Get Adobe Flash player

การบังคับใช้กฎหมาย

Font Size:

การกลับมาเคลื่อนไหวของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง” ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ ที่ถูกพูดถึงทั้งในทางบวกและลบ ในเวลาเดียวกัน ยังสร้างความหวั่นไหวต่อวงการเมืองอยู่พอสมควร

เพราะถ้าต้องเกิดขึ้นจริง ก็หมายความว่า รัฐบาล คสช.อาจจะต้องอยู่ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าการปฏิรูปจะสำเร็จ โดยไม่มีใครตอบได้ว่า “การปฏิรูปสำเร็จ” นั้น เป็นอย่างไร

ในแง่ของ คสช.เอง รวมทั้งคณะทำงานที่ถูกแต่งตั้งโดย คสช. ก็น่าจะมีความเห็นในประเด็นนี้ออกไปสองส่วน

ส่วนหนึ่ง อยากอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด และส่วนที่สองต้องการยุติบทบาทหลังภารกิจเสร็จสิ้น เพราะเชื่อว่าถ้าสนานการณ์ยืดเยื้อต่อไป ก็จะไม่เป็นผลดีกับฝ่ายผู้ใช้อำนาจเอง เพราะยิ่งอยู่ในอำนาจนาน การเผชิญหน้ากับฝ่ายต่อต้าน ก็จะทวีความรุนแรงขึ้น

สำหรับเรา มองประเด็นนี้ว่า การที่ คสช.ประกาศเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เข้ามาแก้ปัญหาในช่วงสถานการณ์ยุ่งเหยิง แล้วยุติปัญหาได้ผลระดับหนึ่ง ถ้าเสร็จแล้วก็จากไปภายในกำหนดเวลา ถือว่าสง่างาม

แต่หากจะสืบอำนาจออกไปอีก แม้จะอยู่ด้วยเสียงเรียกร้อง ก็เกรงว่าจะไม่มีอะไรมารองรับความชอบธรรมในการอยู่ต่อ

ส่วนการปฏิรูปฯ เท่าที่ผ่านมา ก็ถือว่าทำได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมว่า การปฏิรูป ไม่สามารถตั้งเป็นทฤษฎีบทให้เดินตาม แต่ต้องทำควบคู่กับการดำเนินชีวิต ตามสภาพของปัญหาขณะนั้น ที่เราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้

เราต้องยอมรับความจริงที่ไม่อาจละเลย นั่นคือประเทศไทยมีระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันเป็นกติกาที่ยึดโยงด้วยกติกากับประเทศสมาชิกทั่วโลก การออกนอกเส้นทางนานเกินไป อาจเกิดปัญหาในภาพรวมกับประเทศสมาชิก

ที่สำคัญ การเลือกตั้ง ก็เป็นหัวใจของประชาธิปไตยที่ไม่อาจปฏิเสธ มีความจริงข้อหนึ่งว่า ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง คือตัวแทนของประชาชน ที่มีความชอบธรรมในการทำหน้าที่ มากกว่าผู้ที่เข้ามาในขบวนการ “พิเศษ”

ส่วนการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ สิ่งนี้ต่างหาก “ที่จำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมให้ได้”

เราจึงเห็นว่า การบังคับใช้กฏหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบภาษี การดำเนินคดีทุจริตของนักการเมือง คือหัวใจสำคัญ

ที่ผ่านมาเค้าของการบังคับใช้กฎหมาย เริ่มมีประสิทธิภาพ นักการเมืองหลายคนที่ถูกดำเนินคดี และถูกศาลตัดสินลงโทษ และมีนักการเมืองอีกหลายคน มีคดีอยู่ในศาล หลายคนกำลังจะถูกฟ้องร้อง และหลายคน อยู่ระหว่างหลบหนีโทษจำคุกอยู่ในต่างประเทศ เราจึงต้องเพิ่มระบบตรวจสอบให้เข้มแข็งขึ้นไปอีก

เราเชื่อว่า ปัญหาประชาธิปไตยในประเทศไทย ที่ก้าวไปไม่ถึงไหน เกิดจากการทุจริต ต่อให้เราปฏิรูปประเทศ ให้สวยหรูแค่ไหน หากไม่สามารถแก้ทุจริตได้ ก็ไร้ผล

จะต้องทำให้ทุกคนในชาติเชื่อให้ได้ว่า ผู้ที่กระทำการฉ้อฉล จะไม่สามารถใช้อิทธิพลเพื่อหนีเงื้อมมือของกฏหมายอย่างแน่นอน รวมไปถึงทรัพย์สินที่โกงมา จะต้องถูกยึดกลับคืนไปเป็นของชาติ

ถ้าทำได้การเมืองก็จะสะอาดขึ้น ประชาธิปไตยก็จะงดงามขึ้น.