Get Adobe Flash player

เสรีภาพที่ไร้จรรยาบรรณ

Font Size:

ข่าวมือปืนจำนวนหนึ่ง บุกใช้อาวุธร้ายแรง บุกเข้าอาคารสำนักงานหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์แนวเสียดสี "ชาร์ลี เอบโด" ในช่วงที่กองบรรณาธิการ นสพ.ดังกล่าวกำลังประชุม ก่อนลงมือสังหารโหด ด้วยอาวุธร้ายแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ในจำนวนนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมอยู่ด้วย 2 นาย รวมทั้งผู้บาดเจ็บสาหัส อีกจำนวนหนึ่ง

ข่าวระบุว่า หลังก่อเหตุมือปืนตะโกนว่า "เราได้แก้แค้นให้ศาสดาแล้ว" ก่อนที่จะจี้รถยนต์หลบหนีไป

ต่อมาเหตุการณ์ก็ลุกลามบานปลาย ทั้งมีการฆ่าตำรวจ จับคนผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกัน การฆ่าตัวประกัน การไล่ล่า ฯลฯ ลงท้ายก็มีผู้เสียชีวิตอีกหลายราย รวมทั้งผู้ลงมือก่อเหตุ ต้องตายตกไปตามกัน

รายงานระบุว่า เหตุยิงถล่มกลางปารีสครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งร้ายแรงที่สุดในฝรั่งเศสในรอบหลายสิบปี โดยในตอนนี้ทางการฝรั่งเศสได้ยกระดับการเตือนภัยขั้นสูงสุด

ข่าวกล่าวว่า หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ชาร์ลี เอบโด เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549 เมื่อนำภาพการ์ตูนล้อศาสดาโมฮัมหมัด ทำให้จุดกระแสโกรธแค้นในโลกมุสลิม แต่ก็ยังไม่หยุด ยังตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อศาสดาศาสนาอิสลามอีก แม้เคยถูกฟ้องด้วยกฎหมายต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ รวมถึงเมื่อเดือนกันยายน 2555 ชาร์ลี เอบโด ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนศาสดา ทั้งที่ในช่วงนั้นชาวมุสลิมในหลายประเทศทั่วโลก กำลังออกมาประท้วงด้วยความโกรธแค้นหนังทุนต่ำ "อินโนเซนส์ ออฟ มุสลิมส์" ที่สร้างในสหรัฐและชาวมุสลิมถือว่าหมิ่นศาสนา

ทั้งรัฐบาลฝรั่งเศส บุคคลสำคัญต่างๆ รวมทั้งประชาชนจำนวนมาก ต่างพากันประณามการกระทำดังกล่าว

แต่ในทางกลับกัน น้อยคนที่จะตั้งคำถามว่า เสรีภาพของสื่อมวลชน มีขอบข่ายแค่ไหน สื่อฯ มีสิทธิ์ที่จะกระทำต่อผู้อื่น ทำร้ายจิตใจของผู้อื่น กระทำหยามเหยียด ต่อสิ่งซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของผู้อื่น กระนั้นหรือ

เรามองว่า สิ่งที่เกิดขึ้น แม้ผู้กระทำการสังหาร คือผู้ทำผิดหฎหมาย แต่สาเหตุที่แท้จริงเกิดจาก “เสรีภาพที่ไร้จรรยาบรรณ” ของสื่อเอง ที่ขาดความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน โดยไม่สนใจว่ากระทบต่อจิตใจของใคร

ศาสนา วัฒนธรรม เชื้อชาติ ที่แตกต่าง มีพื้นฐานการเพาะบ่มสะสมด้วยกระบวนการอันยาวนานของมวลมนุษย์ เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันของหมู่ชน แม้จะแตกต่าง แต่ในความต่างนั้น ก็มีความงดงามในตัวตนของแต่ละวัฒนธรรม และมีความละเอียดอ่อน ซึ่งผู้ที่เจริญ จะไม่ล่วงเกินกันและกัน

ตรงกันข้าม กลับต้องอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติและเคารพ

ในประวัติศาสตร์ ผู้คนในโลกที่เจริญทางวัตถุ มักมองว่า เชื้อชาติ หรือชนชาติอื่น เป็นพวกที่ล้าหลัง โลกตะวันตก ตั้งตนเป็นเจ้าโลก รุกรานประเทศที่อ่อนแอกว่า ล่าอาณานิคม ลักขโมยทรัพยากรธรรมชาติ ย่ำยีมนุษย์ด้วยกันที่ต่างเผ่า ราวกับว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่คน

การดูถูกเหยียดหยามของบุคคลในชาติที่เจริญ ต่อคนชาติอื่น จึงยังคงติดมาถึงปัจจุบัน ซื่งแน่นอนว่า สิ่งนั้นไม่ใช่เสรีภาพ

“ชาร์ลี เอบโด” จึงเป็นบทเรียนที่สำคัญ ของการยั่วยุ ย่ำยีที่ไม่คำนึงถึงความเจ็บปวดของถูกกระทำ เหมือนมีความสุข บนความทุกข์ของผู้อื่น ในทางคตินิยม ที่ชาวยุโรปอาจเข้าไม่ถึงคือ พระศาสดาในทุกศาสนาเป็นของสูง ที่ควรค่าต่อการเคารพเทิดทูน การทำร้ายพระศาสดา ก็เหมือนเอามีดมากรีดหัวใจกัน เพราะฉะนั้น การที่มีคนจำนวนหนึ่งเสียชีวิต ประเทศชาติฝรั่งเศสเสียหาย จึงไม่ใช่ความผิดของผู้ก่อเหตุฝ่ายเดียว แต่เป็นความผิดของ “ชาร์ลี เอบโด” ที่ต้องรับผิดชอบความสูญเสียนี้ ด้วยเช่นกัน

ทางแก้คือ ควรกำหนดขอบเขตของเสรีภาพที่ไร้จรรยาบรรณ.