Get Adobe Flash player

คดีประวัติศาสตร์

Font Size:

ในงานสัมมนาทางวิชาการของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้เตือนสติไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล โดยกล่าวว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้ทำมาแล้วสบายใจ แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อึดอัดใจ

โดยเริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่า ความพยายามที่จะดูแลปัญหาคอร์รับชั่นจริงใจแค่ไหนและจะทำหรือเปล่า มีการพูดกันต่างๆ นานาว่า “มีการตกลงกัน นอกรอบ”

นายอานันท์ย้ำว่า ถ้าสนใจทำเรื่อง การปรองดอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องแยกให้ถูก การปรองดองเรื่องหนึ่ง การเอาผิดลงโทษเรื่องหนึ่ง การปฏิรูปก็อีกเรื่องหนึ่ง

จากคำพูดของอดีตนายกฯ ย่อมไม่ใช่การพูดลอยๆ ทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า “ตกลงกันนอกรอบ” คืออะไร ตกลงกันอย่างไร เป็นอำนาจอิทธิพลกับใครที่ต่างประเทศหรือไม่ เอาคนผิดมาลงโทษได้บางส่วนใช่หรือไม่ แน่นอนคำถามนี้ยังไม่มีคำตอบ และยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ที่ไม่ได้บอกความจริงกับประชาชน

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืดดำ ความผิดที่ผู้กระทำมีอำนาจต่อรอง จนต้องใช้คำหรูว่าความปรองดอง แทนคำว่า “สมยอม” เข้ามาแก้สถานการณ์ โดยไม่ได้แก้ปัญหา เพราะการใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม เข้าไปไม่ถึง

มาดูคดีใหญ่อีกคดี ที่ยิ่งสาว ยิ่งตรวจสอบยิ่งพบว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. และผู้เกี่ยวข้อง ได้กลายเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มากๆ เป็นขบวนการทุจริตแบบครบวงจรที่ซ่อนอยู่หลังฉากของผู้รักษากฎหมาย

บันทึกคำให้การจากปากคำของจำเลยก็ดี จากการตัดสินของศาลที่จะมีขึ้นก็ดี จะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่จะมีการกล่าวขานไปอีกยาวนาน

จากข่าวใหญ่นี้ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,229 คน ระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 2557 โดยได้สำรวจความเห็นว่า

ประชาชนคิดอย่างไร กรณีการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์และพวก  อันดับ 1    หากกระทำผิดจริง ก็ควรดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีการละเว้น ลงโทษเพื่อให้เป็นแบบอย่าง 81.30%, อันดับ 2    ยังสับสนกับข่าวอยู่บ้าง ข้อมูลไม่ชัดเจน มีหลายจุดที่ยังสงสัย คลุมเครือ 80.08%, อันดับ 3    เป็นข่าวใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจ มีตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง 59.76%,  อันดับ 4    ทรัพย์สินต่างๆ ที่ยึดได้ โดยเฉพาะวัตถุโบราณล้ำค่าจะได้กลับคืนมาเป็นสมบัติของประเทศ 50.41%

สิ่งที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการต่อคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้น คือ อันดับ 1 เร่งดำเนินการกวาดล้างและจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเร็ว 74.80%, อันดับ 2    ตรวจสอบแหล่งที่มาของทรัพย์สินต่างๆที่ยึดมาได้ มีการดำเนินการอย่างโปร่งใส 65.04%, อันดับ 3    ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ให้ประชาชนได้รับรู้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ปิดบัง 64.23% , อันดับ 4 ตัดสินด้วยความยุติธรรม มีบทลงโทษที่เหมาะสมกับความผิดของแต่ละคนที่ควรได้รับ 60.16%

ประชาชนคิดว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องมีการปฏิรูปตำรวจ อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 95.53% เพราะจะได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ภาพลักษณ์จะได้ดีขึ้น ประชาชนไม่ถูกข่มเหงเอาเปรียบ สังคมจะได้น่าอยู่ ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นผู้รักษากฎหมาย ไม่ควรกระทำผิดเสียเอง ตำรวจที่ดีจะได้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ฯลฯ อันดับ 2 ไม่แน่ใจมีเพียง     4.47%

ประชาชนจะเห็นอย่างไรในคดีนี้ ยังไม่สำคัญเท่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะการปล้นชาติและประชาชน ด้วยน้ำมือของผู้มีอำนาจ