Get Adobe Flash player

การยกเลิกกฎอัยการศึก

Font Size:

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. (ในขณะนั้น) ได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศ สิ่งที่ได้ทำควบคู่กันไปคือ การประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ทั้งนี้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เป็นการเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเต็มในการดูแลประเทศ

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ การระงับปราบปราม หรือ การรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร

มีอำนาจที่จะตรวจข่าวสาร สื่อฯ  ตรวจค้น ไม่ว่าที่ตัวบุคคล ในยานพาหนะ เคหสถาน สิ่งปลูกสร้าง หรือที่ใดๆ และไม่จำกัดเวลา

ส่วนข้อห้าม มีตั้งแต่ห้ามมั่วสุมประชุมกัน ห้ามจำหน่าย จ่ายหรือแจก ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์

ที่จะห้ามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือส่งซึ่งวิทยุโทรทัศน์ ห้ามใช้ทางสาธารณะเพื่อการจราจร

ที่จะห้ามมีหรือใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออาวุธ ห้ามออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด

เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจกักตัวบุคคล ไม่เกินกว่า 7 วัน

จากการปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งหากมีความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใด จะร้องขอค่าเสียหายหรือค่าปรับอย่างหนึ่งอย่างใดแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้ ฯลฯ

เพราะประกาศกฎอัยการศึก ทำให้บ้านเมืองซึ่งอยู่ในความแตกแยกอย่างรุนแรง สงบลงได้ ทำให้สามารถกวาดล้างกลุ่มบุคคล ครอบครองอาวุธสงคราม ระงับการก่อเหตุได้ในระดับหนึ่ง

แต่เพราะกระแสกดดันจากประเทศมหาอำนาจในหลายๆ ด้าน ทำให้รัฐบาลต้องประกาศยกเลิกกฎดังกล่าว โดย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 เมษายน 2558 สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มีการอ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกกฎอัยการศึกทั่วประเทศแล้ว โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ใจความสำคัญ ไม่ต่างกันมากนักจากกฎอัยการศึก เพียงแต่อำนาจนี้ อยู่ที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง

มีความเห็นจากพระสุเทพ ปภากโร ว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ไม่ใช่ยุคที่บ้านเมืองเป็นปกติ ผู้มีอำนาจ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมายพิเศษ ในการควบคุมรักษาสถานการณ์ของบ้านเมือง เพราะถ้าบ้านเมืองไม่สงบ ไม่เรียบร้อย จะแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้

รัฐบาลจึงต้องมีเครื่องมือ คือ กฎอัยการศึก เมื่อใช้แล้วก็มีประเทศต่างๆ พวกฝรั่งออกมากดดัน เรียกร้องให้ยกเลิกการใช้กฎอัยการศึก แม้เราก็ไม่เห็นด้วยกับต่างชาติ แต่ประเทศไทยอยู่เพียงลำพังโลกไม่ได้ ต้องตัดสินใจยกเลิก แต่เมื่อยกเลิกแล้วก็ต้องมีเครื่องมืออื่นมาใช้แทน ที่ต้องมั่นใจว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้

แต่ถ้ามองด้วยสายตาคนอื่น ด้วยความคิดอย่างอื่น ไม่มีวันที่จะเข้าใจเขาได้

เช่นเดียวกับที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ว่า เมื่อยกเลิกกฎอัยการศึก สิ่งที่ต้องนำมาใช้แทน ก็คือ จะเป็นระดับเดียวกันกับกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎหมายความมั่นคง คือมาตรา 44 ซึ่งครอบคลุมสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดโดยนำมาใช้ในเชิงสร้างสรรค์ มาแก้ปัญหา ไม่ได้คุกคามหรือทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจแก่ใคร

กระนั้นก็ตาม ยังมีกระแสการกดดัน จากฝ่ายการเมืองที่สูญเสียอำนาจ ที่ออกมาประสานเสียงเพื่อให้ได้ยินไปทั่วโลก ให้กดดันรัฐบาลต่อไปอีกไม่สิ้นสุด

รัฐบาลทหาร จะสามารถสกัดกั้นวงจรอุบาทว์ของนักธุรกิจการเมือง จะแก้ปัญหานักเลงใหญ่แห่งโลก พร้อมๆ กับการปฎิรูปประเทศได้หรือไม่ โดยวิธีใด

เราต้องติดตาม.