Get Adobe Flash player

ต้นเหตุของปัญหา

Font Size:

“นักการเมืองไทย” ส่วนใหญ่ไม่ได้ต่อสู้เพื่อชาติและประชาชน แต่สู้เพื่อให้ฝ่ายตนได้เข้าไปมีอำนาจรัฐ โดยไม่สนใจเหตุผลข้อจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ หลายครั้งที่มีการหยิบยกเอาปัญหาขึ้นมาไม่ใช่เพื่อการแก้ไข แต่เพื่อแสวงหาความชอบธรรมให้ฝ่ายตน  เราจึงเห็นการถกเถียงกันไปคนละทางสองทาง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกัน

นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความลงยังเฟซบุ๊คส่วนตัว แสดงความคิดเห็นถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษา ว่า

1. นักศึกษาปัญญาชนจะต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทหาร ไม่ว่าจะยุคใด สมัยใด 2. นักศึกษาปัญญาชนจะต่อสู้ปัญหาสิทธิเสรีภาพ 3. นักศึกษาปัญญาชนจะเข้าร่วมการต่อสู้กับชุมชนและประชาชน ในเรื่องความทุกข์ยากในการดำรงชีวิต การรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และความไม่เป็นธรรมในสังคม

นางธิดา มองว่าทหารเป็นเผด็จการ สมควรที่จะถูกต่อต้าน ประเด็นการเผด็จการนั่นก็ใช่ แต่กลับไม่มองว่า อะไรเป็นสาเหตุ ที่ให้ทหารเข้ามา

จริงอยู่ นักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์ เมื่อเขาเรียนรู้การเมือง เขาก็ย่อมหาโอกาสแสดงออกในสิ่งที่เขาเชื่อ

แต่ผู้ใหญ่ที่เห็นโลกมากกว่า พยายามใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ เยินยอ เกาะกระแสเพราะถ้านักศึกษา “จุดไฟติด” ทำให้เกิดแรงต้านภายในประเทศเพิ่มขึ้น พยายามช่วยกันประโคมให้เกิดแรงต้านจากภายนอก โดยหวังว่า จะสามารถโค่นล้มอำนาจทหารได้ พวกตนจะได้มีโอกาสกลับมาเร็วขึ้น

นางธิดา มองเพียงว่า พวกตนเท่านั้นที่เป็นนักประชาธิปไตย ส่วนผู้อื่นไม่ใช่  

นี่เป็นการประเมินที่ผิดพลาดของคนระดับวางแผนของ นปช.จึงเป็นตัวการทำลายระบอบทักษิณเสียเอง พวกเขาอยากให้คนทั้งประเทศ ให้ความสำคัญกับความคิดของฝ่ายตน แต่กลับไม่ให้ราคามวลชนที่เห็นต่าง ที่สำคัญคือไม่ดูต้นเหตุแห่งปัญหา มองไม่เห็นความบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ของฝ่ายตน ยังดื้อดึงที่จะไปทางเดิม ด้วยพฤติกรรมแบบเดิมๆ เพื่อจะไปสู่จุดจบแบบเดิม

เราเห็นว่า แม้ความเป็น “แดง” ก็ไม่ควรนำมาใช้ด้วยซ้ำ เพราะไม่คู่ควร ในความหมายที่มีอยู่เดิม “แดง” คือผู้มีแนวคิดสังคมนิยม ที่ต้านระบบทุนนิยมทุกรูปแบบ แต่แกนนำเหล่านี้ นำอุดมการณ์แดง เปลี่ยนกลับมารับใช้นายทุน แล้วปล่อยให้มวลชน เป็นแค่เครื่องมือไปสู่การบรรลุเป้าหมาย

เราเห็นว่าหากพวกท่านอยากได้อำนาจรัฐ ต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ทำไมประชาชนโดยเฉพาะชนชั้นกลางจำนวนมากที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเมือง จึงออกมาต่อต้านรัฐบาลใน “ระบอบทักษิณ”

ทำไมชนชั้นกลางที่ “ไม่ชอบระบอบปฏิวัติรัฐประหาร” จึงยอมที่จะให้ทหารเข้ามา ดีกว่าอยู่กับรัฐบาลในขณะนั้น นั่นเพราะในความไม่ชอบ มีสิ่งที่ไม่ชอบมากกว่า

ก็เพราะเมื่อครั้งที่อยู่ในอำนาจ มุ่งแสวงหากำไรกับแผ่นดิน (สามารถย้อนไปศึกษาประวัติศาสตร์ ดูต้นเหตุในขณะนั้น) โดยมองข้ามความรู้สึกของประชาชน ว่าคงไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ และมองข้ามชุมนุมต่อต้าน

ตอนนี้แค่จับนักศึกษา 14 คน แต่ตอนนั้นมีการหนุนให้มวลชนฝ่ายตน ใช้อาวุธร้ายแรงสังหารผู้ชุมนุม ยิ่งมีคนตาย ก็ยิ่งเพิ่มความตึงเครียด จนไม่มีใครสามารถยุติเหตุการณ์ที่กำลังบานปลายออกไปเรื่อยๆ

สังคมปั่นป่วน การเลือกตั้งก็ดำเนินต่อไปไม่ได้ น่าเสียดายที่ไม่มีใครมองปัญหาตรงนี้ กลับเรียกร้องแค่ป้ายชื่อ “ประชาธิปไตย” เพื่อเข้าไปถอนทุน

ทำให้มองเห็นอนาคตว่า ประเทศ แม้เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งที่จะมาถึง แต่ถ้านักการเมืองขาดจิตสำนึกยังเป็นตัวปัญหา หรืออยู่เบื้องหลังปัญหา ลงท้ายก็จะเป็นแบบเดิมและอาจหนักหนาเหมือนที่เกิดกับประเทศเพื่อนบ้าน

ความรุนแรง ความสูญเสียจะเกิดขึ้นในชาติ