Get Adobe Flash player

ยิ่งลากยาวยิ่งถลำลึก

Font Size:

 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

โดยนายกฯ หลบไปตรวจราชการที่ เชียงราย และเชียงใหม่ เป็นเวลาหลายวันข่าวว่าก็แค่ไปดูการป้องกันไฟป่า ดูเรื่องยาเสพย์ติดพอเป็นพิธี ซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เพราะเจ้าหน้าที่ทำงานมาหลายปี รู้ปัญหา แทบไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไป

การเลี่ยงไปขึ้นเหนือ เพื่อรับดอกไม้จากคนบ้านเดียวกัน จัดฉากให้ชาวเขามาช่วย เป็นได้แค่กำลังใจและภาพลวงตา แต่ภาพจริงการหลบหนี ไม่รับข้อกล่าวหาไม่ติดใจแก้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคดีจำนำข้าว

การที่แกนนำคนเสื้อแดงมาปิดล้อม ปปช.ไม่สามารถปิดความผิดที่มีอายุความได้เลย ซ้ำร้ายจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อตัวนางสาวยิ่งลักษณ์เอง ซึ่งท้ายที่สุด ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะตำแหน่งนายก ที่พี่ชายหามาให้เป็นของเล่น ไม่อาจฎิเสธความรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะผลจากการทุจริต คอรัปชั่นของบุคคลากรที่รายล้อมนายกรัฐมนตรี

เรื่องใหญ่อีกเรื่อง คือการสังหารโหดผิดมนุษย์ ที่ยิงถล่มไปในทิศทางที่มีผู้ชุมนุม โดยไม่สนใจว่าใครจะเจ็บใครจะตาย จากสองเหตุการณ์ ทำให้เด็กเล็กต้องสังเวยชีวิตถึง 4 ศพ กลายเป็นฆาตกรรมที่เลวร้ายระดับโลกทันที กุนซือเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยที่ก่อปัญหานี้ จะช่วยนายก หรือช่วยฆ่านายกของตัวเองกันแน่ เพราะการขับเคลื่อนแต่ละก้าว มีแต่จะสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล 4 ศพของเด็กน้อยผู้น่าสงสาร คือบาดแผลใหญ่ ที่จะทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล้มลงและจมดินด้วยฝีมือรัฐบาลเอง

การฆ่าเด็ก เป็นอาชญากรรมสะเทือนโลก แม้แต่นายบัน คีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือ “ยูเอ็น” ยังออกมาประณามการยกระดับความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อาวุธโจมตีผู้ประท้วง ซึ่งแม้กระทั่งเยาวชนยังถูกเข่นฆ่า

นายบัน คีมูน ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยุติความรุนแรงในทันที และให้รัฐบาลนำตัวผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ซึ่งรัฐบาลและตำรวจ ก็หาไม่เจอเช่นเคย

                นายบัน คีมูน เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ไม่ควรมีพื้นที่สำหรับความรุนแรงไม่ว่าจากฝ่ายใด ในการแก้ไขความเห็นต่างและความขัดแย้งทางการเมือง

ยังมีอีกหลายองค์กรที่รุมประณาม อาทิเช่น องค์การยูนิเซฟประเทศไทย  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ฯลฯ

สำหรับเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข มารวมตัวกันเพื่อประณามการใช้ความรุนแรงและต้องหาผู้รับผิดชอบ

                ที่สะเทือนใจ คือคำกล่าวของ ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล  ที่ว่า ภาพคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย นำเด็กสองคนที่ร่างโชกเลือดขึ้นรถเพื่อส่งโรงพยาบาล เด็กคนนั้นแม้ไม่ใช่ลูกหลานของเรา แต่หัวใจของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลคนตั้งแต่เกิดจนตายรู้สึกเสียใจ แม้การบาดเจ็บจะอยู่ในสายตาการทำงานตลอดเวลา แต่เหตุการณ์นี้หัวใจของความเป็นพ่อแม่ถูกกระตุกกระชากอย่างรุนแรง แพทย์พยาบาลพุดคุยกัน หลั่งน้ำตากับคลิปวิดีโอนั้น หากเกิดขึ้นกับลูกหลานเราจะทำอย่างไร

                เด็กทั้งสองเป็นพี่น้องกัน พ่อแม่ต้องสูญเสียลูกสองคนพร้อมกัน หัวใจแทบแตกสลาย เราจะให้เหตุการณ์ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นอีกสักเท่าไหร่

                "ในฐานะผู้หญิง ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ สภาวิชาชีพ และสถาบันการศึกษา ขอเรียกร้องสังคมทุกภาคส่วน  เราต้องร่วมกันยุติความรุนแรงก่อนที่จะลุกลามต่อไป เราสูญเสียอนาคตของประเทศชาติไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ที่สำคัญที่สุด ดิฉันขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรี โปรดใช้หัวใจของความเป็นแม่แก้ปัญหาครั้งนี้ยุติความรุนแรง"

                สำหรับเรา เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่าถลำลึกไปให้มากกว่านี้อีกเลย อย่าสุ่มเสี่ยงกับการท้าทายกฎหมาย หรือท้าทายประชาชน คำเตือนจากหลายๆ ฝ่ายที่ให้ลาออก ขอให้เชื่อว่าเป็นความหวังดี อย่าให้ต้องถึงคุกถึงตะราง หรือต้องเร่ร่อนไร้แผ่นดินอีกคนหนึ่งเลย.