Get Adobe Flash player

กดขี่เหนือกว่าค้ามนุษย์

Font Size:

ข่าวที่สหรัฐจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2558 โดยในปีนี้ประเทศไทยถูกจัดให้คงอยู่ที่ระดับเทียร์ 3 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุด ทำให้คนไทยจำนวนมากรู้สึก “ห่วงใย” และหวั่นไหวในท่าทีของสหรัฐฯ ที่เป็นมิตรประเทศมายาวนานกับประเทศไทย

แต่ในความเป็นคนไทย ก็ยังมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งเช่นกันที่ชื่นชมยินดี กับการปฏิบัติการกดประเทศไทยให้จมดินครั้งนี้

นับว่าประเทศไทยอยู่ในสภาพที่แตกแยก อ่อนแอ และเปราะบางอย่างยิ่ง ไม่ต่างอะไรกับช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

จริงอยู่ ภายใต้กติกาสากล ย่อมมีมาตรฐานกำหนดไว้ แต่เมื่อเทียบประเทศต่อประเทศ ระหว่างเพื่อนบ้านเช่นมาเลเซียกับไทยหรืออย่างคิวบา เรากลับดูเหมือนว่า เป็นสองมาตรฐาน ที่จะทำให้เกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

หลายคนพุ่งเป้าไปที่การเมืองของไทย ว่าอยู่ในช่วงของการยึดอำนาจ ซึ่งสหรัฐฯ มองว่า การปกครองโดยทหาร ไม่เป็นประชาธิปไตย และตรงนี้เอง ที่ทำให้ไทยเราถูกกดดันครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นการเผชิญปัญหาที่หนักหน่วง ทั้งปัญหาภายใน และปัญหาจากภายนอกประเทศ

ในมุมมองของฝ่ายปกครอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เหมือนจะคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องลงเอยเช่นนี้ ได้กล่าวถึงกรณีที่ทางการสหรัฐอเมริกา ยังคงให้ไทยอยู่ในเทียร์ 3 ว่า

รัฐบาลไม่มีท่าทีอะไรต่อเรื่องนี้โดยเราจะทำงานต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎ กติกาสากล ซึ่งเราก็ต้องทำ เพราะที่ผ่านมามีปัญหามาก ซึ่งเราต้องแก้ไขในทุกมิติ ทั้งด้านกฎหมาย วิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ และการลงโทษต่อเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิด โดยมีการจดทะเบียนแรงงาน พิสูจน์สัญชาติ ดูเรื่องของผู้ประกอบการโดยที่รัฐบาลดูทุกมิติ

โดยเชื่อมั่นว่าไทยเราแก้ไข ไม่ได้แก้เพื่อใคร แต่เราแก้เพื่อประเทศไทยของเรา เช่น ให้การประมงของเราถูกกฎหมาย ตามพันธะสัญญากับต่างประเทศ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติของเราไว้ให้นานที่สุด

เช่นเดียวกับที่ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ว่า ในการดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์ของไทยที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างมากในหลายด้าน ไทยได้มุ่งมั่นที่จะทำอย่างเต็มที่ มีผลงานทั้งในระดับนโยบายและในระดับปฏิบัติเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ผลที่ออกมาไม่ได้สะท้อนในสิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการ กระนั้นก็ตาม รัฐบาลไทยจะยังมุ่งมั่นในการต่อต้านการค้ามนุษย์ต่อไปอย่างจริงจัง บนพื้นฐานของความมั่นคงของประเทศ

นั่นคือการดำเนินนโยบายการด้วยวิธีการ “รับสภาพ” เพื่อสู้กับความแข็งกร้าวของมหาอำนาจ

อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อสังเกตจากหลายฝ่ายเช่นกันว่า สหรัฐฯต้องการกดดันไทยต่อไปทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ การพิจารณาไม่ได้ทำกันอย่างตรงไปตรงมาตามเนื้อหา ซึ่งสหรัฐฯ ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายเศรษฐกิจไทย แล้วจะตามมาด้วย “อียู” โดยต้องการกดดันการส่งออกของไทยให้ถึงที่สุด เป็นการแซงชั่นรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ นอกเหนือจากการตัด จีเอสพี การไม่เจรจาทำข้อตกลงทางการค้า การจัดเป็นเทียร์ 3 เพื่อให้ประเทศสหรัฐฯและยุโรป รณรงค์ไม่ให้ประชาชนซื้อสินค้าไทย

เราเห็นว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เป็นเพียงการเริ่มต้น เพราะสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้ ยังคงจะมีมาอีก และถ้าย้อนไปดูในประวัติศาสตร์ ไทยประสบปัญหาและการสูญเสียจากนักล่าอาณานิคมอยู่เสมอ โดยไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมจากใคร หรือว่าฝ่ายใดได้

สำคัญคือ เราต้องพึ่งพาตนเองให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะการกดขี่จากมหาอำนาจ โหดร้ายกว่าเทียร์ 3 เราต้องศึกษาศักยภาพของเรา เพื่อการยืนด้วยลำแข้งตัวเอง เราจะต้องหาวิธีที่จะอยู่ให้ได้ แม้จะถูกกดดันอย่างหนักก็ตาม

หาไม่แล้ว เราก็จะตกเป็นประเทศ “เบี้ยล่าง” ไปทั้งชาติ