Get Adobe Flash player

ยุคทหารครองอำนาจ

Font Size:

การได้มาซึ่งธรรมนูญชั่วคราว จนกระทั่งมีการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นไปตาม “โร้ดแมพ” หรือ “แผนที่ถนน” (ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ผู้นำไทยนิยมใช้มากกว่าภาษาเราเอง) ที่จะคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน ตามแนวทางของ คสช.ที่เคยสัญญา

ไม่มีใครกล้าบอกว่าผิดหวัง เพียงแต่รายชื่อบุคคลที่คัดสรรมา ได้ทำให้ สนช.กลายเป็น “สภาท็อปบูท” ไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนภาพชัดเจนว่าอำนาจอยู่ที่ใคร 

เพราะ “คนดี” ในสาขาอาชีพอื่น ไม่สามารถแทรกในโควต้าสามัคคี 4 เหล่านี้ได้ แถมคนมีสีบางคนที่ถูกเลือกเข้าไปเป็นคนที่ “ดีจนน่ากลัว”

วันก่อน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา ที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานสนช. ยังต้องประกาศยอมหลีกทาง โดยจะไม่แข่งกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย เพราะแข่งไปก็แพ้เปล่าๆ เพราะเป็นที่รู้ว่า ได้มีการเตรียมคนไว้เรียบร้อยแล้ว

จริงอยู่เราเชื่อใจ และฝากความหวังไว้กับคณะรัฐประหารชุดนี้ อย่างน้อยก็ขอบคุณที่ช่วยไล่รัฐบาลประชาธิปไตยขี้โกงที่ไล่เข่นฆ่าประชาชน ทำให้ประเทศกลับมาสงบได้ระยะหนึ่ง

แต่ความหวังที่ฝากไว้ ถึงวันนี้ คสช.ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะทำ

มีแต่งานมโนสาเร่ เช่นจัดระเบียบ ราคาหวยรัฐบาล (ที่ก็ยังแพงตามปกติ) จัดระเบียบรถรับจ้าง (ที่ยังหลอกนักท่องเที่ยว)

และงานยึด ทุบ ทำลายบ้านคน เพื่อให้กลับไปเป็นป่า

จริงอยู่สามารถจัดการกับนายทุนได้จำนวนหนึ่งตามที่เป็นข่าว แต่คนจน คนด้อยโอกาส ที่ไม่มีความสำคัญพอที่จะเป็นข่าว ที่นอกจากจะไม่มีที่ทำกิน แล้วอาจไม่มีที่ยืนในสังคม

เรื่องน้ำมัน เรื่อง ปตท. เรื่องคนโกงบ้านโกงเมือง เรื่องผลาญงบประมาณแผ่นดินที่เป็นเรื่องใหญ่ ยังไม่ได้ลงมือ แม้อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหาที่จะต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ยังสามารถขอไปใช้ชีวิตเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ ทั้งยังขยายเวลาอยู่ต่อได้อีก

การทำตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด แล้วบอกให้คนในชาติปรองดอง โดยไม่ให้ความสำคัญกับความถูกผิด เหมือนเอาน้ำมันมาเทรวมกับน้ำ แล้วบอกว่า รวมกันได้แล้ว ไม่น่าจะใช่สิ่งที่ถูกต้อง

แม้เราเชื่อว่าท่านหวังดี ก็ขอได้โปรดอย่าชะล่าใจและปล่อยไว้นาน ท่านอาจมีอำนาจกองทัพ แต่อย่าประมาทอำนาจประชาชน ขอให้ดูข่าวประเด็นนี้เป็นตัวอย่าง

นายศรีสุวรรณ จรรยา อุปนายกและเลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่าการแต่งตั้ง สนช. ไม่ชอบด้วย รธน.ฉบับชั่วคราว

โดยระบุว่า ประกาศแต่งตั้ง สนช.ขัดต่อ รธน.มาตรา 7 ที่ ไม่มีความหลากหลายตามเจตนารมณ์ รธน. กลับโน้มเอียงหรือมุ่งเน้นไปแต่เฉพาะกลุ่มบุคคลที่เป็นข้าราชการ ทหาร และตำรวจ ที่มีจำนวนมากเกินกึ่งหนึ่งของ สนช.ทั้งหมด นอกนั้นเป็นกลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และอดีต ส.ว. ซึ่งถือว่าเป็นการกระจุกตัวของกลุ่มคนบางกลุ่มบางพวกเท่านั้น

บางกลุ่มบางพวก เป็นเครือญาติ น่าจะเข้าข่ายการมีผลประโยชน์ทับซ้อนอันไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เช่น สนช.ลำดับที่ 82 พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา ซึ่งเป็นเครือญาติของผู้มีอำนาจ ถูกเสนอแต่งตั้งเป็น สนช. นอกจากนี้ยังมี สนช.ลำดับที่ 87 พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ลำดับที่ 141,  พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นพี่น้องกัน และยังเป็นน้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บังคับบัญชาของผู้มีอำนาจเสนอแต่งตั้ง สนช.อีกด้วย" 

จึงขอให้ผู้ตรวจการฯ ใช้อำนาจตาม รธน. เสนอเรื่องดังกล่าวไปยังศาล รธน.เพื่อให้วินิจฉัยว่า การแต่งตั้ง สนช.ขัดหรือแย้งต่อ รธน.หรือไม่ พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ สนช.ไว้เป็นการชั่วคราว ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย

เป็นการทักท้วงที่มีเหตุผล ชัดเจน ตรงไปตรงมา

หรือท่านจะใช้มาตรา 44 แก้ปัญหานี้ก็แล้วแต่ท่าน.