Get Adobe Flash player

อย่าทำลายสวนสุนันทา

Font Size:

ข่าวคราวในโลกของสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพของผู้ได้รับบาดเจ็บจากน้ำตาเทียนหยดใส่จนเป็นแผลพุพอง จากเพจเฟซบุ๊ก ทราบต่อมาว่าเป็นนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

เธอได้ผ่านกระบวนการรับน้องใหม่จากรุ่นพี่ ซึ่งมีกระบวนการรับในหลายรูปแบบ และหนึ่งในกิจกรรมนั้นคือ บายศรีสู่ขวัญ การจุดเทียน และปล่อยหยดน้ำตาเทียนที่หลอมละลายจากไฟ หยดใส่แขนน้องๆ ซ้ำๆ กันจนทั่วแขน

ผิวบอบบางของน้องสาว ที่ควรได้รับความรักความเมตตาจากพี่ๆ กลับถูกความร้อน ทำให้เกิดเป็นตุ่มพุพอง สร้างความเจ็บปวดทรมานให้เด็กสาวที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วโรงเรียนอันอบอุ่น สู่รั้วมหาวิทยาลัยที่ไม่น่าเชื่อว่าจะแฝงเรื่องเช่นนี้อยู่ด้วย

แน่นอน เมื่อสังคมได้เห็นภาพบาดแผล ก็อดไม่ได้ที่จะโยงไปถึงการรับน้องที่โหดร้ายจากข่าวที่เคยมีมาก่อน ต่างก็เสียความรู้สึก อดไม่ได้ที่จะถามถึงจิตใจของรุ่นพี่ และตำหนิอย่างรุนแรงกับการกระทำดังกล่าว

ในด้านส่วนตัวของน้อง เจ็บเองยังไม่เท่าพ่อแม่ผู้ปกครองเจ็บ ญาติของน้อง พากันไปแจ้งความ และให้บันทึกประวัติของรุ่นพี่ที่ร่วมกิจกรรมนี้ทุกคน เพื่อว่าจะไม่ถูกทำร้าย เมื่อต้องเผชิญชีวิตตามลำพังในมหาวิทยาลัย  

เมื่อเป็นข่าว และสังคมรุมประณาม ทางด้าน รศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ออกมายอมรับว่า  รู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขออภัยต่อทั้งผู้ปกครองและนักศึกษาที่ถูกกระทำ และจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เรื่องยุติและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ อธิการบดี ได้เชิญนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้ปกครองเข้าพูดคุย รวมทั้งรุ่นพี่ด้วย โดยทุกคนยอมรับว่า ใช้น้ำตาเทียนหยดบนแขนของน้องจริง และยอมรับในการกระทำที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนยืนยันว่า ไม่มีเจตนาก่อให้เกิดความรุนแรง และไม่ได้กลั่นแกล้งน้อง ขณะที่รุ่นพี่ทุกคน ได้กล่าวขอโทษนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ปกครองแล้ว

ขณะที่มหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยรุ่นพี่ทั้ง 40 กว่าคน รวมถึงพิจารณาลงโทษตามระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยโทษสูงสุดนั้น คือ การภาคทัณฑ์ แต่ไม่ถึงโทษพักการเรียน หรือไล่ออกจากมหาวิทยาลัย

ในส่วนของคณบดี ระบุว่า คณะฯ ตระหนักในกฎระเบียบค่อนข้างมาก จึงคิดว่านักศึกษาที่ก่อเหตุอาจไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงเกินเลย ขณะที่มหาวิทยาลัยฯ พยายามให้นักศึกษาเข้าใจระบบการรับน้องแบบสากล เช่น จัดกิจกรรมให้ความรู้ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง เป็นกิจกรรมที่ใช้ความคิดร่วมกัน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น อาจอยู่นอกเหนือเวลาที่กำหนดให้ทำกิจกรรมซึ่งไร้คนควบคุม จึงมีการสร้างเกี่ยวกับการรับน้องขึ้นใหม่

ในความเห็นของเรา “สวนสุนันทา” เป็นสถาบันเก่าแก่ โดยแต่เดิมเป็นสถาบันหลักของการผลิตครูที่มีคุณภาพ สู่โรงเรียนต่างๆ เพื่อเป็นแม่พิมพ์ในการให้การศึกษา อบรมบ่มนิสัย แก่กุลบุตรกุลธิดาทั่วประเทศ

แม้ปัจจุบัน “สวนสุนันทา” จะไม่ได้ผลิตเฉพาะครู แต่ภาพเดิมๆ ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าจนมาถึงรุ่นพ่อแม่ ลูกหลาน ยังติดอยู่

ซึ่งคนของ “สวนสุนันทา” จะต้องช่วยกันรักษาความเป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อรักษาเกียรติภูมิอันมีค่านี้ไว้

เรื่องบ้างเรื่องต้องรอบคอบ โตแล้ว การศึกษาก็มีแล้ว จะอ้างแต่เพียงว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” ก็คงไม่ใช่คำตอบที่มีเหตุผล

นักศึกษาต้องตระหนัก ในภาระอันทรงเกียรติของความเป็นคนในชายคาสวนสุนันทา อย่าแข่งกันสร้างปัญหาให้สังคม อย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก