Get Adobe Flash player

การเปิดตัวของ ‘บิ๊กจิ๋ว’

Font Size:

การประกาศเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบของ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ มีประเด็นน่าสนใจยิ่ง หลายคนอาจมองว่า “เป็นไปไม่ได้” เพราะพรรคความหวังใหม่-ควายหวังหม่ำ ที่ก่อตั้งมากับมือ ก็ขายกินไปหมดแล้ว แต่ระดับ “พ่อใหญ่แห่งอีสานเขียว” พูดอะไรย่อมมั่นใจว่าจะต้องมีสิ่งรองรับ หาไม่แล้วคงไม่ “เจตนา” หลุดปากออกมา

พล.อ.ชวลิต ออกมาแสดงความเห็น ติติง คสช.อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แนะนำให้แก้ปัญหาพื้นฐานเรื่องความยากจน เตือนให้ระวังจะมีปฏิวัติซ้ำ รวมทั้งเร่งรัฐบาล คสช.ให้เสนอแนวทางการนิรโทษกรรมผู้ร่วมชุมนุมการเมืองปี 2548 - 2557 พร้อมย้ำว่า ต้องทำกฎหมายนี้ออกมา เพื่อยุติปัญหาทั้งหมด

จนล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.อ.ชวลิต กล้าหัก คสช. ด้วยการลงพื้นที่ พบปะตัวแทนชาวนากว่า 100 คน ที่ศาลาการเปรียญวัดบางยี่โท อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอ้างว่า เพื่อต้องการรับฟังปัญหาจะได้หาทางช่วยเหลือทั้งในด้านต้นทุนการเพาะปลูก ปัญหาการรับซื้อหรือถูกพ่อค้ากดราคา อันเป็นเป็นกิจกรรมของสมาคมชาวนาเศรษฐกิจพอเพียง ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ใช้น้ำหมักชีวภาพเพาะปลูกในการลดต้นทุนของเกษตรกร

ก็น่าแปลกใจตรงที่ว่า พล.อ.ชวลิต มีหน้าที่อะไร ที่จะมาติดตามการซื้อขาย การใช้น้ำหมักชีวภาพ ท่านไม่เคยมีวี่แววว่าจะรู้เรื่องเหล่านี้

แต่ที่ตระเตรียม ทั้งการจัดงาน การเตรียมคน ตลอดจนการมาของ พล.อ.ชวลิต เป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะความกล้าที่จะไม่ฟังคำสั่ง คสช. สร้างความระอาให้กับผู้บริหารประเทศ ในฐานะนายทหารรุ่นน้อง ถึงขนาดออกปากว่า "บิ๊กจิ๋ว"อายุเยอะแล้วควรรู้ว่าต้องทำอะไร

แต่ “บิ๊กจิ๋ว” กลับทำเหมือนไม่รู้

การโยนหินถามทางเพื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ในยุคที่ ผู้นำนอร์มินีของพรรคเพื่อไทยขาดแคลน หลังจากที่ “ทักษิณ” กลับประเทศไม่ได้ ก็พยายามใช้ตัวแทนมาเป็นนายกฯ มาโดยตลอด

ตั้งแต่ นายสมัคร สุนทรเวช 29 มกราคม 2551 - 9 กันยายน 2551 นายสมชาย วงสวัสดิ์ 18 กันยายน 2551 - 2 ธันวาคม 2551 จนมาถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 5 สิงหาคม 2554 - 7 พฤษภาคม 2557

น.ส.ยิ่งลักษณ์ เจอปัญหา “จำนำข้าว” เรื่องใหญ่ที่น่าลำบาก หมดความชอบธรรมที่จะเป็นนายกฯต่อไปได้อีก ครั้นจะหยิบเอานายพานทองแท้ ชินวัตร บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาเป็นต่อ จากอา ก็ยังไม่มีบารมีเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าปล่อยให้เป็นคงจะหนักกว่าอาสาวหลายเท่า เพราะเพียงแค่โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ค ยังต้องอาศัยมือคนอื่น

เมื่อหมดตัวเลือก จึงจำเป็นต้องใช้ “ชวลิต” ทั้งๆ ที่สูงวัย และเคยล้มเหลวไม่เป็นท่าในการเป็นนายกครั้งแรก

หมากเกมนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะโอกาสเป็นจริงมีสูง ในขณะที่ “ทักษิณ” ทุ่มเต็มที่ ระดมพลังจากเครือข่าย เพื่อให้เพื่อไทยครองเสียงข้างมาก และถ้าหาก ประชาชนชาวรากหญ้า ยังต้องการประชานิยม พล.อ.ชวลิต ก็มีโอกาส

จึงอยากให้สังคม อย่ามัวแต่หัวเราะเยาะ พล.อ.ชวลิต

สิ่งที่จะต้องมองให้ชัดเจนก็คือ เมื่อโร้ดแมพ นำพาเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง คสช.มั่นใจหรือไม่ว่า กฎหมาย-รัฐธรรมนูญ-ระบบตรวจสอบ ตามกระบวนการปฎิรูป จะสามารถป้องกัน ป้องปราม หรือลงโทษนักการเมืองที่เข้ามาฉ้อฉลได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ไม่ต้องห่วง ใคร พรรคใดเข้ามาถ้าไม่ฉ้อฉลก็อยู่ไป แต่ถ้าคดโกง ก็จะถูกลงโทษ

ส่วนผู้ที่ไม่ชอบระบอบทักษิณ หรือพรรคการเมืองที่เชื่อว่าฝ่ายตนเป็นน้ำดี ท่านมีอะไรที่จะบอกประชาชนให้มั่นใจพรรคของท่าน จนทำให้คนเลือกท่านมากกว่า ถ้าทำไม่ได้ หรือไม่คิดจะทำ ก็ถือว่าท่านไม่มีศักยภาพเพียงพอ

จะมีการสร้างพรรคทางเลือก ที่เสนอตัวเข้ามาขจัดความชั่วร้าย บ้างหรือไม่ ถ้ามี ท่านสามารถผ่านด่านการเลือกตั้งได้อย่างไร