Get Adobe Flash player

ระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง

Font Size:

ย้อนไปในปี พ.ศ. 2510 มีคดี รับสินบน ฉ้อฉลเอาป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 2,800 ไร่ โดยมี พล.อ.สุรจิตร จารุเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ตกเป็นจำเลย ต้องลาออกจากตำแหน่ง และศาลตัดสินจำคุก และเสียชีวิตในคุกในปีถัดมา เป็นที่กล่าวขวัญกันมายาวนาน หลังจากนั้นเป็นเวลานาน ก็แทบไม่มีคดีทางการเมืองใด ที่ทำให้นักการเมืองต้องเข้าคุก เหตุเพราะนักการเมือง ต่างช่วยกันใช้อำนาจปกปิดบาดแผลกันและกัน

จนกระทั่ง พ.ศ. 2541 นายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี 7 สมัย และอดีตรัฐมนตรี 5 สมัย ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถูกกล่าวหาว่ารับสินบน 5 ล้านบาทจากบริษัทยาและมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ศาลมีคำพิพากษาในปี พ.ศ. 2546 ให้จำคุก15 ปีและยึดทรัพย์

โดยเห็นว่า จำเลยสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาตรีทางกฎหมายแต่กลับมาทำความผิดคอร์รัปชันเช่นนี้ จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนัก

ถึงอย่างไรก็ตาม ยังเห็นว่า ระบบตรวจสอบในประเทศไทยนั้น น้อยครั้งที่จะสามารถนำนักการเมืองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้สำเร็จ

จนมาถึงปัจจุบัน ผ่านยุคที่รัฐบาลใน “ระบอบทักษิณ” ที่มีอำนาจอิทธิพลทุจริตเชิงนโยบายอย่างมโหฬาร ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน จนสามารถทำอะไรก็ได้ ในสิ่งที่ต้องการบนแผ่นดิน หรือใต้มหาสมุทร

แต่ก็ทำให้ภาคประชาชนที่อยู่ภายใต้แอกที่หนักอึ้ง สามารถลุกขึ้นมาปลดโซ่ตรวน เติบโตขึ้นมาต่อสู้ ภายใต้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมนี้เช่นกัน และมีแนวโน้มว่าจะเข้มแข็งจนสามารถปกป้องประเทศได้อย่างแท้จริง

การที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องการให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ลุงของนายพานทองแท้ ชินวัตร ซึ่งเป็นหลานอา ของนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รัฐบาลหลงตนว่า ย่อมง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

ในขณะที่ตำแหน่ง ยังไม่ว่าง รัฐบาลจำเป็นต้องกระทำการหลายอย่าง

อย่างแรกคือ ต้องโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เพื่อให้ตำแหน่ง ผบ.ตร.ว่างลง เปิดโอกาสให้ตั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มาดำรงตำแหน่งแทน

แต่การย้าย ผบ.ตร.คนเดิมจำเป็นต้องหา “ตำแหน่ง ที่เหมาะสม” มารองรับ รัฐบาล จึงต้องโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี ข้าราชการที่ไม่ใช่พวกตน จากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. มาเข้ากรุ ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียร มีที่ลง

โดยรัฐบาล มองข้ามความรู้สึกของ นายถวิล ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบเครือญาติ

โดยรัฐบาลไม่คิดว่า วันหนึ่งจากสาเหตุที่ไม่ชอบธรรมนี้ ต้องทำให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง ต้องตกเก้าอี้

การรีบร้อน ไม่เห็นค่าของกฎหมายความโลภ และพฤติกรรม “มูมมาม” ของระบอบทักษิณ มักจะกลับมาทำร้ายตัวเองอยู่เสมอๆ

การเลือกใช้คนที่ไม่มีคุณภาพมาทำงานอย่างประมาท การฉ้อโกง ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เท่ากับเป็นการ “ฝังตัวเอง” ในที่สุด

ตั้งแต่ยุค “ซุกหุ้น” ที่ระบอบทักษิณตัวพ่อ กระจายหุ้นให้กับคนขับรถ คนสวน แม่บ้าน ฯลฯ เพื่อเลี่ยงภาษี ในที่สุดสิ่งที่ได้ ก็ไม่คุ้มกับชื่อเสียงที่เสียไป โดยไม่สามารถซื้อคืนกลับมาได้

จนมาถึงการแก้รัฐธรรมนูญแบบสุดซอย เริ่มตั้งแต่การ “หมกเม็ด” แบบ ลับ ลวง พราง การปลอมแปลงเพิ่มเติมเอกสาร ไปจนถึงการเสียบบัตรแทนกัน ในที่สุดการทุจริตก็ถูกจับได้ การแก้รัฐธรรมนูญสุดซอย ก็ไร้ผล และยังทำให้รัฐบาลต้องประกาศยุบสภา

มาครั้งสุดท้ายคือครั้งนี้ ยังคงมีการปลอมเอกสาร แต่ด้วยความไม่รอบคอบ ทำให้ถูกจับได้

ถ้าระบอบทักษิณ ยังเลือกที่จะครองอำนาจด้วยวิธีนี้ต่อไป ก็จะถึงจุดจบอย่างถาวร.