธารณะ

Font Size:

มีคนตั้งฉายานายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย เป็น “เลดี้ กูกู้” เนื่องจากรัฐบาลนี้ กู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารประเทศ มากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีประเทศไทยบนแผนที่โลก อาจเป็นคำล้อเลียนที่นำมาจาก “เลดี้ กาก้า” นักร้องนักแสดง ที่มีรูปแบบการนำเสนอไม่เหมือนใคร

 

ว่ากันว่าเงินกู้คราวนี้ ถ้าแลกเป็นธนบัตรใบละพันบาท นำมาต่อกัน จะสามารถพันรอบโลกได้หลายรอบ

จริงอยู่ เงินกู้เหล่านี้ นำมาสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และเป็นการมองในมุมคนรวย ที่ทำอะไร ต้องหรู ต้องวิเศษ ต้องแพง ทั้งที่ความจริง เอาแค่อยู่ใน “ระดับดี” ก็เพียงพอและสมฐานะของประเทศ

เหมือนกับบ้านคนต่างจังหวัด ราคาหลักหมื่น หลักแสน แต่ถ้าบ้านคนชั้นกลาง ก็อยู่ที่ล้านต้นๆ ถึงสองสามล้านก็พออยู่พอเหมาะ แต่เศรษฐีสร้างบ้านทรงโรมันราคาเป็นร้อยๆ ล้าน หรูกว่าบ้านของชาวโรมันจริง ที่เป็นต้นแบบเสียอีก

บ้านร้อยล้าน จะมีลักษณะ “ไว้โชว์” มากกว่าพื้นที่อยู่จริง แต่เศรษฐีทำได้ เพราะเขามีเงินเหมือนประเทศเจ้าของบ่อน้ำมัน จะถลุงเงินอย่างไรก็ได้ เพราะเงินเขามาก

แต่ไทยเรา ยังเป็นประเทศเกษตรกรรม เราจึงต้องมีความรอบคอบในการใช้เงิน

ถ้าเปรียบสังคมของประเทศ คนส่วนใหญ่คือชาวบ้าน ชาวนา แม้เราอยากมีสะพานลอยไว้บรรทุกข้าวไปขาย  อยากมีรถไฟใต้ดินลอดไต้ท้องนา เพื่อบนดินจะได้ปลูกข้าว ถ้าคิดก็คิดได้ แต่ความเป็นจริง  เราต้องดูว่าจำเป็นแค่ไหน

อยากมีรถไถนาติดแอร์ แต่เมื่อถึงเวลาซื้อ ก็ต้องตัดสินใจรถไถแบบที่เดินตาม นั่นเพราะไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน กู้แล้วผ่อนไหว ผ่อนหมดก่อนตาย ไม่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเพราะหนี้ท่วม

รัฐบาลบอกว่า การกู้ครั้งนี้ จะทำให้มีหนี้สาธารณะประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านกลับเห็นว่า น่าจะอยู่ที่ 60 ใกล้จะชนเพดาน

มีระยะเวลาในการชำระหนี้ 50 ปี มากกว่าชีวิตที่เหลือของหลายคนในรัฐบาลนี้

เป็นการใช้เงินอนาคตจนหมด นั่นหมายความว่า รัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งอาจเป็นรัฐบาลชุดเดิม หรือชุดอื่นๆ จะมีหน้าที่ใช้หนี้อย่างเดียว ไม่สามารถกู้ต่อได้อีก แม้จะมีความจำเป็นก็ตาม  เรียกว่าเอามาใช้ให้หมดในคราวเดียว แล้วอนาคตค่อยมาว่ากัน

ส่วนการบริหารจัดการเงินที่จะเข้ามา รายงานข่าววงในระบุว่า “นายใหญ่” ของรัฐบาลนี้ ได้ส่งผู้ที่จะเข้ามาดูแลเงินแล้ว โดยมีประสบการณ์มาตั้งแต่ครั้งทำสนามบินสุวรรณภูมิ จะเข้ามาเป็น ส.ส. ในอีกไม่นานนี้ เพราะมั่นใจว่า เลือกตั้งเมื่อไร ก็จะได้โดยง่าย

ประชาชน (แม้ไม่ใช่ทั้งหมด) รู้สึกร้อนใจกับหนี้สิน แต่ดูเหมือนหัวหน้ารัฐบาล ที่ได้ของเล่นเป็นนายกฯ  ไม่ได้เดือดร้อนกับเรื่องนี้ กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ ไปท่องเที่ยวสบายใจในประเทศต่างๆ เกือบทั่วโลก

เรียกได้ว่า ไม่มีนายกรัฐมนตรีประเทศใด ไปเที่ยวรอบโลกได้เท่านายกฯ ของไทย ถามว่า ไปทำไมและไปแต่ละประเทศ นอกจากเอาจมูกชนกัน ตรวจแถวกองเกียรติยศ แล้วได้อะไรที่เป็นรูปธรรมกลับมาบ้าง มีรายงานสรุปให้ประชาชนทราบ หรือสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดบ้างหรือไม่

เหมือนมีแม่บ้าน แต่วันๆ เอาแต่ไปเที่ยวบ้านอื่น และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน กับการไปเยือนต่างประเทศแบบไม่รู้จบ ไปสร้างภาพ ไปโฆษณาสินค้า ไปบูรณาการหรือไปทำไม

ในขณะที่ “บ้านตัวเอง” ยังมีงานให้ทำมากมาย ยังมีปัญหาสำคัญหลายๆ ปัญหา ให้ดูแล

ข่าวระบุว่า ประชุมสภาล่ม 2 ครั้งติด ที่มีกฎหมายสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องสั่งให้แกนนำพรรค ตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.พรรคที่โดดประชุมทั้ง 2 ครั้ง เพื่อมีมาตรการเฉียบขาดต่อไป เช่น อาจตัดเงินเดือน และไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ครั้งต่อไปแล้ว

คำถามคือ ทำไมนายกรัฐมนตรี ต้องให้คนอื่น (ถึงแม้จะเป็นอดีตนายก) เข้ามาบริหารประเทศ ทำไมไม่ดูแลเอง

การกู้เงิน การใช้เงิน การจ้างเหมารับช่วงของโครงการ ยังมีเรื่องราวอีกมาก ที่จะต้องติดตาม งานนี้เป็นงานใหญ่ ถ้าบริหารผิดพลาดก็จะพลาดกันทั้งประเทศ.