Get Adobe Flash player

รัฐธรรมนูญที่ไม่บกพร่อง

Font Size:

ช่วงเวลาที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำลังทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ได้มาซึ่ง “รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด” มาใช้กับบ้านเมือง ข้อเสนอต่างๆ ถูก “โยนหินถามทาง” ผ่านสื่อฯ เพื่อฟังเสียงสะท้อน ก่อนที่จะมีการลงรายละเอียดเป็นรายมาตรา

ความหวังของพี่น้องประชาชนในการปฎิรูปการเมือง หวังที่จะเห็นประเทศชาติเดินไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง ความหวังที่จะให้บ้านเมืองปราศจากการทุจริต คอร์รัปชั่น แม้จะรู้ว่ายาก แต่ก็ยังแอบหวัง และฝากความหวังไว้กับกลุ่มบุคคล ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานนี้ โดยเห็นว่าทุกคนปราศจากอิทธิพลและผลประโยชน์ทางการเมือง

บางคนแย้งว่า กรรมาธิการฯ ที่มาจากรัฐประหาร แม้ได้รัฐธรรมนูญ ก็เป็นรัฐธรรมนูญจากเผด็จการ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

แต่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งก็มองว่า นี่ก็คือประชาธิปไตย ที่ประชาชน “เลือกทหาร” เข้ามาจัดการกับปัญหาหมักหมม ที่นักธุรกิจการเมือง นักเลือกตั้ง ได้สร้างปัญหาให้กับประเทศ เป็นการเลือก “ที่ไม่เลือกนักเลือกตั้ง”

ภาษิตฝรั่งโบราณ เคยกล่าวเอาไว้ว่า “รัฐยิ่งเสื่อม กฎหมายยิ่งมาก” เรามองว่าประเทศไทย กำลังเป็นไปตามภาษิตนั้น การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (อีกฉบับ) ของประเทศไทย ที่พยายามครอบคลุม แก้ไขทุกปัญหาทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้น แก้ปัญหานักการเมืองที่เคยสร้างปัญหา คงเป็นไปไม่ได้ และแทบจะไม่มีความจำเป็นที่จะพยายามสร้างรัฐธรรมนูญให้เป็นยาวิเศษ แต่ความพยายามที่จะทำให้ดีที่สุด ถึงเป็นความตั้งใจที่ควรให้การสนับสนุน

การร่างรัฐธรรมนูญที่ป้องกันนักการเมืองชั่ว ที่อยู่ในสายตาของสองพรรคการเมืองใหญ่ที่อยู่กันคนละขั้ว ย่อมเป็นเรื่องยากลำบากที่สุด

นักการเมืองที่คร่ำหวอด ต่อการวางหมากกล การใช้สำนวนโวหารเชือดเฉือน การสร้างภาพผ่านสื่อฯ ทำให้ฝ่ายตนดูดีในสายตาประชาชน

เป็นอุปสรรคมากมาย ต่อการกำหนดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ผลการโยนหินถามทาง ถูกต่อต้านแทบทุกจุด เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงก็ไม่ดี เอาคนนอกเข้ามาก็ไม่ดึ ขนาดสองพรรคใหญ่ที่เคยอยู่คนละขั้ว ยังประสานผลประโยชน์เมื่อรู้ตัวว่าจะเสียผลประโยชน์ ดูเหมือนอะไรก็ไม่ถูกใจไปหมด  

ซึ่งเรามองว่า รัฐธรรมนูญที่ถูกใจนักการเมืองนั้นไม่มี รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดก็ไม่มี เหมือนนิยายจีนเรื่องคนจูงลา

พ่อเป็นชาวนา จูงลาไปรับลูกที่สอบได้จอหงวน ขากลับลูกให้พ่อนั่งบนหลังลาก่อน เพราะเห็นว่าพ่อมาเหนื่อยๆ แล้วตัวเองจูง ผ่านทางชาวบ้านนินทาว่าพ่อเอาเปรียบลูก ผ่านมาระยะหนึ่งพ่อหายเหนื่อยแล้วจึงเปลี่ยนให้ลูกนั่งบ้าง แล้วพ่อจูง ผ่านหมู่บ้านชาวบ้านก็ว่าลูกอกตัญญู

พ่อบอกกับลูกว่า แม้เราจะทำอะไรก็ไม่พ้นคนนินทา เราลองขึ้นขี่ทั้งสองคนดูซิ แล้วก็จริงชาวบ้านรุมด่าว่าทรมานสัตว์ เลยลงจากลาแล้วเดินไป ผ่านหมู่บ้าน ก็ถูกว่า โง่ มีลาแล้วไม่ขี่

คนเขียนรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต่างอะไรกับ นิทานคนจูงลา ท่านจะไม่มีวันที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกใจนักการเมือง

เราจึงเห็นว่าคราวนี้ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ท่านต้องใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจ ถ้าสิ่งไหนที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ หรือปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ก็ขอให้ทำ ที่คาดการณ์ล่วงหน้าว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเกิดอย่างนี้ อย่าเพิ่งเชื่อ มันอาจเกิด หรือไม่เกิดก็ได้ เพราะเป็นเพียงสิ่งที่เรียกว่า มโน.