Get Adobe Flash player

นายกฯ อย่าฉุนเฉียว

Font Size:

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ประเทศชาติเผชิญปัญหาวิกฤติ สิ่งที่สัญญาไว้แต่แรกก็คือ จะคืนความสุขให้ประชาชน ถึงขนาดแต่งออกมาเป็นเพลง

ท่ามกลางความแตกแยกของคนในชาติ ที่อาจบานปลายรุนแรง ถึงขั้นสงครามกลางเมือง การที่คณะทหารเข้ามาระงับเหตุ ก็ยังดีกว่าที่จะปล่อยให้คนในชาติต้องเข่นฆ่ากัน แม้จะต้องแลกด้วยเสรีภาพ หรืออยู่ภายใต้กฎอัยการศึกสักระยะหนึ่ง แต่ถ้าสามารถยุติปัญหาได้ การรอคอยก็ไม่เสียเปล่า

การแก้ปัญหาของชาติ ไม่มีใครจะได้ในสิ่งที่อยากได้ทั้งหมดในทันที แต่ต้องไปให้ถึงเป้าหมาย ซึ่งคุณค่าไม่ได้อยู่ที่ถึงหรือไม่ถึง แต่อยู่ที่ความเพียรในการฝ่าฟันต่างหาก

นักปกครองที่มาจากสายทหาร เคยชินระบบของคำสั่ง จากบนสู่ระดับล่าง ลดหลั่นลงไป เพราะฉะนั้น เมื่อทหารมาทำงานการเมือง ก็ยังคงเคยชินกับการออกคำสั่ง แต่ในทางการเมือง ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะความหลากหลายของปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน

เมื่อสั่งการไม่ได้ ถ้าผู้นำเกิดอาการโกรธเกรี้ยว ทำให้ภาพที่สู่สายตาประชาชนขาดความสง่างาม ซึ่งเราไม่อยากเห็นนายกรัฐมนตรี มีภาพลักษณ์เป็นเช่นนั้น

เช่นประโยคที่นายกฯ กล่าวว่า “อะไรกันนักหนา ผมไม่เข้าใจ จะต้องเมื่อนี้ เมื่อนั้น โดยเฉพาะของผู้จัดการเปิดอ่านดูไม่ได้สักหน้าหนึ่ง เป็นบ้ากันไปหรืออย่างไร เขียนอะไรไม่รู้กันทุกวัน จะเอาอะไรกันหนักหนา เก่งหนักหนา มึงมาบริหารงานมา มาเป็น ส.ส.เลย ไอ้ชัชวาล ไอ้โสภณ พวกนี้รัฐบาลนี้พูดจาแบบนี้จะว่าผมก็ว่ามา”

“เอามากันสักที แล้วช่วยกันตัดสินดูสิว่า ไอ้นี่มันเขียนดีหรือไม่ เดี๋ยวฉันจะบอกว่าไม่ต้องไปซื้อ ตกงานกันให้หมด”

ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ทำให้นายกอารมณ์เสีย รวมทั้งเหตุการณ์ฝนตก น้ำท่วมใน กทม. กรณีการวิพากษ์วิจารณ์ของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ฯลฯ

นายภัทระ คำพิทักษ์ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ในลักษณะการใช้เชิงอำนาจไม่ได้เป็นผลดีต่อนายกฯ

เช่นเดียวกัน เราเห็นว่า เมื่อนายกฯ เสนอตัวเองเข้ามาบริหารประเทศ สิ่งที่นายกฯ รู้แต่แรกว่าจะต้องเจอก็คือปัญหา และต้องแก้โจทย์ที่ยากแน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องรักษาความเชื่อมั่นด้วย

เพราะยังมีคนทั้งประเทศที่พังข่าวนายกฯ ทุกเช้า ฟังนายกฯ พูดทุกวันศุกร์ และรอที่จะเห็นการแก้ปัญหาของชาติให้ดีกว่าที่นักการเมืองเคยทำ

ประชาชนที่ให้โอกาสและเวลาในการทำงาน อยากเห็นนายกฯ อดทนต่อทุกแรงเสียดทาน เหมือนหัวหน้าครอบครัว ที่ต้องใช้ความสุขุมแก้ปัญหา ให้ทุกชีวิตในบ้านสบายใจ “เหมือนนักมวยที่ต้องรักษารูปมวยและเก็บอาการเมื่อถูกอาวุธฝ่ายตรงข้าม

เพราะความเป็นคน มีความหลากหลาย ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยว่าบางคนในชาติ เขาไม่เห็นด้วยกับการปกครองระบบนี้ จะให้เขานิ่งไม่ออกมาตอบโต้เลย ก็ดูจะผิดธรรมชาติเช่นกัน

ส่วนสื่อฯ ซึ่งมักจะถูกมองจากฝ่ายอำนาจว่าชอบสร้างปัญหา แต่นายกฯ ก็มองข้ามไปว่า สื่อฯ ก็ประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล แม้หนังสือพิมพ์ที่น่ายกฯ เกรี้ยวกราดใส่ คือผู้ที่ถ่ายทอดทุกคำพูด ทุกวันศุกร์ ที่นายกพบประชาชน

เช่นเดียวกัน คำวิจารณ์ ก็แค่ความเห็นส่วนบุคคล ผู้อ่านจะเป็นผู้ใช้วิจารณญาณได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกโกรธ หรือไม่โกรธ.