Get Adobe Flash player

สังคมต้องการอะไร

Font Size:

ข่าวคราวการจับกุมผู้ต้องหาชาวพม่าสองคน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อสงสัยการจับกุมนายเวพิว หรือนายวิน อายุ 21 ปี และนายซอ ลิน หรือโซเรน อายุ 21 ปี แรงงานต่างด้าวชาวพม่า ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

แทนที่จะดีใจกับเจ้าหน้าที่ว่า หลังการควานหาตัวฆาตกรจนแทบพลิกแผ่นดิน ใช้งบประมาณมากมาย ใช้เจ้าหน้าที่เยอะที่สุด แทนที่จะชวยกันดีใจว่าที่สุดแล้วก็ไม่พ้นความสามารถของตำรวจไทย

แทนที่จะโล่งใจว่า ในที่สุดคนไทย ก็ไม่ใช่คนใจร้ายพอที่จะฆ่านักท่องเที่ยวผู้ซึ่งมีคุณูประการ ที่นำเงินตราเข้าประเทศไทย ช่วยให้ผู้คนในประเทศมีงานทำ ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นดีขึ้น

เพราะคนร้าย เป็นคนอื่น ที่เข้ามาอาศัย แล้วสร้างปัญหาให้ประเทศไทย

แต่ดูเหมือนว่า คนไทยด้วยกัน พร้อมที่จะเป็นทนายจำเลย พร้อมที่จะเชื่อคนทั่วโลก ยกเว้นคนไทยด้วยกัน

ย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อข้าศึกเข้ามาล้อมกรุง ต่างชาติไม่สามารถทำอะไรคนไทยได้ แต่เพราะคนไทยด้วยกัน ที่แอบเปิดประตูเมืองให้ข้าศึกเข้ามาเผาบ้านเผาเมือง ลอกทองพระพุทธรูป ข่มขืนผู้หญิง สังหารผู้คน จนกรุงศรีฯ ที่มีประวัติยาวนานถึง 417 ปีล่มสลายลง เหลือเพียงซากอิฐและเศษปูน 

คดีความนี้ ดูเหมือนจะลุกลามบานปลาย มีการประโคมข่าว “จับแพะ” ในโซเชียลมีเดีย มีการขานรับ แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง

จนอดสงสัยไม่ได้ว่า มีการนำเสนอข่าวที่ดูเหมือนจะเป็นการ “ดิสเครดิต” องค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นกลไกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ไร้ความชอบธรรม

คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยว เป็นโจทย์ชั้นดีที่มี “ตำรวจ” เป็นเป้านิ่ง ให้ใครก็ได้สามารถเข้ามาเล่น

สื่อไทยเอง ก็ดูจะสนุกกับการ “เล่นข่าว” เข้าไปปกป้องแรงงานพม่า อย่างเต็มตัว เช่นอ้างว่าแรงงานที่อยู่บนเกาะเต่าต่างตกใจ เพราะเกรงว่าเพื่อนทั้ง 2 คนจะถูกประหารชีวิต

แทนที่จะตกใจว่า เมื่อมีฆาตกรรมในท้องถิ่น เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าคนบนเกาะจะปลอดภัย ในเมื่อคนร้อยพ่อพันแม่ ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นผ่านอะไรมาบ้าง อันตรายแค่ไหน แล้วคนไทยบนเกาะเขาจะหากินกับการท่องเที่ยวได้อย่างไร

โดยพยายามติดต่อไปยังสถานทูตพม่าและสื่อต่างประเทศ ให้ช่วยกันแสดงความรู้สึก ทำให้มีการประโคมข่าว รวมทั้งต้องการให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ระหว่างประเทศได้เข้ามาช่วยเหลือจำเลย

ในความเป็น “คนพม่า” ไม่ว่าฝ่ายราชการหรือภาคพลเมือง การลุกขึ้นช่วยเหลือคนชาติเดียวกันที่ทำความผิดในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ใครต่อใครก็คงทำเช่นนั้น

แต่คนไทยหัวใจพม่า ที่คอยเปิดประตูเมือง เราไม่รู้ว่าเขาคิดได้อย่างไร

นักสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นคนไทย อาศัยเรื่องนี้เข้ามาร่วมวง โดยระบุว่าผู้ต้องหาถูกละเมิดสิทธิมนุษย์ชน เช่นล่ามที่แปลให้จำเลย เป็นชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นศัตรูกับชาวพม่า ซึ่งไม่น่าจะคิดไปไกลขนาดนั้น

ที่สำคัญ ทั้งๆ ที่นักสิทธิมนุษยชน ก็ได้พบจำเลย ในการสนทนาผู้ต้องหาปฎิเสธว่า เขาไม่ได้ฟันเหยื่อด้วยจอบ แต่ตีด้วยจอบต่างหาก

กรณีแรงงานพม่าผิดหรือไม่ หลักฐานอยู่ที่ดีเอ็นเอ ทำไมคนไทยหัวใจพม่า จึงไม่พิสูจน์ตรงนั้น หรือสังคมต้องการอะไร