Get Adobe Flash player

โยนหินถามหาปฏิวัติ

Font Size:

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ออกมาแสดงความเห็นโดยระบุว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำรัฐประหารเพื่อหยุดสงครามกลางเมือง เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะหาไม่แล้ว อาจบานปลายกลายเป็นการแบ่งแยกการปกครอง

แต่พล.อ.ชวลิต เห็นว่า การบริหารราชการแผ่นดินของ คสช. ต้องมุ่งแก้ปัญหาพื้นฐานเรื่องความยากจนของประชาชนก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นตามมา แล้วจึงกลับมาแก้ปัญหาทางการเมือง พร้อมทั้งให้นายกรัฐมนตรีปรับท่าทีการแสดงออก เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นใจ

ในเรื่องการสร้างความปรองดอง ที่มีการเสนอแนวทางการนิรโทษกรรมผู้ร่วมชุมนุมการเมืองปี 2548 - 2557 พล.อ.ชวลิต เชื่อว่าเร็วๆ นี้รัฐบาลทหารต้องทำกฎหมายนี้ออกมา เพื่อยุติปัญหาทั้งหมด

พล.อ.ชวลิต ปฏฺิเสธ แนวทางการเสนอให้เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยชี้ว่าสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นช่องทางเพื่ออ้างอำนาจว่ามาจากประชาชนโดยตรง โดยไม่ยึดโยงอำนาจจากพระมหากษัตริย์ อาจทำให้เอกลักษณ์การเมืองการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขถูกลดลง

ซึ่งจุดนี้อาจสุ่มเสี่ยงต่อสถานะของรัฐบาลและอาจสร้างความวุ่นวาย ต่อประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญและอาจทำให้เกิด “การปฏิวัติซ้อน”

แน่นอนว่า การที่อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาเคลื่อนไหวแสดงความเห็น ระบุถึงการนิรโทษกรรม และการปฎิวัติซ้อน ย่อมเป็นที่สนใจทั้งรัฐบาลและประชาชน

ซึ่งแน่นอนว่า ในซีกรัฐบาล ต้องพยายามหาความหมายที่ว่ายังมีอะไรในลักษณะ ลับ ลวง พราง ที่แอบแฝงอยู่ในคำกล่าวนี้

เช่นเดียวกับประชาชน ที่แอบตั้งคำถามในใจว่า พล.อ.ชวลิต กำลังคิดทำอะไร บอกอะไร กับใคร หรือกำลังขู่ผู้ใด “เพราะขงเบ้ง” ย่อมไม่คิดชั้นเดียว ท่านต้องการผลักดันการนิรโทษกรรมหรือไม่ ถ้าส่งสัญญาณการปฎิวัติ อะไรจะเป็นชนวน และใครจะทำปฎิวัติซ้อน

ฝ่ายอำนาจทุนใหญ่กับทหารแตงโม ร่วมกับระบอบทักษิณ เพื่อการกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ หรือฝ่ายที่ต้องการความเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของรัฐบาลในการแก้ปัญหา

พล.อ.ชวลิต ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมาก เราจะเห็นการเรียงหน้าปฎิเสธ เริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกว่าไม่ปฏิวัติตัวเองและไม่มีคนอื่นปฏิวัติ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยืนยันว่า ไม่มีปฏิวัติซ้อนแน่นอน โดยรู้สถานการณ์ดี ว่าประชาชนยังพึงพอใจการทำงานของรัฐบาลในขณะนี้ และทุกคนยังไม่ทำอะไรที่สังคมรับไม่ได้ เช่นการทุจริต หรือการใช้อำนาจที่ไม่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะทำ

เช่นเดียวกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมว.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ที่ว่า รัฐบาลและ คสช.ทำงานเต็มที่และจะทำต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหา ในส่วนของตนและกองทัพ พยายามดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเต็มที่ ยืนยันว่าปฎิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด

ในขณะที่เรามองว่า พล.อ.ชงลิต ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องนี้เลย สำหรับบ้านเรา ต่อให้เขียนรัฐธรรมนูญสวยหรูแค่ไหน ถ้าตราบใดที่คนในการเมืองยังมุ่งชัยชนะอย่างเอาเป็นเอาตาย ยังคงโกงซึ่งหน้า และเอาประชาชนเป็นตัวประกันการปฎิวัติ ช้าหรือเร็ว ยังจะเกิดขึ้นอีก

เพียงแต่ ฝ่ายใดจะเป็นผู้ลงมือ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ สำเร็จแล้วจะครองอำนาจอย่างไร ซึ่งจะส่งผลต่อกระแสต่อต้านจะมากแค่ไหน มหาอำนาจจะสนับสนุนหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ซึ่งหมายความว่า แนวทางใดก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ตราบใดที่กองทัพคือเจ้าของอำนาจตัวจริง ไม่ใช่อำนาจเป็นของปวงชนในอารยประเทศ.