Get Adobe Flash player

เหรียญสองด้าน ดาบสองคม

Font Size:

 

เว็บไชต์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ นำเสนอข่าว เครือข่ายจังหวัดจัดการตนเอง นำโดย นายสวิง ตันอุด ผู้ประสานงานเครือข่ายจังหวัดปกครองตนเองภาคเหนือ ได้นำตัวแทน เครือข่ายจังหวัดภาคต่างๆ เข้ายื่นหนังสือต่อ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฎิรูปแห่งชาติ เพื่อขอให้เร่งรัดออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยเรื่องจังหวัดปกครองตนเองให้แล้วเสร็จ ควบคู่ไปกับการจัดทำรัฐธรรมนูญและขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

โดยระบุว่า เพื่อสนับสนุนเครือข่ายจังหวัดจัดการตนเอง ที่จะเข้าไปขับเคลื่อนงานเพื่อทำความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนในระดับพื้นที่ ซึ่งได้เสนอร่างกฎหมายจังหวัดปกครองตนเองจำนวน 4 ฉบับ

ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการปัตตานีมหานคร, ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร, ร่างพระราชบัญญัติจังหวัดระยองจัดการตนเอง, และร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดจัดการตนเองมากกว่า 50 จังหวัดที่เข้าร่วม พร้อมกับได้เสนอให้รัฐธรรมนูญเน้นไปสู่การกระจายอำนาจ แทนการรวมศูนย์อำนาจอย่างที่ผ่านมา

นายสวิง กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯมองว่าการรวมศูนย์อำนาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำลายความเป็นชุมชนดั้งเดิม นำไปสู่วงจรอุบาทว์ การผูกขาดการเมือง จนเกิดการรัฐประหารหลายครั้ง ดังนั้นเพื่อให้การปฏิรูปเกิดความสำเร็จ สามารถแก้ไขปัญหาพื้นฐานทั้งหมดของประชาชน จึงเสนอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บัญญัติหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญ ทั้งเนื้อหาว่าด้วยการปกครองตนเอง อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน, กระจายอำนาจโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง คำนึงถึงภูมินิเวศน์ พื้นที่วัฒนธรรม หรือพื้นที่เขตปกครอง, การให้ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้บริหาร และสภาท้องถิ่นในพื้นที่ของตนเอง รวมทั้งมีสิทธิจัดการด้านการคลัง และรายได้ในพื้นที่ของตนเอง

ตลอดจนให้มีสภาพลเมืองในระดับพื้นที่ทุกระดับ เพื่อวางแผนพัฒนาพื้นที่ ควบคุม ตรวจสอบ ถ่วงดุล และกำหนดทิศทางในการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง

จากเรื่องดังกล่าว มีหลายประเด็นที่น่าจะมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางก่อนที่จะมีการสรุป ว่าการปกครองตนเองมีขอบเขตแค่ไหน จังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย สมควรที่จะปกครองตัวเองหรือไม่ เพราะเหตุใด ถามประชาชนแล้วหรือยัง ได้คำตอบว่าอย่างไร

ในมุมมองด้านดี เราเห็นด้วยในการที่จะทำให้ท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง โดยไม่ต้องแบมือขอ ร่วมกันสร้าง ตำบล อำเภอและจังหวัด ให้สามารถพัฒนาไปตามความต้องการของคนท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นมีสิทธิ์ มีเสียงสามารถกำหนดอนาคตตัวเองได้ ทั้งด้านอาชีพ วัฒนธรรม บริหารจัดการจัดเก็บภาษี ดูแลด้านสาธารณูปโภค การศึกษา ฯลฯ

แต่ภาคทฤษฎี หรือมโนภาพ จะสร้างให้ดูหรูอย่างไรก็ได้ แต่ในความเป็นจริง การปกครองตนเองจะสามารถดูแลประชาชนได้จริงหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่จะต้องคิดให้รอบคอบ

แต่ถ้ากล่าวเฉพาะเมืองปัตตานี อาจรวมยะลา และนราธิวาส เรากลับเห็นด้วยกับข้อเสนอปกครองตัวเอง นั่นเพราะประชาชนและวัฒนธรรมที่มีลักษณะที่พิเศษ การดูแลกันเองน่าจะสร้างความเข้าใจในหมู่ชนมากกว่าจากรัฐบาลกลาง

แต่สำหรับจังหวัดอื่นๆ ผู้นำเครือข่าย อย่าได้มองเพียงแค่ความสะใจ หรืออ้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม หรือความต้องการอนุรักษ์ชุมชนดั้งเดิม หรือกล่าวโทษว่าการเมืองทำให้บ้านของตนไม่เจริญ

ขอให้มองที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจ ว่ามีความพร้อมแค่ไหน รายได้ประชากรเป็นอย่างไร มีแผนพัฒนาระยะยาวแบบไหน

การอ้างว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน จึงต้องปกครองกันเอง ยังไม่มีน้ำหนักพอ เพราะอาจนำพาประชาชนไปลำบาก

แม้ประเทศที่เจริญแล้ว หลายเมืองประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่มีเงินจ่ายลูกจ้างของรัฐ ไม่มีงบประมาณมาพัฒนาบ้านเมือง

เมืองบางเมืองจึงล้มละลาย ท่านพร้อมจะรับผิดชอบตรงนี้หรือไม่