Get Adobe Flash player

รัฐธรรมนูญที่ปชช.ต้องการ

Font Size:

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีรูปโฉมเป็นอย่างไร เราคงได้ยินมานานพอสมควรจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากนักวิชาการ สื่อมวลชน และพรรคการเมืองต่างๆ ที่แสดงไว้หลากหลาย

เราไม่อาจตอบแทนประชาชนทั้งมวลว่า รัฐธรรมนูญแบบไหน จะเป็นที่ถูกใจของประชาชน เพราะคำว่าถูกใจตรงนี้ ก็จะนำไปสู่คำถามอีกว่า ประชาชนกลุ่มไหน ที่ถูกใจ ซึ่งก็แน่นอนว่า ต่อให้ออกมาอย่างไร ก็ย่อมเป็นที่ไม่พอใจอยู่ดี สาเหตุจากการแตกแยกทางความคิดที่เป็นต้นทุนเดิม

หากถามตัวเองว่าต้องการรัฐธรรมนูญแบบไหน แน่นอนว่าเราย่อมต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย

แต่ที่ยากไปกว่านั้นคือ ต้องสร้างรัฐธรรมนูญ ที่สามารถ “หยุดยั้ง” หรือสามารถมีบทลงโทษ นักการเมืองที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง

ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องยากที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

เพราะรากฐานมาจากความแตกแยกในสังคม ที่ไม่ว่าจะจับเรื่องไหน ก็ล้วนนำพาไปสู่ความขัดแย้งทั้งสิ้น

นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้หรือไม่ ส.ส.เป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ การได้มาของ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อถกเถียงที่ต่างก็มีเหตุผลไปคนละทาง

มีความเห็นจากนายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ถึงกรณีที่พรรคการเมืองใหญ่ ออกมาคัดค้านรัฐธรรมนูญที่กรรมาธิการรัฐธรรมนูญยกร่างว่า การที่นักการเมืองเก่าพรรคการเมืองใหญ่ออกมาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แสดงว่าร่างรัฐธรรมนูญมีอานุภาพจริง

เพราะการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จะทำให้พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก สามารถมีส.ส.เพิ่มมากชึ้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกอาการไม่พอใจในระบบเลือกตั้งนี้

นายประสานมองว่า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคภูมิใจไทย ก็สงวนท่าทีไม่คัดค้านเพราะถือว่าได้ประโยชน์จากระบบเลือกตั้งแบบนี้

นอกจากนี้ระบบเลือกตั้งแบบใหม่ยังเปิดไฟเขียว ให้กลุ่มการเมืองและบุคคลสามารถสมัครเลือกตั้งโดยอิสระได้ ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค ซึ่งประเด็นนี้จะทำให้นักการเมืองในพรรคใหญ่สามารถสละเรือลำเก่ามาเป็น ส.ส.ได้ด้วยกลุ่มการเมืองหรือบารมีของตัวเอง แถมยังมีศักดิ์ศรีในการทำหน้าที่ในสภาด้วยการยกมือโหวตได้อย่างอิสระ ไม่ต้องทำตามมติของพรรค

ดังนั้นแนวทางแบบนี้ พรรคใหญ่จึงไม่ชอบ เพราะคุมคนของตัวเองไม่ได้ ส่วนการลงคะแนนด้วยการให้อำนาจประชาชนเป็นคนกำหนดตัว ส.ส. ที่เรียกว่าระบบโอเพ่นลิสต์นั้น ทำให้นักการเมืองรายชื่อต้นๆ ในบัญชีรายชื่ออาจไม่ถูกเลือก นักการเมืองเหล่านี้จึงต้องไปหาเสียงกับประชาชนด้วยตัวเอง จะมาอาศัยฐานเสียงของพรรคหรือการเป็นเครือญาติเจ้าของพรรคจะทำไม่ได้อีกต่อไป

แน่นอนว่า ความเห็นของนายประสาร มีกระแส้ไม่เห็นด้วยโต้กลับอย่างรุนแรง จากหลายๆ ทางเช่นกัน

แน่นอนทุกฝ่ายอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เป็นที่พอใจของผู้คนมากที่สุด จึงอยากเห็นการคัดค้านอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการระบุลงไปให้ชัดเจน เช่นท่านต้องการแก้มาตรานี้เพราะอะไร ควรแก้ให้เป็นอย่างไร เพราะอะไร ดีกว่าจะออกมาคัดค้าน โดยไม่มีข้อเสนอที่ชัดเจนมาสนับสนุน

เราเห็นว่า หากข้อเสนอมีเหตุและผลเพียงพอ ก็จะนำไปสู่การพิจารณาจากผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้