Get Adobe Flash player

ความคาดหวังของประชาชน

Font Size:

การที่คณะรสช. เข้ามาทำให้เกิดความสงบในบ้านเมืองด้วยกระบวนการทางทหาร หากถามว่าประชาชนยอมรับได้หรือไม่ แม้จะไม่มีการทำการสำรวจอย่างเป็นทางการ ก็เข้าใจได้ว่า ส่วนหนึ่งน่าจะยอมรับ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการให้มีการปฎิรูปประเทศ สร้างกติกาขึ้นมาแก้ปัญหาการฉ้อฉล โกงกิน ให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด

ส่วนทำแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ มากน้อยแค่ไหนอนาคตยังไม่ทราบ ก็คงต้องค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ แต่ง จนกว่าจะเข้ารูปเข้ารอย ตามกำลังของคนในสังคม

ผ่านขั้นตอนรัฐประหาร มาถึงขั้นตอนที่จะมีรัฐบาลมาบริหารประเทศ ซึ่งขณะนี้เราได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เรียบร้อยแล้วคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ รสช.และผบ.ทบ.

ประชาชนส่วนเดิม ก็เห็นว่าในเมื่อท่านเป็นผู้ยึดอำนาจ ท่านน่าจะมีเค้าโครงในกระบวนการแก้ปัญหาวิกฤติประเทศ ท่านก็น่าจะต้องสานงานต่อให้จบ และที่สำคัญท่านก็ควรได้มีโอกาสรับผิดชอบการกระทำนั้น ด้วยการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะหากส่งต่อให้คนอื่น โอกาสที่จะทำให้นโยบายเบี่ยงเบนไป ย่อมเกิดขึ้นได้

เหลือขั้นตอนต่อไป คือการเสนอชื่อบุคคลมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี แน่นอนว่าตรงนี้สำคัญ เพราะรายชื่อในครม. จะเป็นตัวชี้วัดว่า ใครมีความสามารถหรือไม่

เลือกคนตามความเหมาะสมด้วยประสบการณ์และความรู้ หรือเลือกเพราะเป็นพวกพ้องสายทหารเท่านั้นส่วนจะเลือกอย่างไร ก็จะส่งผลต่ออนาคตของรัฐบาล ว่าจะอยู่กับความชื่นชมหรือเสียงบ่น

ในฐานะที่หัวหน้ารัฐบาลเป็นทหารอาชีพ อยู่ในตำแหน่งด้วยการบังคับบัญชาตามลำดับชั้น ท่านย่อมเคยชินกับการออกคำสั่ง และอาจไม่ชินต่อการถกเถียง หรือยุติการถกเถียงด้วยคำสั่ง

แต่สิ่งนั้นหากไม่จำเป็น นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ควรจะทำ เพราะอาจกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ในฐานะเจ้าของประเทศ

การที่บอกว่า พูดอะไรประชาชนจะต้องฟัง ก็อาจทำได้

แต่การห้ามคนจำนวนมากไม่ให้คิด เป็นเรื่องยากมาก

เราเห็นว่า ความคาดหวังของประชาชน เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากรัฐฯ สามารถทำตามความคาดหวัง ก็จะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ถ้าหาก “ไม่” ความไว้เนื้อเชื่อใจก็จะถูกทำให้ลดลงไปโดยธรรมชาติ

เช่นเดียวกับการให้คนกลุ่มที่ขัดแย้งมาปรองดองกัน นั่นย่อมไม่ใช่การปรองดอง แต่เป็นเพียงการจัดฉากให้เกิดความสงบ โดยไม่เกิดผลในทางที่ดีตามมาในอนาคต

ประชาชนทั้งหลายของประเทศ อาจไม่สามารถอยู่ในกรอบที่ถูกกำหนดได้ทุกคน บางคนเลือกที่จะดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

หากย้อนไปช่วงก่อนที่มีการทำรัฐประหาร เรา ท่าน คงได้ยินการเรียกร้องให้มีการขจัดการทุจริตเชิงนโยบาย การใช้ประชานิยมด้วยเงินภาษีของประชาชนโดยรวม แต่ถูกนำไปใช้ นำไปละลาย ลดแหลก แจกแถม เพื่อการแลกกับคะแนนเสียงส่วนตน หรือพวกพ้องแห่งตน

อยากเห็นการปฎิรูปการเมือง สังคมต้องการให้มีการขจัดคนโกงออกไปจากการเมือง อยากเห็นการปฎิรูปพลังงานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้พลังงาน

แต่สิ่งที่เป็นความต้องการยังไม่เกิดขึ้น หรือแค่พูดจาให้เกิดขึ้น

มีเพียงจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์ จัดระเบียบรถตู้ ตรึงราคาหวย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ยังมีความจำเป็นอื่นๆ ที่ควรได้ทำก่อน เหมือนเกาไม่ถูกที่คัน

โปรดอย่าได้โกรธประชาชน ที่เขาแข็งขืน เขาไม่ได้เกลียดชังหรือต่อต้านมากมาย มันเป็นแค่การสะท้อนความผิดหวัง ที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำตามที่เขาต้องการ

ที่จริงรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หากเข้าใจประชาชน ด้วยการเอาใจเขามาใส่ใจเรา.