Get Adobe Flash player

ลิขสิทธิ์กับผู้บริโภค

Font Size:

 

จากข่าวค่ายเพลงแห่งหนึ่ง ได้ขึ้นข้อความท้ายมิวสิควีดีโอแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านอาหาร คาราโอเกะ ฯลฯ หรือร้านค้าทั่วไป ว่า

"หากมีการเปิดเพลงในสถานประกอบการ ถือว่าท่านกำลังเผยแพร่ลิขสิทธิ์เพลง จำเป็นต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีภายหลัง เปิดเพลงให้ถูกต้อง ถูกใจ ไม่ถูกจับ" พร้อมระบุหมายเลขโทรศัพท์ สำหรับติดต่อสอบถามเรื่องลิขสิทธิ์เพลง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ในการแสวงหาผลกำไรอย่างกว้างขวาง

มีความเห็นจากโซเชียลมีเดีย โดยนายกฤษดา ดวงชอุ่ม ทนายความ ระบุว่า จากกรณีที่บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงรายใหญ่ของไทย ขึ้นข้อความหลังคลิปมิวสิคโวดิโอที่เพิ่งอัพโหลดใหม่ แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือร้านค้าทั่วไป ว่าการเปิดเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ ให้ลูกค้าฟังผ่านยูทูบก็ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากต้องการเปิดแบบถูกต้อง จะต้องติดต่อขอสิทธิ์กับทางบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปการเปิดผ่านยูทูบ จะอนุญาตให้รับชมได้เฉพาะเป็นการส่วนตัวหรือในที่อยู่อาศัยเท่านั้น

โดยได้อ้างถึง เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องซึ่งพอจะเทียบเคียงได้ จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8220/2553

จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลงฯ อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฎว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าฟังเพลง โดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง

ที่ยกมา เป็นกรณีหนึ่ง ในหลายกรณี ที่ควรได้รับการกล่าวถึง

กฎหมายลิขสิทธิ์ในวงการเพลง สายตามักจะมองไปที่เจ้าของลิขสิทธิ์ ว่าเมื่อเป็นเจ้าของผลงาน เจ้าของมันสมอง ก็ควรจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่ในทางกลับกัน ผู้บริโภคก็คือผู้ให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา คือผู้ซื้อ ผู้เสียเงิน และกลับกลายเป็นผู้ถูกกำหนด ให้ต้องเป็น ตามที่ผู้ต้องการให้เป็น

เริ่มจากรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ ถูกกำหนดโดยค่ายเพลงผู้ทรงอิทธิพลต่างๆ คล้ายกับเป็นกำหนดโดยกลายๆ ให้ผู้เป็นประชาชนของประเทศ ต้องฟังต้องดูสิ่งที่สื่อฯ ต่างๆ เป็นผู้นำเสนอ เหมือนเป็นการโฆษณาสินค้ากรอกหู ให้ผู้ชมผู้ฟังคล้อยตาม แทบไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถแต่ไม่มีอิทธิพล ได้มีเวที ส่วนผู้บริโภคแทบไม่มีโอกาสเลือกในสิ่งที่ชอบ แต่เมื่อผู้บริโภค เลือกซื้อเพลง กลับมีข้อจำกัดเรื่องการเปิดเพลง หรือการนำเพลงที่จำมาจากทีวี วิทยุ หรือซีดีเพลง มาร้อง กลับพบปัญหาในเรื่องลิขสิทธิ์

หลายโอกาส ที่ผู้บริโภค นำเพลงไปใช้ในกรณีต่างๆ กลับถูกจับกุมดำเนินคดี หรือถูกข่มขู่จากกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของเจ้าของลิขสิทธิ์ มาโดยตลอด

แทบจะเรียกว่า ผู้ผลิต ให้โอกาสผู้บริโภค น้อยจนแทบจะเรียกว่าแล้งน้ำใจ เราจึงอยากจะวิงวอน ให้มีการปรับปรุงกฎหมายอย่าให้เกิดความรู้สึกว่า ผู้บริโภค ไม่มีสิทธิร้องขอหรือต่อรองใดๆ