Get Adobe Flash player

ความจำเป็นของประเทศไทย

Font Size:

เป็นที่รู้กันว่า คสช.มีความจำเป็นต้องเข้ามายึดอำนาจ เพื่อแก้ปัญหาการเผชิญหน้า หาทางจัดระเบียบสังคม ปฎิรูปประเทศ พยายามขจัดการทุจริต คอรัปชั่นเชิงนโยบาย ที่เรื้อรังมายาวนาน

ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ที่หลายชาติเห็นว่าเป็นวิธีการปกครองที่ดีที่สุด แต่ประสบปัญหาสำหรับประเทศไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองไทยสร้างปัญหาไว้มากมาย สร้างความแตกแยกให้คนในชาติอย่างรุนแรง ประเทศเต็มไปด้วยการประท้วง ทำได้แม้แต่การล้มประชุมระดับนานาชาติ การเผาบ้านเผาเมือง และการเข่นฆ่าผู้คนด้วยอาวุธสงคราม

แต่การที่ รัฐบาล คสช.เข้ามาจัดระเบียบ คนไทยอาจมองว่าเป็นความจำเป็น แต่ดูเหมือนว่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ กลับมองไม่เห็น และเลือกที่จะยืนข้างผลประโยชน์ของชาติตน

มหามิตร เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย วิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ เพิ่มความเข้มข้นในการกดดัน เช่นไม่ให้เกียรติ โดยไม่ส่งเอกอัครราชทูต มาประจำในประเทศไทย ตัดความร่วมมือช่วยเหลือในหลายๆ อย่าง ทำสิ่งที่เรียกว่าจากเบาไปหาหนัก

ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างหมางเมินของสหรัฐอเมริกา ที่มีต่อรัฐบาล คสช.

รัฐบาลไทยไม่มีทางเลือก โดยในสัปดาห์นี้รัฐบาลหันมากระชับความสัมพันธ์กับสองมหาอำนาจ ของค่ายสังคมนิยม

โดยนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขยายความร่วมมือในสาขาต่างๆ บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน นับเป็น ครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ในสัปดาห์เดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ  นำคณะที่ประกอบด้วย รมต.หลายกระทรวง นายทหารในกองทัพ ไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง

เป็นครั้งแรกๆ ที่ประเทศไทยเปิดกว้างในการคบเพื่อน ปรับความสัมพันธ์ กับมหาอำนาจ ขยับความสัมพันธ์เรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง ฯลฯ   

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์ว่า นี่เป็นรูปแบบการทูตสมัยใหม่ที่มองถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก การคบหาสมาคมกับจีนและรัสเซียนั้นอยากให้มองว่าเป็นการแสดงจุดยืนของไทย มากกว่าจะเป็นการหาทางรับมือกับทางสหรัฐอเมริกา เพราะไทยไม่ได้ประกาศเป็นศัตรูกับอเมริกาแต่อย่างใด

มีความเห็นจากจากนายเจือ รัตนพันธุ์ สื่อมวลชนไทยในซานฟรานซิสโก ที่มองว่า ล็อบบี้ยีสอเมริกา กำลังพาประเทศห่างมหามิตร โดยมองว่า นโยบายอเมริกา พยายามสร้างกระแสกดดันถล่มประเทศไทย ตั้งแต่ให้ยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วยังเปิดเกมรุกไล่ ม.44  

ในขณะที่รัฐบาลไทย ก็พยายามประคับประคองและมองหาตัวช่วยเพื่อสร้างดุลอำนาจ ด้วยการสร้างสัมพันธ์กับมหาอำนาจจีน รัสเซีย

เพราะทุกวันนี้ไม่มีโลกเสรี และโลกคอมมิวนิสต์ เป็นโลกของมนุษยชาติที่อยู่รวมกันบนเงื่อนไขความเสมอภาค อเมริกากำลังจะสูญเสียมหามิตรดีๆ ซื่อๆอย่างไทย ที่คบค้ากันมานานกว่า 180 ปี ด้วยผลประโยชน์ มากกว่าความจริงใจแห่งมหามิตร เพราะทั้งสื่อและบริษัทล็อบบี้ยีสต่างชี้นำทำเนียบขาวให้คล้อยตามไปในทิศทางเดียวกัน รุกไล่ไทย แต่ในโลกใบนี้ไม่ใช่จะมีมหาอำนาจอเมริกาประเทศเดียว

เรา... ไม่อาจทำนายได้ว่า สิ่งที่รัฐบาลไทยตัดสินใจเช่นนี้ จะเป็นผลดี หรือผลเสีย แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้คือ ประเทศไทยควรเปลี่ยนจากการ “รักใครจนหมดหัวใจ” อย่างที่ไทยมีต่อสหรัฐ และทำตามที่สหรัฐให้ทำมาโดยตลอด จนถูกมองว่าเป็นลูกน้อง และป็นลูกไก่ในกำมือ ที่ลูกพี่จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด โดยไม่เผื่อความผิดหวังเอาไว้เลย

การที่ไทยหันมายืนอยู่บนโลกกว้างด้วยลำแข้งของตัวเอง มุ่งผลประโยชน์ของชาติ ไม่ต้องอิงแอบเหมือนเป็นประเทศราชของใคร ถือว่าเป็นการดี เพราะถึงเวลาที่เราเคารพในเอกราชของเราเอง.