Get Adobe Flash player

ปัญหาเพิ่งเริ่มต้น

Font Size:

ยังมีความหวังอยู่ที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย  รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ว่าที่ประธานวุฒิสภา ที่มีความพยายามใช้กลไกของวุฒิสภา โดยการประชุมนัดพิเศษนอกรอบเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ว่าจะหาทางออกท่ามกลางความขัดแย้งนี้ได้อย่างไร

เพราะตามกรอบรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ เมื่อผ่านสถานการณ์มาจนถึงวันนี้ ก็จะไม่สามารถทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้ทั้งหมด เพราะทุกอย่างมันสายและเสียหายไปแล้วทั้งสิ้น

จึงเหลือเพียงการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการตีความไปคนละทาง เพื่อให้เกิดประโยชน์ข้างฝ่ายตน

ว่าที่ประธานวุฒิสภาก็เข้าใจประเด็นนี้ ดังที่กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีหน่วยงานใดที่สามารถแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล, ศอ.รส.,  กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงมหาดไทย จนปัญหาลุกลาม ทำให้ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภาอาสาที่จะระดมความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขวิกฤติ

ที่ผ่านมาตนไม่เคยมีข้อสรุปออกมา รวมทั้งไม่ได้รับปาก ที่ว่าวุฒิสภาจะหานายกฯ คนใหม่ ขอให้พรรคการเมืองที่ออกมาระบุว่าจะแจ้งความจับตน ฐานสนับสนุนกบฏ หยุดพฤติกรรม รวมทั้งขอเรียกร้องทุกฝ่ายที่ไม่ต้องการเห็นการใช้มาตรา 7 ให้ช่วยกันหาทางออกประเทศ

แต่ถ้าหากมีหน่วยงานใดที่สามารถแก้ไขปัญหา คืนความสงบสุขให้บ้านเมืองได้  ตนและ ส.ว.พร้อมจะถอนตัวทันที

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ต่างแสดงความเห็น ต่อบทบาทในเรื่องนี้ ก็ยังมีเสียงแตกออกไป โดยที่ส่วนหนึ่งเห็นว่า ให้ประธานวุฒิสภาไปพบองคมนตรี เพราะเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และติดต่อพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกคน เพราะปัญหาจะจบหรือไม่ขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว  

บ้างก็ให้ประธานวุฒิสภาผ่าทางตันด้วยการเสนอนายกฯ มาตรา 7 แต่ก็มีผู้เห็นต่าง ว่าเรื่องนายกฯ มาตรา 7 เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกรงจะมีผลกระทบกับสถาบัน ต้องคิดให้รอบคอบ

บางคนบอกว่าถึงตอนนี้ ส.ว.และนายสุรชัยต้องกล้าหาญ  อะไรที่ กปปส.หรือบางฝ่ายเสนอมา ถ้าดูแล้วทำไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องบอกกันไปตรงๆ ต้องบอกกับ กปปส.ว่าอะไรทำไม่ได้ ทำแล้วจะเกิดปัญหา

ซึ่งก็มี ส.ว.บางคนแย้งว่า เรื่องนายกฯ มาตรา 7 ที่ผ่านมานายสุรชัยก็ไม่เคยพูดชัดว่าจะทำ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ทางออกอื่นๆ ยังมีอยู่

 

ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความเห็นว่า ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง ไม่ต้องการสูญเสียประชาธิปไตย หรือการเปลี่ยนแปลงนอกรัฐธรรมนูญ และไม่ต้องการให้นำสถาบันศาล รวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องความขัดแย้ง

หากเอาความต้องการของแต่ละคนมาเป็นที่ตั้ง บ้านเมืองก็จะไม่สงบ เช่นรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยต้องการเห็นการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นแนวคิดไม่อยู่บนความเป็นจริง เพราะประชาชนจำนวนมากได้สูญเสียความไว้วางใจระบบนักการเมืองไปหมดแล้ว ดังนั้น การเลือกตั้งในขณะนี้จึงเป็นไปได้ยากที่จะประสบความสำเร็จ หรือแม้มีการเลือกตั้งประสบความสำเร็จ มีรัฐบาลได้ก็จริง แต่ก็เชื่อว่าบ้านเมืองก็ยังไม่จบเพราะจะมีคนต่อต้าน

หากจะหาแนวทางที่ดีสุด หากเกิดจากความสมัครใจของทุกฝ่าย คือเดินหน้าสู่การปฏิรูปทันที ด้วยการเสนอให้มีการทำประชามติ ควรมีสภาปฏิรูป ไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูป และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องเห็นชอบสภาที่ทำการปฏิรูป กระบวนการดังกล่าวนี้คือซ้อมใหญ่การเลือกตั้ง เพราะหากประชามติสำเร็จก็สามารถเลือกตั้งใหญ่ได้

ในขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เห็นว่ามีความจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องหานายกฯ ซึ่งมีวุฒิสภาเพียงองค์กรเดียวที่เป็นองค์กรโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นอำนาจโดยชอบธรรมที่วุฒิสภาจะเร่งหารัฐบาลใหม่ จึงขอถือโอกาสนี้เรียนไปยังประชาชนทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ช่วยกันเรียกร้องไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อให้หานายกฯ ตามความคาดหวังของประชาชนโดยทันที

จากความเห็นของหลายฝ่าย ก็ล้วนกลับมาสู่ปัญหาเดิม นั่นหมายถึง ถ้าถึงคราวที่ กปปส.ต้องเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเอง ถึงตรงนี้ก็ยังเกิดคำถาม ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความมั่นคง และสามารถฝ่าแรงเสียดทานได้อย่างไร

วุฒิสภา ตัดสินใจอย่างไร เพื่อไทย จะไปทางไหน กปปส.จะปิดเกมนี้อย่างไร ยิ่งเข้าด้ายเข้าเข็ม อะไรคือทางออกประเทศ โจทย์ก็ยิ่งยาก