Get Adobe Flash player

โจรในเครื่องแบบ

Font Size:

เป็นข่าวที่น่าตกใจเป็นอย่างมากเมื่อ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ อาทิเช่น พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) ปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.)

พร้อมด้วย ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผู้บังคับหมู่ บก.ปพ. และ ด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผู้บังคับหมู่ บบก.ปพ.

พร้อมผู้ร่วมกระบวนการเป็นพลเรือนอีกจำนวนหนึ่ง

ถูกจับกุมด้วยข้อหาที่ถือว่าอุกอาจและเหิมเกริมเป็นอย่างยิ่ง

นั่นคือ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ได้สมรู้ร่วมคิดกับ พล.ต.ต.บุญสืบ, พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป. และ พ.ต.อ.วุฒิชาติ  เรียกรับเงินจากข้าราชการตำรวจที่ประสงค์จะไปดำรงตำแหน่งสำคัญๆ รายละ 3-5 ล้านบาท เพื่อที่จะไปรับตำแหน่ง โดยจะมีการส่งเงินให้กับกลุ่มผู้ต้องหาเป็นรายเดือน  รวมแล้วเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท

ส่วน พล.ต.ต.บุญสืบ พนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.54 - 18 ก.ค.57 ขณะที่ผู้ต้องหาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจน้ำ ได้มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้ค้าน้ำมันเถื่อนทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

โดยแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง มีการเรียกเก็บเงินค่าส่วยน้ำมันเดือนละ 1-2 ล้านบาท ส่งเงินให้กับ พล.ต.ต.โกวิทย์ จำนวน 35 ล้านบาท และส่งเงินให้กับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นเงินจำนวน 118 ล้านบาท

ขณะที่ พล.ต.ต.โกวิทย์ พนักงานสอบสวนระบุว่า มีพฤติการณ์เปิดบ่อนการพนัน (ถั่วครอบ) ย่านห้วยขวาง โดยร่วมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ แอบอ้างว่าจะนำเงินไปถวายให้สถาบันเบื้องสูง

มีการตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาบางราย ยังพบว่ามีเงินสด ทรัพย์สิน วัตถุโบราณ ซุกซ่อนอยู่ รวมมูลค่านับพันๆ ล้านบาท

เป็นการเก็บส่วย ฉ้อโกงแบบครบวงจรครั้งใหญ่ที่สุด ยศสูงสุด ร้ายแรงที่สุด อย่างไม่เคยมีมาก่อน นับตั้งแต่มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เป็นความด่างพร้อยของวงการตำรวจ ที่ต้องคลี่คลายคดีนี้ ให้กระจ่างโปร่งใส

เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ย่อมเป็นที่พูดถึง ในหมู่ประชาชนที่เสพข่าวสาร และต่างมีคำถามมากมาย เช่น ใคร ตำรวจหรือทหารชุดใด ที่สืบทราบ ใครคือผู้ที่นำคดีนี้จนสามารถไปสู่การจับกุม โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพล

ซึ่งแน่นอน เป็นการดำเนินคดีในยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งน่าจะได้รับเครดิต ไปแบบเต็มๆ

แต่ก็มีหลายเรื่อง ที่ชาวบ้านยังสงสัย

กรณีของการเรียกเงิน เพื่อแลกตำแหน่ง ย่อมมีทั้งผู้ขาย (ตำแหน่ง) และผู้ซื้อ จะมีการสาวถึงผู้ซื้อด้วยหรือไม่ หรือจะปล่อยให้ “ผู้ซื้อตำแหน่ง” อยู่ในตำแหน่งที่ซื้อมา เพื่อทำหน้าที่ ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์

ที่สำคัญกระบวนการใหญ่ขนาดนี้ น่าจะยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก จะต้องสาวออกมาให้หมด เพื่อทำความสะอาดสถาบันตำรวจ ส่วนจะเป็นใครบ้าง มีหรือที่คนในวงการสีกากี จะไม่รู้ และถ้ารู้ ทำไมจึงไม่ดำเนินการ