Get Adobe Flash player

ชาติเป็นของประชาชน

Font Size:

เป็นเวลายาวนาน ที่มวลมหาประชาชนหลายล้านคน เรียกร้องรัฐบาล ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้บริหารบ้านเมืองโดยคำนึงถึงประเทศชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตระกูล ให้คำนึงถึงประชาชนทั้งประเทศ มากกว่าการผลาญเงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อการหาเสียง 

จนถึงขั้นเรียกร้องให้ลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีการปฎิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง

ถ้าตอนนั้นรัฐบาลยอมฟังเสียงประชาชนบ้าง เพื่อเปิดทางให้ข้อเสนอนั้นเกิดขึ้นจริง ด้วยการยอมให้มีการสร้างกติกาขึ้นมาอย่างเป็นธรรม ซึ่งก็ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน เพราะทุกคนก็อยู่ใต้กติกาเดียวกัน

แต่รัฐบาลเลือกที่จะปลุกมวลชนด้วยสีเสื้อขึ้นมาตอบโต้ ตั้งกองกำลังเพื่อปราบปรามฝ่ายที่มีความเห็นต่าง เตรียมการเพื่อใช้ความรุนแรงกับประชาชน กลับยิ่งทำให้ประชาชนเคียดแค้น และทำให้รัฐบาลยิ่งดูแย่มากขึ้น

แต่ประชาชนที่ชุมนุมโดยสันติ ก็มีข้อจำกัดในเมื่อรัฐบาลดึงดันไม่ลาออก ทั้งยังตั้งข้อหาฝ่ายประชาชน ว่าเป็นกบฎ ล้มล้างประชาธิปไตย

ซึ่งในความเป็นจริง ประชาชนต้องการล้มรัฐบาลฉ้อฉล เพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยต่างหาก

ใกล้ถึงจุดแตกหัก การเตรียมการเพื่อปราบปรามประชาชน อยู่ในสายตาของกองทัพมาโดยตลอด

ในที่สุดกองทัพ ต้องออกมาป้องกันความรุนแรงที่เรียกว่า “สงครามกลางเมือง” ให้ยุติ ต้องลุกขึ้นมาทำรัฐประหาร ขับไล่รัฐบาลออกไป

แม้การยึดอำนาจ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเห็น แต่การทำร้ายประชาชน ด้วยฝีมือรัฐบาล เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเห็นมากกว่า จึงถือได้ว่า กองทัพ ออกมาจัดการปัญหาในช่วงเวลาที่เหมาะสม

การที่ทหารออกมายึดทำรัฐประหาร ทำให้ประเทศมหาอำนาจ มองว่าประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งถ้ามองตามตัวหนังสือ โดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ก็อาจมองเช่นนั้นได้

แต่ประชาธิปไตยที่ในประเทศไทยภายใต้ระบอบทักษิณ เป็นเพียงคราบประชาธิปไตย เป็นเพียงภาพที่จอมปลอม เป็นเผด็จการที่แฝงเข้ามาฉ้อฉล ซึ่งก็น่าเสียดายที่ประเทศประชาธิปไตยแม่แบบ กลับละเลย มองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้

เพราะฉะนั้น เมื่อต่างชาติไม่ได้รักประชาชนไทย คนไทยก็พร้อมที่จะเดินคนละทางกับสิ่งที่ต่างชาติต้องการ เพราะเราก็ต้องพึ่งพาตนเอง จัดการปัญหาของบ้านเมืองเราด้วยตัวเราเอง

สิ่งที่ต่างชาติไม่เห็น แต่เรากลับเห็นว่า แม้วันนี้ ประเทศไทย อยู่ภายใต้การดูแลของทหาร แต่ประชาชน ได้เลือกในสิ่งที่ต้องการเลือก นั่นคือเราเชื่อใจทหารของพระราชา มากกว่านักการเมืองที่โกงจนร่ำรวย

แม้ไม่ใช่การเลือก (ตั้ง) ในกระบวนการหย่อนบัตร แบบเดิมที่ถูกการซื้อสิทธิขายเสียงและประชานิยมทำลายลงจนหมดสิ้น แต่ก็เป็นการเลือก สิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้

มวลมหาประชาชน ถูกบังคับให้เลือกแค่สองทางคือ หนึ่งก้มหน้ารับกรรม ภายใต้ระบอบทักษิณ หรือเลือกการปฏิรูปประเทศ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งอย่างยุติธรรม

ข้อเสนอนี้ไม่เป็นผล เพราะฝ่าย “ระบอบทักษิณ” ไม่ยอมให้เกิดขึ้น สภาสูงมีคนขลาดมากกว่าคนกล้า ยิ่งทำให้การปฎิรูป ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

แต่ประชาชนก็มีทางให้เลือกอีกครั้ง คือเลือกที่จะเปิดทางให้ “อำนาจกองทัพ” มาสะสางปัญหาของชาติ ให้ทหารออกมาทำความสะอาดประเทศ

นี่ก็คือการ “เลือก” แบบหนึ่ง ดีกว่า “การเลือกตั้ง” ที่มาจาก “การโกงเลือกตั้ง”

ในโลกของความเป็นจริง เราเข้าใจดีว่า ว่าปัญหาของชาติ ไม่เหมือนในหนังละคร ที่จบแบบทุกคนมีความสุข

เราเข้าใจว่า ปัญหาของชาติ ไม่มีวันจบ จะต้องแก้กันไปอย่างไม่มีสิ้นสุด ปัญหาเก่าไป ใหม่ก็ตามมา

เราเข้าใจว่าประชาชนต้องการเสรีภาพ สร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตยเหมือนอารยประเทศ

แต่ประชาธิปไตยก็เกิดไม่ได้ เมื่อมีสิ่งสกปรกหมักหมมมากเกินไป

เหมือนนาข้าวที่เต็มไปดวยวัชพืช หรือเต็มไปด้วยแมลงร้ายที่มากัดกินต้นใบ จำเป็นต้องมีการขจัดออกไป แล้วระวังป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านั้นกลับมา

ภาระนี้ไม่ใช่ของทหารเท่านั้น แต่เป็นภาระของประชาชน ที่เราต้องช่วยกันทำความสะอาดประเทศไทย ถ้าความร่วมมือร่วมใจมีมาก บ้านเมืองก็จะสะอาดขึ้น

ถ้าทำให้บ้านเมืองสะอาดมากขึ้นเท่าใด การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต ก็จะสะอาดมากขึ้นเท่านั้น.