Get Adobe Flash player

อย่ามองแค่รัฐธรรมนูญ

Font Size:

พรรคเพื่อไทยโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค และ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ได้ร่วมกันชี้แจงท่าทีของพรรคเพื่อไทย ที่มีความห่วงใยในประเด็นเนื้อหาในร่างฯ ดังกล่าวว่า รัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่ในขณะนี้ อยู่บนพื้นฐานที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ไว้วางใจ ไม่เคารพประชาชนและยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน

ในเบื้องต้น พรรคเพื่อไทยวิจารณ์ในประเด็นระบบรัฐสภา การเลือกตั้งรูปแบบใหม่และหลักการใหม่บางข้อที่กรรมาธิการนำเสนอ โดยเห็นควรที่จะให้ประชาชนได้ใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์ และให้ข้อมูลอีกด้านเพื่อจะร่วมกันผลักดันกติกาที่จะเกิดขึ้น ให้มีความเป็นประชาธิปไตยให้มากขึ้น

โดยพรรคเพื่อไทยขอตั้งข้อสังเกตในประเด็นหลักๆ เช่น

ร่างรัฐธรรมนูญ สะท้อนความไม่เชื่อถือ ไม่ไว้วางใจ ไม่เคารพประชาชนและยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน

ในประเด็น ส.ว. อยู่ในวาระ 6 ปี โดยใช้คำว่า ส.ว. “ลากตั้ง” ซึ่งมิได้มาจากการตัดสินใจเลือกของประชาชนทั้งประเทศ

ร่างรัฐธรรมนูญนี้เปิดทางให้ “ผู้ที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง” ดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ได้ โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าว ย้อนยุคไปสู่ระบบก่อนพฤษภาทมิฬ

ทั้งยังทำลายกลไกการตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญของ ส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยให้สภาผู้แทนราษฎร ต้องสิ้นสุดลงในกรณีที่มีการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

ทำให้ได้รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ นายกรัฐมนตรีไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ รัฐบาลไม่สามารถตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาของประชาชน ประเทศไทยขับเคลื่อนไปไม่ได้เต็มตามศักยภาพ ฯลฯ

แน่นอน ความเห็นต่าง เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การรับฟัง

แต่เรากลับเห็นว่า “รัฐธรรมนูญ” ส่งผลต่อระบอบการเมืองไทย ค่อนข้างน้อย ความเห็นของพรรคเพื่อไทยที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญ อาจมีส่วนจริง แต่ก็เหมือนกับภาษิตฝรั่งที่ว่า “รัฐยิ่งเสื่อม กฎหมายยิ่งมาก” แต่นั่นก็เป็นผลที่นักการเมืองหลงอำนาจ กับคาถาที่ท่องว่าตนมาจากประชาชน ได้สร้างความไม่น่าไว้วางใจให้เกิดขึ้นเอง

เรามองว่า สิ่งที่เพื่อไทยกังวล กลับไม่ใช่ปัญหาของพรรคเพื่อไทย แต่เพราะปัญหาอยู่ที่ พรรคนี้ ไม่ได้รับความไว้วางใจจากคนชั้นกลาง รวมทั้ง “คนทำงาน” จำนวนมาก ที่มีบทบาททางเศรษฐกิจของประเทศ นั่นเพราะ เพื่อไทย ยังติดอยู่กับ “ระบอบทักษิณ” และครอบครัวของทักษิณ ในขณะที่ คนชั้นกลางหลายล้านคน ได้ปฎิเสธ “ระบอบนี้” ไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

ต่อให้พวกท่านได้รับการเลือกตั้งจากชนบทกลับมาใหม่ ท่านก็จะไม่ได้รับเกียรติในการยอมรับจากคนในสังคมเมือง

ความจริง บุคลากรในพรรคเพื่อไทย หลายคนมีความสามารถ แต่ก็ขาดความกล้าที่จะ “คิดใหม่ ทำใหม่อีกครั้ง” ด้วยปัญญาของตนเอง โดยถือเอาประเทศชาติเป็นหลัก กลับจมอยู่กับสิ่งที่ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ หรือเอาตัวไปผูกกับกลุ่ม นปช. ที่เอานักโต้วาทีมาเป็นแกนนำ ซึ่งเถียงด้วยวาทะเพื่อชนะเท่านั้น

ต้องไม่ลืมว่า นโยบายประชานิยมจำนำข้าว ไม่ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและการเงินแต่เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่เสียหายมากกว่านั้นคือความเชื่อถือที่หมดลง และมันจะไม่กลับมาได้อีก ถ้ายังคิดแบบเดิม และมีพฤติกรรมแบบเดิม

นี่คือสิ่งที่นักการเมืองพรรคเพื่อไทยต้องกล้าหาญ ให้เอาอุดมการณ์เป็นหลัก ไม่ใช่ชัยชนะการเลือกตั้งเป็นหลัก

อย่าท่องเพียงแค่ว่าคุณเป็นนักประชาธิปไตย ใครต้านคุณไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะถ้าคุณคิดได้แค่นี้ คุณก็จะไม่สามารถออกนอกคอก ของวังวนน้ำเน่านี้ไปได้