Get Adobe Flash player

ตำรวจฆ่าตัวตาย

Font Size:

หากตั้งข้อสังเกต เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม จะพบว่าสถิติตำรวจฆ่าตัวตาย มากขึ้นอย่างน่าตกใจ

ย้อนไปดูข่าวเก่า ด.ต.ธวัตรชัย เนินดี อายุ 40 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.ศรีรัตนะ ปฏิบัติหน้าที่เป็นเสมียนประจำวัน นอนเสียชีวิต อยู่ในชุดเครื่องแบบตำรวจ สภาพศพถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณขมับขวาทะลุซ้าย ข้างกายพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 เป็นปืนของทางราชการ ซึ่ง ด.ต.ธวัตรชัย เบิกมาเป็นอาวุธประจำกาย

ไม่เฉพาะในระดับนายดาบ แต่พบว่ามีตำรวจในชั้นยศต่างๆ แก้ปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะ เผยผลการศึกษาวิจัย พบอัตราตำรวจฆ่าตัวตายสูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่า ชี้เพราะเครียดปัญหารุมเร้า ทั้งเรื่องงาน ส่วนตัว หนี้สิน ฯลฯ

เราต้องยอมรับว่า งานของตำรวจ เป็นงานที่มีความกดดันอย่างมาก วันทั้งวัน ต้องเจอแต่เรื่อง บนโรงพักที่ทำงาน ก็มีแต่บรรยากาศของการแจ้งความ บรรยากาศการจับกุมดำเนินคดี ปัญหาทะเลาะเบาะแว้งของชาวบ้าน ตำรวจต้องรับรู้และไกล่เกลี่ย หรือคอยชี้ถูกผิด ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

บางครั้งต้องต่อสู้ ปะทะกับผู้ร้าย โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ต้องรอให้ผู้ร้ายยิงก่อน แล้วจึงจะมีสิทธิ์ตอบโต้ และบางครั้ง ก็ถูกยิงบาดเจ็บกลับมา

บ่อยครัง ที่ตำรวจก็เจอแรงกดดันทุกด้าน ด้านหนึ่งจากสังคม อีกด้านหนึ่งถูกกดดันจากฝ่ายอำนาจ ที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยง บางครั้งต้องอยู่กลางแดด ต้องไปควบคุมฝูงชน ไปปะทะกับผู้ชุมนุม ไปทวงคืนพื้นที่

บางครั้งตำรวจก็อยู่ตรงกลางระหว่างเขาควาย ออกซ้ายก็ผิด ออกขวาก็ผิด จับผู้ร้ายก็ถูกด่า ไม่จับก็ถูกด่า

ยังไม่รวมปัญหาครอบครัว ปัญหาทำงานเงินเดือนไม่พอใช้ ปัญหาผู้บังคับบัญชา รวมไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ไม่เชื่อฟัง หรือสร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน

ดังเช่นตร.ชั้นผู้น้อยรายหนึ่ง ระบายความในใจผ่านระบบไลน์ ระบุปัจจัยเครียดงาน เป็นต้นเหตุหลักฆ่าตัวตาย

โดยเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้นในกองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร เมื่อตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริมีอาการเครียด ตัดสินใจ ใช้อาวุธปืนคู่กายยิงตัวตายหนีปัญหาเมื่อเช้ามืด ขณะนอนพักในห้องพัก โดยมีเพื่อนข้าราชการตำรวจนอนรวมอยู่ในห้องเดียวกัน โดยก่อนที่จะคิดสั้นฆ่าตัวตายตำรวจรายนี้ได้เขียนระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจในอาชีพตำรวจส่งต่อๆ กันผ่านระบบไลน์ในห้องสื่อมวลชนสายอาชญากรรมมีรายละเอียดว่า

"อาชีพตำรวจถือได้ว่าเป็นอาชีพที่มีความเครียดสูงมากอาชีพหนึ่ง เพราะมีเหตุปัจจัยหลายๆอย่างมารุมเร้ารอบด้าน จะเห็นได้ว่าเราจะได้ยินข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเครียดจัดยิงตัวตายอยู่บ่อยๆ

สายงานที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุดคือ สายสืบสวนปราบปราม

การฆ่าตัวตายของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกิดขึ้น มีสูงกว่าคนทั่วไป 2 - 3 เท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่พบ คือ เรื่องของความเครียดจากการปฏิบัติหน้าที่ ที่หนักกว่าอาชีพอื่น และการที่จะต้องเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้าอยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่ง และปัญหารองลงมา เช่น ปัญหาสุขภาพ หนี้สิน และปัญหาภายในครอบครัว โดยปัญหาเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของการคิดฆ่าตัวตาย

เมื่อปัจจัยปัญหาครบรุมเร้าหลายเรื่องก็ลงมือ และที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีอาวุธอยู่ใกล้ตัว ก็จะทำให้การฆ่าตัวตายนั้นทำได้ง่าย

เราเอง ไม่เคยสักครั้ง ที่มองตำรวจอย่างเห็นใจ นึกเพียงแต่ว่า หน้าที่ตำรวจต้องบริการประชาชน.