Get Adobe Flash player

มาตรการสกัดคนโกง

Font Size:

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ถูกเชิญไปพูดในวันคล้ายวันสถาปนาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ครบรอบ 60 ปี ท่านบอกว่า ชาติบ้านเมืองของเรามีปัญหา 2 อย่าง คือ 1.เรื่องความยากจน ถือเป็นภาระของรัฐบาล หรือผู้ที่ทำหน้าที่อยู่ต้องช่วยกันแก้  เรื่องที่ 2.คือเรื่องของการโกงชาติ

พล.อ.เปรม ยกเอาปัญหาที่ 2 ว่าเป็นภาระของคนไทยทุกคน เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแล ให้มีการโกงชาติให้น้อยลง ต้องช่วยกันใส่ใจ ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรกับปัญหานี้

ตอนหนึ่ง พล.อ.เปรม เสนอว่าต้องสอนให้คนรู้จักตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ทั้งรู้จัก และลงมือกระทำ ซึ่งถ้าทำได้ ก็หมายความว่าคนโกงชาติจะน้อยลง

ต้องมีความมั่นใจว่า เราไม่โกงก็มีชีวิตได้ ไม่เดือดร้อน  ถ้าเป็นคนเก่งขยัน ไม่โกงก็สามารถมีฐานะดีได้

พล.อ.เปรม สนับสนุนให้ประชาชน ไม่ให้ราคากับคนโกง ไม่ว่าจะเป็นใครใหญ่โตแค่ไหน ก็ไม่ต้องไปไหว้ ไม่ต้องไปแสดงความเคารพนับถือ ต่อให้มีบารมีมากแค่ไหน ขอให้แสดงความขยะแขยงรังเกียจ

จะต้องแสดงให้เขาเห็นว่า รู้ว่าคุณรวย แต่รวยเพราะโกงเขามา

พล.อ.เปรม อยากเห็นใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงเสนอให้มีการศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง ต้องรวดเร็ว รุนแรง  เด็ดขาดเพื่อให้มีคนดีมากกว่าคนโกง จะต้องช่วยกันสร้างคนดี และดูแลคนรอบข้างไม่ให้โกง

ข้อเสนอของ พล.อ.เปรม ได้รับการขานรับเป็นรูปธรรม โดยประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ยืนยันว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีบทบัญญัติตามข้อเสนอของพล.อ.เปรม ที่เห็นว่าควรมีศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง เพื่อนำคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นไปพิจารณาโดยรวดเร็ว ซึ่งกำหนดให้มีแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณ ในศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด

ทั้งนี้ในขั้นตอนของการไต่สวนนั้น หากพบว่ามีพฤติกรรมที่ส่อว่ามีการกระทำที่ทุจริตศาลสามารถสั่งให้ยุติการกระทำได้ หรือหากพบว่าการกระทำนั้นสร้างความเสียหายให้กับเงิน หรือทรัพย์สินของแผ่นดิน สามารถสั่งให้บุคคลนั้นคืนเงินหรือทรัพย์สินต่อแผ่นดินได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร คงต้องให้เวลากับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เรามีความเห็นเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบคนโกง ต้องให้คลุมไปทุกภาคส่วน ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฯลฯ อิทธิพลหัวเมือง ไปจนถึงระดับผู้บริหารพรรคการเมือง นักการเมือง ผู้มีอำนาจทางการเมือง แม้แต่ผู้บริหารใน คสช.เอง

ชัดเจนคือ ต้องตั้งเป็นองค์กร ที่มีอำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่อยู่ในข่ายสงสัย รวมทั้งมีการสุ่มตรวจ ว่าปีไหน ท่านมีรายได้เท่าไร ไปทำอะไรมา ได้มาอย่างไร ถ้าเป็นเรื่องจริงก็สามารถตรวจสอบได้ง่ายดาย แต่ถ้าไม่จริง ต้องไปหาข้อแก้ตัวที่น่าเชื่อ

พอได้ตรงนี้ ให้ตรวจสอบประวัติการเสียภาษีในแต่ละปี สัมพันธ์กับรายได้หรือไม่ ถ้าไม่ อย่างน้อยถ้าพบว่าไม่ตรง ก็ต้องจ่ายภาษีย้อนหลัง 

เราเชื่อว่า นี่จะเป็นหลักฐานสำคัญ และสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม.