Get Adobe Flash player

ความห่วงใยของประชาชน

Font Size:

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โสภณ องค์การณ์ แสดงความเห็นไว้ในบทความ มีประเด็นน่าสนใจยิ่ง โดยระบุว่า มีภาพ พ.ต.อ.ทักษิณ ชินวัตร ยืนข้างๆ ป้ายไฟจราจร บอกว่า “wait” หรือ “รอ” ในต่างประเทศ โดยลูกสาวคนหนึ่ง ได้สื่อข้อความ “เราไม่รีบร้อน” เป็นการส่งสัญญาณว่า อีกไม่นานจะหวนคืนสู่สภาพการกุมอำนาจรัฐแน่นอน ชัดเจน

โสภณ ระบุว่า เป็นคำประกาศด้วยความมั่นใจ มีมูลเหตุ เชื่อว่าตราบใดที่ยังมีเงินทองทุนการเมืองมหาศาลของตระกูลและเครือข่ายฯ ย่อมไม่มีอุปสรรคขวางกั้น ตราบใดที่ยังมีเสรีภาพเคลื่อนไหว ไม่มีคดีต้องให้ถูกจองจำ อายัดยึดทรัพย์สิน

จากประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบฯ ว่าจะมีการเลือกตั้งภายในสิ้นปีหน้า คสช.จะยอมให้มีการเลือกตั้งพร้อมกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อประชาธิปไตย

โสภณ ระบุว่า คสช.เดินตามรอยชาวคณะขิงแก่ นำร่องด้วยนโยบายการปรองดองสมานฉันท์ เปิดทางให้ระบอบทักษิณคืนสู่อำนาจรัฐ

ความพยายามปรองดอง เหมือนเอาน้ำมันมาผสมกับน้ำให้กลมกลืนประสานกัน เอาแก้วร้าวมาทากาวกลบเกลื่อนรอยแยก คณะรัฐประหารหวังว่า กลุ่มต่างๆ ในสังคมจะร่วมอยู่กันแบบสมานฉันท์ บ้านเมืองอยู่ในสภาพสงบสุข

เป็นที่น่าสังเกตว่า คนในระบอบทักษิณ ยังหลบอยู่ต่างประเทศ ตั้งองค์กรเสรี มีทุนสนับสนุนเต็มที่ แกนนำเสื้อแดงต่างพากันกบดาน ซุ่มเงียบ ใช้เงินบำเรอชีวิต ขณะที่คนดีชุมนุมขับไล่ขบวนการนี้ ติดอยู่ในกับดักคดีความร้ายแรง เช่น ก่อการร้าย กบฎ โทษหนัก

โสภณ หวังว่า คสช.ยังมีมาตรการสุดยอดในการสกัดกั้นไม่ให้นักการเมืองชั่วร้ายหน้าเดิมๆ หวนคืนสู่อำนาจด้วยการใช้เงินทุ่มซื้อเสียง เร่งเขียนกฎต่างๆ ใหม่ เพื่อการปฏิรูป บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ก่อนการเลือกตั้งภายในปีหน้าตามคำประกาศ

การเลือกตั้งคือ “การคืนสุขให้นักการเมืองสามานย์” ขณะที่ประชาชนทั่วไปยังไม่ได้ลิ้มรสความสุขแท้จริงด้วยซ้ำ ทุกวันเพียงแต่มีปัญหาความไม่สงบน้อยลงกว่าเดิม แต่ด้านโครงสร้างยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมีการปฏิรูปซึ่งยังต้องใช้เวลากว่าจะเป็นผลสำเร็จ การปฏิรูปไม่ได้เกิดง่ายๆ

ความสุขจำแลงแบบแกนๆ เพิ่งมีได้เดือนกว่าๆ ต้องมาผวากับความเป็นไปได้ที่ระบอบทักษิณ จะหวนคืนสู่อำนาจรัฐ ข้าราชการที่ยังจงรักภักดีต่อระบอบทักษิณ ยังอยู่พร้อมหน้ารอนายใหญ่จะใช้เงิน กรุยทางให้พลังแค้นได้ “เอาคืนประเทศไทย” มีคนดีเป็นเหยื่อ

ทุกวันนี้ครอบครัว เครือข่ายญาติมิตรระบอบทักษิณ ยังอยู่สุขสบายดี มาตรการทางกฎหมาย สอบสวนต่างๆ ยังเป็นไปล่าช้า ทั้งยังมีข้อให้สงสัยว่าปลาตัวใหญ่จะรอด มีเพียงพวกกระจอกปลายแถวที่ต้องรับโทษอาญา

เราเห็นด้วยกับความห่วงใยของโสภณ องค์การณ์ และเราก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าความรูปแบบสมานฉันท์ดังที่เห็น จะสามารถละลายความคิดเห็นที่แตกต่างสุดขั้ว ให้มาเห็นตรงกัน

แน่นอน เราเคารพความคิดเห็นต่าง และเชื่อว่าความเห็นต่างเป็นการเปิดประเด็นในการนำความขัดแย้งมาค้นหาสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

แต่เราก็ยังต้องการที่จะเห็น ความเปลี่ยนแปลงด้วยการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นจริงจัง เอาคนที่มีพฤติกรรมทุจริตเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม มีการลงโทษอย่างจริงจัง โดยไม่ใช้วิธีใกล่เกลี่ยประนีประนอม

เราเชื่อว่าการปฎิรูป คือการนำพาชาติและประชาชน ไปใช้กติกาอย่างถูกต้อง นั่นคือต้องแยกสิ่งดี กับสิ่งชั่วออกจากกันให้ได้ก่อน เหมือนการคัดผลไม้ดี ออกจากผลไม้เสีย จำเป็นต้องตัดใจเอาผลไม้เสียทิ้งไป

โอกาสนี้จึงเป็นโอกาสเดียวที่จะทำได้ เราจึงได้แต่หวังว่า คณะ คสช.จะเห็นและห่วงใย เหมือนกับที่ โสภณ องค์การณ์ เห็น.