Get Adobe Flash player

ความเห็นต่างของคนไทย

Font Size:

ประชาธิปไตย ในประเทศไทย ไม่มีทางที่จะเดินทางลัดเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย แต่ต้องเกิดจากสำนึกของคนในชาติ ที่จะต้องเคารพความเห็นต่าง ไม่ใช่ด่ากราดทุกคน ที่มีความเห็นไม่เหมือนกันกับตน

สังคมจะอยู่ได้ ถ้าสำนึกของคนในชาติมีความรับผิดชอบโดยหน้าที่พลเมือง แล้วมองปัญหาเพื่อการแก้ไข ไม่ใช่การกล่าวโทษหรือจิกด่าผู้อื่น ที่ทำในสิ่งที่ตนต้องการไม่ได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น การตอบโต้ก็จะเกิดขึ้น ความบาดหมางก็จะขยายวง และความรุนแรง ก็จะตามมา เปิดโอกาสให้อำนาจอื่น โดยเฉพาะอำนาจกองทัพ เข้ามารักษาความสงบครั้งแล้วครั้งเล่า โอกาสของการพัฒนาประชาธิปไตยก็จะไม่เกิดขึ้น หรือแม้เกิดได้ ก็จะขาดความต่อเนื่อง

อุปสรรคประชาธิปไตยของไทย อีกเรื่องซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ มาจากนักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้ง ฝ่ายชนะเมื่อมีอำนาจรัฐ ก็มักใช้อำนาจในทางที่ผิด มีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริต หรือทำเพื่อพวกพ้อง มีการรวมหัวกันเพื่อสร้างความไม่ชอบธรรม มีการแบ่งแยกประชาชน

ส่วนฝ่ายที่แพ้ แทนที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หรือตามที่ประชาชนมอบหมาย กลับคิดแต่จะล้มรัฐบาลท่าเดียว ด้วยการค้านทุกเรื่อง ไม่ว่าสิ่งที่รัฐบาลในขณะนั้นทำจะเป็นเช่นไร

แน่นอน ถ้าสิ่งใดที่รัฐบาลทำแล้วส่อไปในทางที่ผิด การออกมาคัดค้านถือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่ถ้าค้านในสิ่งที่รัฐบาลต้องการทำดี ก็เท่ากับเป็นการทำลายโอกาสของประเทศชาติ ทำให้เกิดภาวะลุ่มๆ ดอนๆ ทางการเมือง

นำพาไปสู่การสาดโคลนเข้าใส่กันและกัน จนลุกลามไปถึงความไม่สงบ ประชาชนคนในชาติอยู่ไม่เป็นสุข ก็เท่ากับเปิดทางให้มีการรัฐประหาร

สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องปฎิรูป เริ่มจากนักการเมืองต้องปฎิรูปตัวเอง คนในชาติต้องปฎิรูปความคิด ไม่ใช่เป็นแบบที่แล้วๆ มา เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ต่อให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้สวยหรูเพียงใด ท้ายที่สุดก็จะลงเอยในแบบเดิม รัฐประหารก็จะเข้ามาแบบเดิมๆ และเมื่อเข้ามาแล้ว จะให้ออกไปนั้นยิ่งยาก ต่อให้ผู้มีอำนาจต้องการจะลง ก็ใช่ว่าจะลงได้ง่ายเพราะผู้อยู่รอบข้าง ไม่ต้องการเสียอำนาจ

เราต้องยอมรับความจริงด้วยว่า การยึดอำนาจ ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นระบอบเผด็จการที่ล้าหลัง หรือเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ทำให้บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยก็จริงอยู่ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า “มีประชาชนจำนวนมากเช่นกัน ที่ยินดีจะอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการที่บ้านเมืองสงบ ดีกว่าอยู่กับรัฐบาลประชาธิปไตยที่วุ่นวาย และการโกงครบวงจรของนักการเมือง”

คือโกงตั้งแต่ระบบหัวคะแนน โกงการซื้อสิทธิขายเสียง ไปจนถีงการโกงเมื่อมีอำนาจ

ความเบื่อหน่ายของประชาชน ที่มีต่อนักการเมือง เป็นสิ่งที่นักการเมืองจำเป็นต้องมองตัวเองด้วย อย่าโทษแต่ฝ่ายที่ยึดอำนาจ เพราะถ้ายึดมาแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็จะรักษาอำนาจไว้ไม่ได้ 

การโยนหินถามทางที่จะอยู่ต่ออีกสองปี ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายของรัฐบาล คสช.  แม้ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ 7 ประเด็น ก็น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

รวมทั้งที่ว่า เมื่อ สปช.เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ต้องมีการนำร่างรัฐธรรมนูญไปทำประชามติ ก็มีจุดที่น่าสังเกต ตรงที่ “นอกเหนือจากคำถามว่าจะรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ อาจจะมีการสอบถามประชามติในประเด็นอื่นด้วย”

คำถามที่ว่านั้นคืออะไร และคำตอบที่ได้มา จะส่งผลให้เกิดอะไรขึ้น

ถ้าอยากให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ใช้อารมณ์ แก้ไขไม่ได้ ต้องใช้สติปัญญาเท่านั้น