Get Adobe Flash player

1 ปี คสช.ปฏิรูปเหลวจริงหรือ

Font Size:

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ออกมาให้ความเห็น หนึ่งปี ทำรัฐประหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมองว่าการปฏิรูปประเทศ หลายเรื่องไม่พบความคืบหน้า ขณะที่การทำงานบางอย่าง อาทิ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ก็สอบตกอย่างสิ้นเชิง

นายสาทิตย์เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้สอบผ่านเรื่องความมั่นคงอย่างเดียว เพราะใช้อำนาจ คสช. แต่การบริหารประเทศเรื่องเศรษฐกิจให้สอบตก เพราะปัญหาปากท้อง สินค้าเกษตร การส่งออกไม่ดีขึ้น ประชาชนไม่มีความมั่นใจในเรื่องเศรษฐกิจเลย ตัวรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหลายคน คนก็ไม่รู้จักว่าเป็นใคร

นายสาทิตย์ ระบุว่า ข้อเรียกร้องเรื่องปฏิรูปที่เห็นว่าน่าผิดหวังมากที่สุด เพราะไม่มีความคืบหน้าก็คือเรื่อง "ปฏิรูปตำรวจ” เรื่องนี้น่าเสียดายที่ คสช.ไม่ได้หยิบยกเรื่องปฏิรูปตำรวจมาพิจารณาอย่างจริงจัง  เรื่อง "ปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” ดูเหมือนว่าได้รับความสนใจน้อยมาก ไม่มีความชัดเจน

เรื่องปฏิรูปพลังงาน ที่ผิดทิศผิดทางมาก ทุกวันนี้ยังอยู่ภายใต้หลักคิดพลังงานเป็นเรื่องแสวงหากำไร ฯลฯ

จากท่าทีการแสดงความเห็นของนายสาทิตย์ เรากลับมองว่าเป็นการแสดงความเห็น ที่ไม่มองปัญหาอย่างที่ผู้ปฎิบัติเผชิญอยู่

ขอยกมาประกอบบางประเด็น เช่นการปฎิรูปตำรวจ พูดเหมือนง่าย แต่การลงมือปฎิบัติ ยังไม่มีใครเสนอแนวทางว่า “ต้องทำอย่างไร” ไม่มีใครตอบได้ว่าแนวนั้นหากไม่เป็นที่ยอมรับ จะเกิดความวุ่นวายขึ้นหรือไม่

เรามองว่า ถ้าไม่ใช่อำนาจจากประชาธิปไตย ใครจะสามารถใช้อำนาจบังคับให้เกิดขึ้น สถาบันตำรวจเป็นเป็นองค์กรใหญ่ระดับกองทัพ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้ทหารเข้ามาจัดการ หรือใช้เวลาเพียงปีเดียวที่จะหาข้อสรุปอย่างลงตัว อยากให้นายสาทิตย์ย้อนไปสมัยที่ยังสังกัดพรรคการเมือง แค่ “สร้างโรงพัก” ถือว่าเป็นงานง่ายสุดแล้ว แค่กั้นฝา มุงหลังคา ปูพื้น ยังทำไม่สำเร็จไม่ใช่หรือ

แน่นอนถ้าถามประชาชนว่าอยากเห็นการปฎิรูปหรือไม่ คำตอบคืออยากเห็น แต่ตราบใดที่ประเทศต้องมีหลักยึดในสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตย การใช้อำนาจหักหาญ โดยไม่ฟังกันและกัน ยอมไม่ใช่สิ่งที่ก่อให้เกิดการยอมรับ แม้เกิดได้ ก็ไม่ยั่งยืน

เรื่องเศรษฐกิจ ที่ว่าสอบตก อ้างปัญหาปากท้อง สินค้าเกษตร การส่งออกประชาชนไม่มีความมั่นใจ รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ไม่เป็นที่รู้จัก ฯลฯ สิ่งนี้เราก็มีความเห็นต่างจากนายสาทิตย์ เพราะถ้าติดตามการทำงานจะเห็นการดำเนินการหลายอย่างที่เป็นรูปธรรม

ทีมเศรษฐกิจก็เหมือนกัปตันเรือ การขับเรือช่วงมรสุม หรือในภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นนี้ เท่าที่ทำได้ เรากลับมองว่าดีเกินคาดด้วยซ้ำ การประคองเรือนำพาผู้โดยสารให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ก็นับว่าเก่งทีเดียวเมื่อเทียบกับการแก้ปัญหาของชาติอื่น อยากให้ย้อนไปดูวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง” เพื่อเตือนความทรงจำด้วย

ในประเด็นการปฎิรูปประเทศ คำนี้เหมือนนามธรรม เพราะรัฐบาลทหารแม้มีอำนาจ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการยอมรับ ถามว่ารัฐธรรมนูญแบบไหนคือสิ่งที่ท่านต้องการ และจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่ท่านต้องการ คือสิ่งที่ผู้อื่นต้องการ

อยากให้ย้อนกลับไปทบทวน ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงของประเทศทุกวันนี้ มาจากการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของนักการเมือง จนทำให้ผู้คนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย นั่นต่างหากที่เป็นปัญหาหลักของชาติ

เมื่อเกิดปัญหา ทหารทำได้ก็แค่ยุติปัญหาด้านความมั่นคงชั่วคราวเท่านั้น เรื่องอื่นต้องแก้ด้วยประชาธิปไตย เพราะคำสั่งทหารใช้ได้ชั่วคราว

นักการเมืองต้องสร้างกติการ่วมกัน แล้วหาทางสู้กันอย่างเป็นธรรม รู้แพ้รู้ชนะ ไม่ใช่จ้องโค่นล้มกันไปโค่นล้มกันมาโดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย ถ้าทำได้บ้านเมืองก็จะสงบ ส่วนใครเข้าไปแล้วฉ้อฉล เรื่องนั้นระบบตรวจสอบ และประชาชนจะเป็นผู้จัดการเอง