Get Adobe Flash player

‘ประมงไทย’

Font Size:

อนุสนธิจากข่าว ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2558 คณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์แจ้งเตือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กรณีไม่ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาแรงงานประมงเถื่อนอย่างเพียงพอ ตามมาตรฐานการป้องกันและขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ ไอยูยู หลังมีการติดตามและหารือกับทางการไทยมาตั้งแต่ปี 2554

อียูให้เวลาไทย 6 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหา โดยคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปจะประสานกับทางการไทย เพื่อช่วยปรับปรุงกฎหมายภาคการประมง

ที่ผ่านมา วิธีการจับปลาของเรือประมงไทย เป็นไปอย่างเหี้ยมโหด ทั้งเรือเถื่อนสวมทะเบียน เรือผิดประเภท ตาข่ายจับปลาถี่ ทำให้ทำลายปลาเล็กปลาน้อยติดอวน เอามาทำเป็นปลาป่นแปรรูปส่งขายให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์จนหมดสิ้น ไม่ให้โอกาสปลาที่จะเจริญเติบโต จนปลาแทบหมดทะเลไทย ทั้งฝั่งอ่าวและฝั่งอันดามัน

มีการใช้เรือปั่นไฟเพื่อล่อให้ปลา และสัตว์ทะเลมารวมตัวกัน ก่อนรวบจับขึ้นมา ยุโรปส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจ ก็เห็นเครื่องมือเหล่านี้ พวกเขา ไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่ส่งเจ้าหน้าที่พิเศษไปออกสำรวจการทำประมงทั่วโลก ว่าถูกต้องตามกฎไอยูยูหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องก็ห้ามส่งสินค้าอาหารทะเลเข้าไปวางขายในตลาดยุโรป

นายทุนเรือประมง แทนที่จะเห็นปัญหา กลับจอดเรือประท้วงเพื่อกดดันรัฐบาล และอ้างว่า ทำให้อาหารทะเลขาดตลาด จะทำให้ไทยต้องสูญเสียรายได้ จะทำให้คนต่างด้าวตกงาน หรือแก้ไขเรือให้ถูกต้องไม่ทัน ฯลฯ

ถ้ามาตรวจใหม่แล้วผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะให้ “ใบเขียว” แต่ถ้าเพิกเฉยไม่สนใจก็โดน “ใบแดง” ซึ่งหมายถึงการคว่ำบาตรสินค้าประมงอย่างเป็นทางการ

จนมีการตั้งคำถามว่าจะเอาอย่างนั้นกันหรืออย่างไร

ต้องไม่ลืมว่า ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ไม่ใช่ทรัพย์ส่วนตัวของ “นักล่า” ที่จะจับเท่าใดก็ได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นของคนในชาติทุกคน รวมเป็นมรดกไปถึงลูกหลาน

การทำลายปลาจนหมดทะเล จึงควรถือว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของส่วนรวม เราจึงไม่อยากเห็นการแก้ตัวแบบไม่ใช้เหตุผล

ต้องไม่ลืมว่า ในประเทศละแวกนี้ ส่วนเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ ก็โดนใบเหลืองเช่นกัน แต่ทั้งสองประเทศ เลือกที่จะแก้ไขจริงจัง ทำให้มีการยกเลิกคำเตือนแล้ว หลังดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในการแก้ไขระบบกฎหมาย

ซึ่งถ้าเราอืดอาดยืดยาด เอาแต่ประท้วง แต่ไม่ยอมแก้ไข  ท้ายที่สุด เราก็จะได้ใบแดง

ผู้เดือดร้อนก็จะกลายเป็นชาวประมงทั้งมวล และจะส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเช่นนี้ ส่งผลให้ชาวประมงถูกสังคมมองในแง่ร้าย แต่ความจริงชาวประมงที่เป็นชาวบ้านชายฝั่ง ที่จัดอยู่ในหมวด “ประมงพื้นบ้าน” ได้รับอนุญาตให้จับปลาในพื้นที่ไม่ไกลจากชายฝั่ง และไม่ใช้ผู้สร้างปัญหา

แต่ปัญหามาจากการประมงพาณิชย์ เกิดจาก “นายทุนเจ้าของเรือ” ที่แต่ละลำมีมูลค่าหลายล้านบาท ไม่เลือกที่จะทำให้ถูกกฏหมายตั้งแต่แรก หวังแต่กำไรโดยไม่ทำตาม ไม่รับผิดชอบสังคม และไม่ร่วมรับผิดชอบปัญหาของชาติ

แต่ถ้าเมื่อไร ไทยต้องเจอใบแดง นายทุนเหล่านี้ จะเดือดร้อนอย่างถาวร คนไทยอาจไม่ได้กินอาหารทะเล แต่ก็ดีสำหรับทะเลไทย ที่จะได้ฟื้นฟู กุ้งหอยปูปลาจะได้มีโอกาสเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ก็จะกลับมา